Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (colorectal cancer) - Coggle Diagram
โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
(colorectal cancer)
เป็นปัญหาสำคัญในประเทศไทย เนื่องจากมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพบผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 15,939 คนต่อปี และมีผู้เสียชีวิตราว 5,476 คนต่อปี ซึ่งเฉลี่ยเป็นวันละ 15 คน
โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (colorectal cancer) เป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตสูงเป็นอันดับที่ 3 ของผู้ป่วยที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง รองจากอับดับที่ 1 โรคมะเร็งตับ และอันดับที่ 2 โรคมะเร็งปอด
โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับที่ 2 รองจากโรคระบบไหลเวียนโลหิต
โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มักพบในคนอายุ 60 ปีขึ้นไป และสามารถพบได้ในทุกอายุ พบได้น้อยในผู้ที่อายุต่ำกว่า 40 ปี จากการศึกษาข้อมูลจากสถิติของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข พบมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มากเป็นอันดับ 1 ในเพศชาย และลำดับที่ 2 ในเพศหญิง
ผลระทบจากการเจ็บป่วยโรคมะเร็ง นอกจากกระทบต่อผู้ป่วยโดยตรงทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ แล้วยังกระทบต่อครอบครัว และการขาดกำลังคนในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป
พยาธิวิทยาของโรค
ทฤษฎี
มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง เกิดจากเซลล์เยื่อยื่บุผนังลำไส้
มีการเปลี่ยนแปลงเติบโตผิดปกติกลายเป็นติ่งเนื้อเล็กๆ เรียกว่าโพลิพ (Polyp) จากนั้นติ่งเนื้อจะใช้เวลาหนึ่งใน
การพัฒนากลายเป็นมะเร็งจุดเริ่มต้นของมะเร็งเกิดขึ้นที่
ชั้นเยื่อยื่บุ (Mucosa) ก่อนจากนั้นมะเร็งก็เริ่มสอดแทรก
ลึกเข้าไปในชั้นใต้เยื่อยื่บุ (Submucosa) ไปยังชั้นกล้ามเนื้อแล้วทะลุผ่านไปยังชั้น Serosa ไปยังเนื้อเยื่อยื่และต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง เข้าสู่ทางเดินน้ำเหลืองและกระแสเลือด ไปสู่อวัยวะที่ห่างไกลออกไปหรือแพร่กระจายต่อไปยังตับ ปอด สมอง หรือกระดูกได้
case
Mass at mid rectum ขนาด 6.8 .x 3.3 cm. อยู่เหนือตำแหน่ง anal verge 9.2 cm.
สาเหตุ
ทฤษฎี
ปัจจัยความเสี่ยงจากตัวบุคคล
อายุที่เพิ่มมากขึ้น จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามวัย โดยเฉพาะผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป
พันธุกรรม/ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคมะเร็งลำ ไส้ใหญ่ โดยเฉพาะญาติสายตรง เช่น พ่อ แม่ พี่ หรือน้อง จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมากยิ่งขึ้น
ประวัติการเกิดติ่งเนื้อในลำไส้/การเกิดลำไส้อักเสบ ลำไส้อักเสบเรื้อรัง Ulcerative colitis และ Crohn disease
ปัจจัยความเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อม
อาหาร การกินอาหารที่มีไขมันสูง โดยเฉพาะไขมันจากสัตว์ การบริโภคเนื้อสัตว์ สัตว์เนื้อแดง ในปริมาณสูง เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ การปรุงอาหารด้วยอุณหภูมิสูง เช่น การปิ้งย่าง กินผักผลไม้น้อย
การออกกำลังกายน้อยและน้ำหนักเกิน
การสูบบุหรี่ /การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
case
ผู้ป่วยชายไทย อายุ 72 ปี มีประวัติเคยสูบบุหรี่และดื่มสุรา ปัจจุบันเลิกแล้ว ไม่เคยตรวจสุขภาพ ไม่มีประวัติโรคมะเร็งในครอบครัว ไม่ได้ออกกำลังกาย กินอาหารทั่วไปหลายหลาย
การตรวจวินิจฉัย
การตรวจร่างกาย/Lab
ทฤษฎี
การตรวจร่างกายและการซักประวัติอาการ
การตรวจทวารหนักด้วยนิ้ว
การตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ
การตรวจเอกซเรย์ลำไส้ใหญ่โดยการสวนแป้งแบเรียม
การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย
การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ทั้งหมด
การถ่ายภาพลำไส้ใหญ่ด้วยการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
การตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา
Lab
CBC ดูภาวะซีด
Tumor marker : CEA บ่งชี้มะเร็งลำไส้
Case
ตรวจทวารหนัก Digital rectal exam : พบ Mass ประมาณ 5 cm
CT whole abdomen : พบ Mass at mid rectum ขนาด 6.8 .x 3.3 cm. อยู่เหนือตำแหน่ง anal verge 9.2 cm.
