Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การประเมินฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมดของชาดอกไม้ช…
การประเมินฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมดของชาดอกไม้ชนิดผงปรุงสำเร็จจากกระเจียวแดง อัญชัน และงิ้วป่า
-
-
วิธีการศึกษา
-
3.ศึกษาลักษณะทางกายภาพ
3.2 ความชื้น
หาปริมาณความชื้น โดยการชั่งนำ้หนักผงชาดอกไม้ แล้วอบในตู้อบลมร้อนอุณหภูมิ 105 องศาเซลเซียส 6 ชั่วโมง ตั้งทิ้งไว้ ให้เย็นในโถดูดความชื้น 30 นาที จากนั้นชั่งนำ้หนักหลังอบ ทำซำ้ 3 ครั้ง แล้วคำนวณปริมาณความชื้น ด้วยสมการ (ปริมาณความชื้น(%) = ((นำ้หนักก่อนอบ-นำ้หนักหลังอบ)x100)/นำ้หนักก่อนอบ)
3.3 ความสามารถในการละลาย
ความสามารถในการละลาย โดยการชั่งน้ำหนักผงชาดอกไม้ แล้วนำมาละลายด้วยน้ำกลั่น
กรองผ่านกระดาษกรองเบอร์ 1 จากนั้นน้ำกระดาษกรองมาอบในตู้อบลมร้อนที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส 1 ชั่วโมงตั้งทิ้งไว้ให้เย็นในโถดูดความชื้น 30 นาทีชั่งน้ำหนักหลังอบ ทำซ้ำ 3ครั้ง แล้วคำนวณความสามารถในการละลาย ด้วยสมการ
(ความสามารถในการละลาย(%) = ((นำ้หนักก่อนอบ-นำ้หนักหลังอบ)x100)/นำ้หนักก่อนอบ)
3.1 สี
ศึกษาลักษณะของสีโดยการนำผงชาดอกไม้ทั้งหมด 9 ตำรับ มาวัดด้วยแถบวัดสี The Royak Horticulture Society Color chart
-
- การศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
โดยตัดแปลงจาก Bondet และคณะ (1997) มีวิตามินซี (L-Ascorbic acid) เป็นสารมาตรฐานเตรียมสารตัวอย่างโดยชั่งผงชาดอกไม้ 1.5 กรัม ละลายด้วยน้ำกลั่นปรับปริมาตรให้ครบ 10 มิลลิลิตร ปิเปตชาดอกไม้ 150ไมโครลิตร ลงในหลอดทดลองแล้วเติมสารละลาย DPPH (ความเข้มข้น 0.2 มิลลิโมลาร์) 4,500 มิลลิลิตร ผสมให้เข้ากัน ตั้งทิ้งไว้ในที่มีดนาน 30 นาที แล้วนำไปวัดค่าการดูดกลืนแสงที่ความยาว
1.การเตรียมสมุนไพร
เก็บดอกกระเจียวแดง ดอกอัญชัน และดอกิ้วจากพื้นที่เขตอำเภอพังโคนจังหวัดสกลนคร ในช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม 2560 โดยทำการคัดแยกสิ่งแปลกปลอมออกจากดอกไม้ จากนั้นนำดอกไม้มาล้างให้สะอาด 2-3 ครั้ง ผึ่งลมให้แห้ง และอบในตู้อบลมร้อนที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส ระยะเวลานาน 72 ชั่วโมงบดเป็นผงละเอียด และเก็บรักษาในภาชนะปิดที่อุณหภูมิห้องจนกว่าจะนำไปใช้
-
-