Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
panic Disorder - Coggle Diagram
panic Disorder
การวิเคราะห์กรณีศึกษาตามกระบวนการพยาบาล (Nursing Process) — Panic Disorder
Assessment (การประเมิน)
การประเมินด้านร่างกายและอาการทางคลินิกสังเกตอาการขณะเกิด panic attack เช่น
ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว
เจ็บหน้าอกหรือแน่นหน้าอก
รู้สึกเหมือนจะตายหรือควบคุมตัวเองไม่ได้
เหงื่อออกมาก
อาการทางกายอื่น เช่น คลื่นไส้ เวียนศีรษะ ตัวสั่น
การประเมินจิตใจและพฤติกรรม:
ประเมินระดับความวิตกกังวลด้วยแบบประเมินมาตรฐาน เช่น GAD-7, HAM-A
สังเกตพฤติกรรมการหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ผู้ป่วยกลัวว่าจะทำให้เกิดอาการ
ประเมินภาวะอารมณ์ร่วม เช่น ภาวะซึมเศร้า รู้สึกสิ้นหวัง
การประเมินปัจจัยด้านจิตสังคม:
ประวัติสุขภาพจิตส่วนตัวและในครอบครัว
เหตุการณ์ในชีวิตที่เป็นความเครียด เช่น การสูญเสีย การเปลี่ยนแปลงใหญ่
การสนับสนุนทางสังคม เช่น ครอบครัว เพื่อน หรือแหล่งช่วยเหลืออื่นๆ
Nursing Diagnosis (การวินิจฉัยทางการพยาบาล)
การเผชิญปัญหาอย่างไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากการรับรู้ภัยคุกคามที่มากเกินจริง
มีความเสี่ยงต่อการทำร้ายตนเองเนื่องจากความวิตกกังวลรุนแรง
รู้สึกอ่อนแรงนื่องจากไม่สามารถควบคุมอาการแพนิกได้
ภาวะวิตกกังวลที่เกี่ยวข้องกับความกลัวว่าจะเกิด panic attack ซ้ำ
Planning (การวางแผน)
วัตถุประสงค์ระยะสั้น:
ผู้ป่วยสามารถระบุสัญญาณของ panic ได้ด้วยตนเอง
ผู้ป่วยสามารถใช้เทคนิคผ่อนคลายเพื่อลดความวิตกกังวลได้
วัตถุประสงค์ระยะยาว:
ผู้ป่วยสามารถเผชิญกับสถานการณ์กระตุ้นได้โดยไม่ตื่นตระหนก
ลดพฤติกรรมการหลีกเลี่ยง
อาการ panic attack ลดลงทั้งในความถี่และความรุนแรง
มีการปรับตัวต่อความเครียดได้ดีขึ้น
ม่พบพฤติกรรมทำร้ายตนเองหรือคิดฆ่าตัวตาย
แผนเฝ้าระวัง:
ประเมินผลข้างเคียงจากการใช้ยา เช่น SSRIs หรือ Benzodiazepines
เฝ้าระวังพฤติกรรมเสพติดยาในผู้ใช้ยากลุ่ม Benzodiazepines
เฝ้าระวังภาวะซึมเศร้าและความคิดฆ่าตัวตาย
Implementation (การปฏิบัติ)
การดูแลด้านร่างกาย:
นำเทคนิค breathing retraining เช่น หายใจช้าๆ ลึกๆ เพื่อควบคุมอาการหายใจเร็ว
แนะนำให้พักผ่อนเพียงพอและลดสารกระตุ้น เช่น คาเฟอีน
อยู่กับผู้ป่วยขณะเกิดอาการ panic เพื่อให้ความมั่นใจ
การสนับสนุนทางจิตใจและอารมณ์:
สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคว่ามีวิธีรักษาได้
