Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลผู้ป่วยที่มีความไม่สมดุลน้ำ เกลือแร่และภาวะกรดด่าง - Coggle…
การพยาบาลผู้ป่วยที่มีความไม่สมดุลน้ำ เกลือแร่และภาวะกรดด่าง
การกระจายตัวของน้ำในร่างกาย
น้ำภายในเซลล์
คิดเป็นประมาณ 40%
บทบาทสำคัญในการทำงานของเซลล์ทั่วร่างกาย
น้ำภายนอกเซลล์
ประมาณ 20%
น้ำในกระแสเลือด (Plasma)
นำสารอาหารและของเสียผ่านระบบไหลเวียน
น้ำระหว่างเซลล์ (Interstitial Fluid)
ทำหน้าที่เสมือนสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสาร
กลไกการรักษาสมดุลน้ำและอิเล็กโทรไลต์
แรงดัน Osmotic
แรงดึงน้ำเข้าสู่ compartment
มีความเข้มข้นของสารละลายสูงกว่า เพื่อรักษาสมดุลความเข้มข้น
แรงดัน Hydrostatic
แรงที่เกิดจากการอัดตัวของน้ำใน compartment
มีปริมาณน้ำสูงกว่า
แรงช่วยดันน้ำออกไปสู่อีก compartment
Antidiuretic Hormone (ADH)
ควบคุมการดูดกลับน้ำที่ไต
ร่างกายขาดน้ำ ADH จะเพิ่มขึ้น
กระตุ้นให้ไตดูดกลับน้ำ ทำให้ปัสสาวะน้อยลงและเข้มขึ้น
ภาวะการขาดน้ำ (Dehydration)
Isotonic Dehydration
เสียทั้งน้ำและเกลือแร่ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน
Hypertonic Dehydration
เสียน้ำมากกว่าเกลือแร่
ทำให้ระดับโซเดียมในเลือดสูง
Hypotonic Dehydration
เสียเกลือแร่มากกว่าน้ำ
อาการแสดง
ปากแห้ง
หัวใจเต้นเร็ว
ปัสสาวะน้อยหรือสีเข้ม
รู้สึกกระหายน้ำ
ระดับโซเดียมสูงขึ้นในกรณีที่เสียน้ำมาก
ภาวะน้ำเกิน (Overhydration)
ความผิดปกติในการหลั่ง ADH
ทำให้ร่างกายดูดซึมน้ำกลับมากเกินไป
โรคระบบหัวใจและไต
ระบบไหลเวียนและการกรองที่ผิดปกติทำให้เกิดการคั่งของน้ำ
อาการแสดง
บวมตามร่างกาย
หายใจลำบาก
ระดับโซเดียมในเลือดต่ำ
รุนแรงอาจส่งผลต่อการทำงานของสมอง
การดูแลและการพยาบาล
การบันทึกปริมาณสารน้ำเข้า-ออก (I&O)
ใช้บันทึกเพื่อประเมินปริมาณการได้รับ
การขับถ่ายของสารน้ำในผู้ป่วย
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ตรวจระดับอิเล็กโทรไลต์
โซเดียม
พแทสเซียม ในเลือดและปัสสาวะ
การใช้ยาขับปัสสาวะและสารทดแทนอิเล็กโทรไลต์
ใช้ปรับสมดุลของสารน้ำ
เกลือแร่ในกรณีที่ขาดหรือเกินเกลือแร่บางชนิด
ความไม่สมดุลของอิเล็กโทรไลต์หลัก
โซเดียม (Sodium)
Hyponatremia
โซเดียมในเลือดต่ำ (ต่ำกว่า 135 mEq/L)
การดื่มน้ำมากเกินไปหรือเสียโซเดียม
Hypernatremia
โซเดียมในเลือดสูง (สูงกว่า 145 mEq/L)
เกิดจากการขาดน้ำ
อาการ
กระหายน้ำ
ปากแห้ง
ผิวแห้ง
โพแทสเซียม (Potassium)
Hypokalemia
พแทสเซียมในเลือดต่ำ (ต่ำกว่า 3.5 mEq/L)
รับยาขับปัสสาวะมากเกินไป
อาการ
กล้ามเนื้ออ่อนแรง
ท้องผูก
Hyperkalemia
โพแทสเซียมในเลือดสูง (สูงกว่า 5.5 mEq/L)
เกิดจากภาวะไตวาย
อาการ
กล้ามเนื้ออ่อนแรง
หัวใจเต้นผิดจังหวะ
แคลเซียม (Calcium)
Hypocalcemia
แคลเซียมต่ำ (ต่ำกว่า 8.5 mg/dL)
การขาดวิตามินดี
ทำให้กล้ามเนื้อกระตุกและชักได้
Hypercalcemia
แคลเซียมสูง (มากกว่า 10.5 mg/dL
มะเร็ง ทำให้สับสน และหัวใจเต้นผิดปกติ
แมกนีเซียม (Magnesium)
Hypomagnesemia
แมกนีเซียมต่ำ (ต่ำกว่า 1.3 mEq/L)
การขาดอาหาร
กล้ามเนื้อกระตุก หัวใจเต้นผิดจังหวะ
Hypermagnesemia
เกิดจากไตวาย
แมกนีเซียมสูง (มากกว่า 2.5 mEq/L)
ความดันต่ำ หัวใจเต้นช้า
ฟอสฟอรัส (Phosphorus)
Hypophosphatemia
ฟอสฟอรัสต่ำ (ต่ำกว่า 2.5 mg/dL)
การขาดสารอาหาร
Hyperphosphatemia
ฟอสฟอรัสสูง (มากกว่า 4.5 mg/dL)
เกิดจากไตวาย
ส่งผลให้กล้ามเนื้อแข็งตัว