Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Clinical tests and laboratory in skin disease - Coggle Diagram
Clinical tests and laboratory in skin disease
Clinical test
Auspitz 's sign
ลักษณะเลือดออกจุดเล็กๆบนผื่นโรคสะเก็ดเงิน
Nikolsky's sign
ผิวที่หลุดออกมาได้ง่ายๆจากการถูข้างๆรอยโรคเบาๆ
ตรวจความผิดปกติของการยึดเกาะของ keratinocyte ในโรคตุ่มน้ำพอง
Dimple sign
แยกระหว่าง dermatofibroma กับ malignant melanoma ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้บีบรอยโรคจากด้านข้างเขาหากัน จะเกิดรอยบุ๋ม ในรอยโรคของdermatofibroma
Besnier's sign
เล็บหรือวัสดุไม่มีคม ขูดเบาๆบนรอยโรค
ถ้าเป็นโรคเกลื้อน จะเห็นขุยสีขาวบนรอยโรค
Diascopy
ใช้สไลด์กดไปบริเวณรอยโรคสีแดง
ใช้แยกerythema กับ purpura โดยถ้ากดแล้วสีแดงจางหายไป แสดงว่าเป็นerythema
Darier 's sign
ใช้นิ้วหรือวัสดุปลานทู่กดบนผื่น รอดู3-10นาที
ถ้าเป็น urticaria pigmentosa จะเกิดเป็นผื่นนูนแดง
Dermographism
จะเกิดรอยนูนแดงมากกว่าปกติ ในตำแหน่งที่ผิวปกติถูกขูดขีดด้วยแรงพอสมควร
โดยปกติจะเกิดเร็วจางหายไปใน30 นาที
ใน delay demographism ใช้เวลาในการเกิด 3-6 ชม.และคงอยู่นานได้ 24-48 ชม.
Asbestos-Hansen sign
ใช้นิ้วกดบนตุ่มน้ำพอง
ตุ่มน้ำจะขยายออกไปด้านข้างมากขึ้น ใน pemphigus vulgaris
Button-holing sign
แยก neurofibroma จากเนื้องอกชนิดอื่น
ในneurofibroma เมื่อกดบนก้อนจะบุ๋มลง นิ้วสามารถสอดลงไปได้คล้ายกระดุม
Paring
แยกหูดฝ่าเท้ากับตาปลา
ใช้มีค่อยผ่านผิวหนังที่เป็นรอยโรคถ้าผ่านชั้นหนังกำพร้าแล้ว
พบจุดเลือดออกเล็กๆ = หูด
ไม่พบ = ตาปลา
Burrow ink test
ใช้ดูburrowในโรคหิด
ใช้หมึกหยดลงไปในบริเวณรอยโรค
ถ้ามีburrowอยู่จะพบหมึกค้างอยู่ในนั้น
Ice cube test
ใช้น้ำแข็งห้อด้วยผ้ากอช วางบนด้านในแขนประมาณ10นาที
ถ้าเป็นcold urticaria ชนิด acquired from จะเกิด wheal ภายใน 5 นาที ตำแหน่งที่วางน้ำแข็ง
Acetowhitening
เพื่อดูหูดที่อวัยวะเพศ ชนิด subclinical
ใช้ผ้ากอชชุบกรด5% acetic ประคบ/หุ้มตำแหน่งที่สงสัย 5-10นาที ส่องดูด้วยแว่นขยาย
จะเห็นบริเวณที่มีหูดปรากฏรอยโรคเป็นตุ่มสีขาว
Patch test
หาสารที่สงสัยว่าก่อให้เกิดอาการแพ้
นำสารชนิดต่างๆมาปิดที่หลัง ทิ้งไว้48ชม. แล้วเปิดอ่านผล และอ่านซ้ำใน 72 และ 96 ชม. เพื่อดูปฏิกิริยาว่าแพ้สารใดหรือไม่
Photopatch test
ทำpatch test ร่วมกับการฉายแสงUV ในตำแหน่งที่ทดสอบ
ตรวจสอบโรคผื่นแพ้สัมผัสชนิด photoasensitivity
Phototesting
ทดสอบความไวต่อแสงUVที่คลื่นความถี่ต่างๆ
Wood's lamp
อุปกรณ์หลอดไฟที่ให้แสงUV ที่ความยาวคลื่น 365นาโนเมตร ซึ่งจะเรืองแสงกับสารบางอย่าง
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
KOH preparation
ขูดขุยจากผิวหนัง ขน ผม เล็บ หนองหรือสะเก็ดที่สงสัยว่าติดเชื้อรา ก่อนนำมาส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์
Methylene blue scoth tape technique
ใช้วินิจฉัยโรคเกลื้อน
นำด้านที่มีกาวของเทปปิดลงรอยโรคที่สงสัย2-3ครั้ง จากนั้นนำไปปดิลงบนสไลด์แก้วที่หยด Methylene blue เอาไว้แล้ว1หยด เช็ดส่วนเกินออก
เมื่อส่องกล้องจุลทรรศน์ดูจะพบ spaghetti and meatballs
Tzank test
ใช้ดูเซลล์ในตุ่มน้ำ โดยใช้มีดผ่าตัดเปิดตุ่มน้ำ ขูดเนื้อเยื่อจากฐานของตุ่มน้ำมาป้ายลงบนสไลด์ นำไปย้อมด้วย Wright's stain เพื่อดูลักษณะของเซลล์
Gram's stain
ใช้ย้อมดูเชื้อแบคทีเรีย
Acid fast stain และ slit smear
เพื่อวินิจฉัย M.