HCT 30.2 % ต่ำ, HGB 9.2 g/dL ต่ำ, CEA: 27.5 ng/dl สูง
Bx. Malignant neoplasm of rectum
แนวทางการรักษา
การผ่าตัด
การรักษาด้วยรังสีรักษา
เคมีบำบัด
การรักษาที่ case ได้รับ
Laparoscopic Low Anterior Resection (LAR) เป็นการผ่าตัดในส่วนล่างของลำไส้ใหญ่และส่วนต้นของทวารหนัก เนื่องจากแพทย์ตรวจทวารหนัก พบ Mass ประมาณ 5 cm ทำ CT whole abdomen พบ Mass at mid rectum ขนาด 6.8 .x 3.3 cm.อยู่เหนือตำแหน่ง anal verge 9.2 cm. 10 พ.ย. 2566
Exploratory laparoscopic colostomy เป็นการผ่าตัดเปิดลำไส้ใหญ่มาสู่ผิวหน้าท้อง (stoma) โดยใช้กล้องส่องผ่านแผลเล็ก ๆ ที่หน้าท้อง (laparoscopic surgery) เพื่อสำรวจและรักษาความผิดปกติในช่องท้อง เช่น การอุดตัน การอักเสบ หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการทำงานของลำไส้ เนื่องจาก Post op day 3 พบภาวะรอยต่อลำไส้รั่วหลัง ผ่าตัด (Anastomosis leakage) Tube drain มีลักษณะสีคล้ายอุจจาระ ไม่มีไข้ T 36.9 C, BP 158/105 mmHg, PR 64/min, RR 20/min รายงานแพทย์ แพทย์ set OR Emergency for Explore Lap colostomy 15 พ.ย 2566
ยาที่ใช้ในการรักษา
ATB : Ceftriazone 2 gm iv OD, Metronidazole 500mg iv q 8 hr.
ยาแก้ปวด : MO 2 mg vein สามารถฉีดซ้ำอีกห่างกัน 4 ชั่วโมง
สารอาหารทางหลอดเลือด : Kabiven 1600 Kcal vein drip 60 ml/hr 3 วัน
ผลกระทบที่เกิดจากโรคและการรักษา
โรค : ระยะการกลับมาเป็นซ้ำของมะเร็ง (Recurrent colon cancer) คือ การกำเริบของโรคมะเร็งภายหลังจากที่ได้ทำการรักษาไปแล้ว ซึ่งการกลับมาเป็นซ้ำนี้อาจพบเซลล์มะเร็งที่ลำไส้ใหญ่ หรืออาจพบการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ในร่างกาย เช่น ตับ ปอด สมอง กระดูก เป็นต้น
ยา : การใช้ยาทุกชนิดมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ และภาวะแทรกซ้อน โดยควรเฝ้าระวังผลกระทบต่อระบบต่างๆ เช่น ระบบประสาท, ทางเดินอาหาร, ระบบหายใจ และระบบเลือด อย่างใกล้ชิด ยาที่มีศักยภาพสูง เช่น Morphine ยังต้องใช้อย่างระมัดระวังเพื่อลดความเสี่ยงของการเสพติดและการใช้เกินขนาด ทั้งนี้แพทย์และพยาบาลจะพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายกรณีและติดตามอาการผู้ป่วยตลอดการรักษา
การผ่าตัด : การผ่าตัดทั้งสองประเภท การผ่าตัด Laparoscopic Low Anterior Resection และ Exploratory Laparoscopic Colostomy มีทั้ง ผลกระทบทางร่างกายและจิตใจ ที่ต้องเฝ้าระวัง ผู้ป่วยอาจเผชิญกับภาวะแทรกซ้อน เช่น การรั่วของแนวเย็บหรือลำไส้อุดตัน รวมถึงปัญหาคุณภาพชีวิตจากการมี colostomy แพทย์และทีมสุขภาพต้องให้ความรู้ในการดูแลหลังผ่าตัดและให้การสนับสนุนทางจิตใจแก่ผู้ป่วยเพื่อลดผลกระทบในระยะยาว
ปัญหาทางการพยาบาลของกรณีศึกษา/ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
ตัวนำออกซิเจนลดลงเนื่องจากมีภาวะซีด
เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนระยะ 24-48 ชม. แรกหลังผ่าตัด
ไม่สุขสบายเนื่องจากการปวดแผล
เฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่เกิดกับ stoma หลังผ่าตัด
เฝ้าระวังการติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัด
เสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเนื่องจากคาสายสวนปัสสาวะเป็นเวลานาน
เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการเริ่มรับประทานอาหารหลังการผ่าตัด
มีโอกาสเกิดภาวะการเห็นคุณค่าตนเองลดลง (Low self- esteem) เนื่องจากภาพลักษณ์เปลี่ยนแปลงภายหลังการทำผ่าตัดทวารเทียม
ขาดความรู้ และความพร้อมทางด้านร่างกายและจิตใจในการดูแล stoma ด้วยตัวเองของผู้ป่วยและผู้ดูแลเมื่อกลับบ้าน เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงภายหลังการทำผ่าตัดทวารเทียม
เสี่ยงต่อการเกิดการติดเชื้อในช่องท้องเนื่องจากเกิดภาวะรอยต่อลำไส้รั่ว (Anastomosis leakage) หลังผ่าตัด
วิตกกังวลเกี่ยวกับโรคและการผ่าตัด เนื่องจากขาดความรู้ในการปฏิบัติตัวก่อนและหลังผ่าตัด