ส่งเสริมการแสดงออกทางอารมณ์อย่างเหมาะสม
รับฟังอย่างไม่ตัดสิน เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกปลอดภัย
การจัดการความเครียดและพฤติกรรม:
แนะนำการบำบัดด้วย CBT (Cognitive Behavioral Therapy) เพื่อเปลี่ยนรูปแบบความคิดที่เป็นภัย
แนะนำให้เขียนบันทึกอารมณ์หรือ journal เพื่อติดตามอาการ
ฝึกเทคนิคการผ่อนคลาย (Relaxation technique) เช่น progressive muscle relaxation, mindfulness
การประสานการดูแล:
ส่งต่อไปพบจิตแพทย์หากมีอาการรุนแรง
ประสานงานกับครอบครัวเพื่อให้ข้อมูลและวิธีการช่วยเหลือ
Evaluation (การประเมินผล)
ผู้ป่วยสามารถควบคุมอารมณ์และร่างกายขณะเกิดอาการได้ดีขึ้น
มีความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมากขึ้นและลดการหลีกเลี่ยงสถานการณ์
ผู้ป่วยรายงานว่าอาการ panic attack ลดลงในด้านความถี่และความรุนแรง
ความสามารถในการปรับตัวต่อสถานการณ์เครียดเพิ่มขึ้น
ไม่มีภาวะซึมเศร้าหรือความคิดฆ่าตัวตาย
ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การทำงานหรือเข้าสังคม ได้ตามปกติ
วิเคราะห์และอธิบายยาในการรักษา Panic Disorder
กลุ่มยาหลักในการรักษา Panic Disorder
SSRIs (Selective Serotonin Reuptake Inhibitors)ยาแนวปฐมภูมิในการรักษา Panic Disorder เพราะมีประสิทธิภาพสูง และปลอดภัยสำหรับการใช้ระยะยาว
1.1 Sertraline (Zoloft)
กลไกการออกฤทธิ์ : ยับยั้งการดูดกลับ serotonin ทำให้มี serotonin ใน synapse มากขึ้น
ขนาดเริ่มต้น : 25-50 mg
ผลข้างเคียง : คลื่นไส้ ท้องเสีย วิตกกังวลช่วงแรก
ข้อควรระวัง : ค่อยๆ เพิ่มขนาดยาเพื่อป้องกันอาการข้างเคียง
1.2 Paroxetine (Paxil)
กลไกการออกฤทธิ์ : SSRIs ที่มีฤทธิ์สงบมากกว่า
ขนาดเริ่มต้น : 10-20 mg
ผลข้างเคียง : ง่วงนอน น้ำหนักขึ้น มีผลถอนยา
ข้อควรระวัง : ระวังในผู้ที่ต้องหยุดยา ต้องค่อยๆ ลดยา
1.3 Fluoxetine (Prozac)
ขนาดเริ่มต้น : 10-20 mg
ผลข้างเคียง : นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย
กลไกการออกฤทธิ์ : ออกฤทธิ์ยาว เหมาะกับผู้ลืมกินยา
ข้อควรระวัง : ควรให้ตอนเช้าเพื่อเลี่ยงนอนไม่หลับ
SNRIs (Serotonin-Norepinephrine Reuptake Inhibitors)ใช้เมื่อ SSRIs ไม่ได้ผล หรือผู้ป่วยตอบสนองไม่ดี
กลไกการออกฤทธิ์ : ยับยั้งการดูดกลับ serotonin และ norepinephrine
ขนาดเริ่มต้น : 37.5–75 mg
ยา : Venlafaxine XR
ผลข้างเคียง : คลื่นไส้ ปวดศีรษะ ความดันสูง
ข้อควรระวัง : ระวังในผู้มีความดันโลหิตสูง
Benzodiazepines
ใช้ใน ระยะสั้น หรือกรณี panic attack เฉียบพลัน เท่านั้น
