Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Epilepsy (โรคลมชัก)
เป็นกลุ่มโรคทางประสาทวิทยา เป็นอาการชักที่สามารถเกิดข…
Epilepsy (โรคลมชัก)
เป็นกลุ่มโรคทางประสาทวิทยา เป็นอาการชักที่สามารถเกิดขึ้นซ้ำๆ ได้ อันมีต้นเหตุจากการทำงานอย่างสอดคล้องกันมากเกินไปของเซลล์ประสาท โดยไม่สัมพันธ์กับการมีไข้
สาเหตุ
มีรอยโรคในเนื้อสมอง เกิดจากพันธุกรรม หาสาเหตุไม่พบ หรือจากภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อในสมอง เยื่อหุ้มสมอง ทำให้เซลล์ระบบประสาทหลั่งกระแสประสาทที่ผิดปกติออกมา ทำให้เกิดอาการชัก
อาการและอาการแสดง
ลักษณะเด่นของโรคลมชักคือ อาการชัก ที่เกิดขึ้นซ้ำๆในระยะยาว แบ่งได้เป็น 2 แบบ ได้แก่
- Generalized seizure (การชักแบบทั่วไป)
1.1. tonic seizure : มีลักษณะอาการชักที่เกร็งแข็ง ซึ่งมีการเหยียดแขนขาตรงออกไป
1.2. clonic seizure : มีอาการชัก มีการกระตุกเป็นจังหวะ
1.3. tonic clonic seizure (Ground mal : มีอาการเกร็งก่อน แล้วกระตกทั้งตัวตามมา
1.4. absence seizure (Petit mal) : ชักระยะสั้นๆ 5-10 วินาที โดยเกิดได้หลายครั้งต่อกันไม่มีการเกร็งแข็งของกล้ามเนื้อ มีกระพริบตาหรือตากระตุก ขยับริมฝีปาก
1.5. myoclonic seizure : ชักโดยมีการหดตัวของกล้ามเนื้อเป็นระยะสั้นๆ คล้ายสะดุ้ง
1.6.atonic seizure : ชักที่มีการสูญเสียความตึงตัวของกล้ามเนื้อ ทำให้การทรงตัวเสียทันที
1.7. infantile spasm : เกิดเฉพาะเด็ก 3 เดือนถึง 2 ปี มีลักษณะคืองอศรีษะ ลำตัว แขน ขาเข้าหากันเป็นระยะสั้นๆ แล้วคลายออก ร้องไห้ ซีดหรือเขียว มีลักษณะของ myoclonic seizure ติดต่อกันหลายๆ ครั้งต่อวัน
2.Partial seizure (การชักเฉพาะที่)
2.1. Simple partial seizure : มีลักษณะการซักที่มีการกระตุกของแขน ขา หน้า คอ หรือชา ประมาณ 5-10 นาที
2.2. Complex partial seizure : ก่อนการชัก อาจมีอาการนำหรือไม่ก็ได้ มีการเปลี่ยนแปลงระดับความรู้สึกตัว เกิดอาการ 5-10 วินาที ถึง 1-2 นาที
การวินิจฉัยโรค
- ซักประวัติ
- การตรวจร่างกาย : ตรวจระบบประสาท ประเมินพัฒนาการ ด้านต่างๆ
- การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
- การตรวจพิเศษอื่นๆ : การบันทึกวิดีโอขณะมีอาการชัก การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง CT scan
การรักษา
1.ผู้ป่วยรู้ผลอันตรายและป้องกันอันตรายจากการชัก
- หยุดอาการชักโดยให้ยากันชัก
- หาสาเหตุและแก้ไขตามสาเหตุหรือการผ่าตัดเอารอยโรคที่สมองออก
-
-
-
-
- ผู้ป่วยมีอายุไม่ถึงต่อการรับรู้ต่ออันตรายของการชัก
- ก่อนมาโรงพยาบาล ผู้ป่วยรับประทานยา Dilantin ทุกวัน
ขณะอยู่โรงพยาบาล ผู้ป่วยได้รับ IV fluid เป็น 5% D/NSS 1000 ml
-ยาควบคุมการชัก Phenytoin 100 mg CAB 25mg t.i.d. pc, Sodium valproate syr (200mg/ml) 0.5cc
-ได้รับยาลดไข้ Paracrtamol syr (120 mg/5ml) (60ml) 6cc prn
- ไม่มีการแก้ไขตามสาเหตุและไม่มีการผ่าตัด
-
-
- พ่อแม่ของผู้ป่วยให้ประวัติ ได้รับวัคซีนตามวัย ปฏิเสธโรคประจำตัว การแพ้ยาและอาหาร สารเคมี อาการทางจิต การเกิดอุบัติเหตุ การผ่าตัด ปฏิเสธบุคคลในครอบครัวมีโรครุนแรง หรือโรคทางพันธุกรรม ตัวผู้ป่วย อายุ 2 ปี 2 เดือน เป็นโรคลมชัก ได้รับการวินิจฉัยเมื่ออายุ 1 ปี
- ไม่พบความผิดปกติทางระบบประสาท ผู้ป่วยมีพัฒนาการด้านการใช้ภาษา (Expressive Language EL ) ล่าช้า คือ เด็กไม่สามารถพูดตอบรับและปฏิเสธได้ เช่น ดื่ม ฟัง เอา ไม่ (กระทรวงสาธารณสุข, 2562)
- การตรวจทางห้องปฏิบัติการประกอบด้วย CBC, blood sugar, serum
electrolytes
- ไม่มีการตรวจพิเศษ
เมื่ออายุ 1 ปี เริ่มมีอาการซักเกร็ง เป็นระยะเวลาประมาณ 10 วินาที แต่มารดาไม่ได้พาไปพบแพทย์
อายุ 1 ปีครึ่ง ยังคงมีอาการชักอยู่ มารดาพาไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ได้ยาเป็น Dilantin มารับประทานทุกวันจนยาหมด
1 วันก่อนมาโรงพยาบาล มีอาการชักเกร็งกระตุกทั้งตัวประมาณ 1 นาที ชัก 3 ครั้ง
ผู้ป่วยมีอาการไข้ต่ำ 37.6 องศาเซลเซียส มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ (ไม่ทราบชนิด) ผู้ป่วยมีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูกเหลืองใส ตรวจพบ Tonsil 2+
-