leprae
ในโรคเรื้อน
ใช้นิ้วมือบีบผิวหนังส่วนที่เป็นโรคให้แน่น ใช้มีดผ่าตัดกรีดผิวส่วนที่บีบไว้ แล้วขูดน้ำเหลืองป้ายบนสไลด์ นำไปย้อม acid fast
จะพบเชื่อเป็นแท่งติดสีสม่ำเสมอกัน หรือแตกเป็นท่อนสั้นๆ
การขูดดูหิด
ใช้mineral oil หยดบนรอยโรคที่สงสัย แล้วขูดขุยลงบนสไลด์นำไปดูด้วยกล้องจุลทรรศน์
จะพบตัวหิด ไข่ หรือ มูลหิด
Dark field examination
บีบเอาน้ำเหลืองจากรอยโรคที่สงสัยซิฟิลิส แตะลงบนแผ่นสไลด์ ดูด้วยกล้องdark field
เห็นเชื้อ spirochete แท่งยาวบิดเกลียว
Urethral smear
ดูว่ามีการอักเสบของท่อปัสสาวะหรือไม่
ใส่ sterile platinum loop เข้าไปในท่อปัสสาวะประมาณ2 ซม.ขูดเบาๆ แล้วนำไปsmear บนจานเพาะเชื้อหนองใน
ใส่loopเข้าไปอีกครั้งให้ลึกกว่าเดิม 1ซม.เพื่อนำมาsmear บนแผ่นสไลด์ ย้อมด้วย Gream's stain
ถ้ามีneutrophil มากกว่า4ตัวในoil field แสดงว่าท่อปัสสาวะอักเสบจริง พร้อมดูเชื้อที่เป็นสาเหต
Two glass urine test
หลังกลั้นปัสสาวะอย่างน้อย 2ชม. ให้ปัสสาวะใส่แก้วใบแรกไม่น้อยกว่า 20 มล. ที่เหลือใส่แก้วใบที่2 สังเกตความขุ่น
ถ้าขุ่นเฉาะแก้วแรก แสดงว่ามีท่อปัสสาวะส่วนหน้าอักเสบ
ถ้าขุ่นทั้ง2แก้ว โดยที่เติมกรดอะซิติก แล้วยังไม่ใสขึ้น อาจจะเป็น urinary tract infection
Skin biopsy
เพื่อดูลักษณะทางจุลพยาธิวิทยาและอิมมูโนวิทยา
Amine test
ใช้ 10% KOH หยดลงบนสไลด์ที่มี vaginal discharge
คนให้เข้ากันจะได้กลิ่นคาวปลา และ วัด pH ได้มากกว่า 5.0 พบในโรค anaerobic vaginosis
Immunofluorescence study
มักใช้ตรวจในโรคตุ่มน้ำพอง
นำชิ้นเนื้อที่ตัดมาสดๆ ตรวจโดยใช้แอนติบอดี ทำปฏิกิริยากับแอนติเจน แล้วดูด้วยกล้องจุลทรรศน์
Electron microscopy
เพื่อศึกษาโครงสร้างและรายละเอียดต่างๆในเซลล์ เพื่อหาความผิดปกติตรงส่วนใดบ้าง ช่วยในการวินิจฉัยโรคได้