3.1 Alprazolam (Xanax)
กลไกการออกฤทธิ์ : กระตุ้น GABA ทำให้สงบเร็ว ลดการกระตุกของระบบประสาท
ขนาดเริ่มต้น : 0.25–0.5 mg
ผลข้างเคียง : ง่วงนอน เวียนหัว ติดยาได้ง่าย
ข้อควรระวัง : ใช้ไม่เกิน 2–4 สัปดาห์
3.2 Lorazepam (Ativan)
กลไกการออกฤทธิ์ : เช่นเดียวกับ Alprazolam แต่ระยะออกฤทธิ์นานขึ้น
ขนาดเริ่มต้น : 0.5–1 mg
ผลข้างเคียง : ง่วงนอน เดินเซ
ข้อควรระวัง : ห้ามหยุดยาเอง ต้องค่อยๆ ลดยา
TCAs (Tricyclic Antidepressants) เป็นทางเลือกหาก SSRIs และ SNRIs ไม่ได้ผล
Imipramine, Clomipramine
ผลข้างเคียง : ปากแห้ง ท้องผูก ใจเต้นเร็ว
ข้อควรระวัง : ห้ามใช้ในผู้ที่มีปัญหาหัวใจ, ระวังความดันต่ำขณะเปลี่ยนท่า
กลไกการออกฤทธิ์ : เพิ่มระดับ serotonin และ norepinephrine
ปัจจัย / สาเหตุของการเกิดโรค Panic Disorder
ปัจจัยทางจิตใจ:
บุคลิกภาพแบบ anxious, perfectionist, หรือประสบความเครียดสะสม
การรับรู้ภัยคุกคามเกินความเป็นจริง (catastrophic misinterpretation)
ปัจจัยทางสังคม:
เคยผ่านเหตุการณ์รุนแรงในอดีต เช่น อุบัติเหตุ การถูกทำร้าย
ความเครียดเรื้อรัง เช่น การทำงานหนัก ความกดดันจากครอบครัว
ปัจจัยทางชีวภาพ:
ความผิดปกติของระบบประสาทสารสื่อประสาท เช่น norepinephrine, serotonin และ GABA
กรรมพันธุ์: หากคนในครอบครัวมีประวัติ จะมีโอกาสเป็นสูงกว่าคนทั่วไป 3-5 เท่า
การวิเคราะห์กรณีศึกษาและการวินิจฉัยตามเกณฑ์ DSM-5
ตัวอย่างกรณีศึกษา:
ผู้ป่วยหญิง อายุ 28 ปี เข้ารับการรักษาด้วยอาการใจสั่น เหงื่อออก หายใจไม่อิ่ม เวียนศีรษะ รู้สึกเหมือนจะตาย อาการเกิดขึ้นแบบเฉียบพลันโดยไม่มีสิ่งกระตุ้นชัดเจน เคยมีอาการคล้ายกันหลายครั้งในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา และมีความกังวลว่าจะเกิดขึ้นอีกจนหลีกเลี่ยงสถานที่บางแห่ง
การวินิจฉัยตาม DSM-5 ต้องมีเกณฑ์ต่อไปนี้:
B. อย่างน้อยหนึ่งใน panic attacks นั้นตามมาด้วย ≥1 เดือนของ:
กังวลเกี่ยวกับผลที่ตามมาของอาการ (เช่น ควบคุมตัวเองไม่ได้ จะเป็นบ้า หรือเสียชีวิต)
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างมากเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอาการอีก
ความกังวลว่าจะมี panic attack เพิ่ม
C. อาการไม่เป็นผลของสารเสพติดหรือโรคทางกาย
A. มี panic attacks ซ้ำๆ แบบไม่คาดคิด (unexpected)
D. ไม่สามารถอธิบายได้จากโรคจิตเวชอื่น เช่น PTSD หรือ Phobia
ผลวิเคราะห์: ผู้ป่วยมีอาการตรงตามเกณฑ์ DSM-5 ข้อ A, B, C และ D → จึงสามารถวินิจฉัยว่าเป็น Panic Disorder