Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลสตรีตั้งครรภ์ที่เป็นโรคธัยรอยด์, พยาธิสภาพของโรคธัยรอยด์ในสตรีตั้…
การพยาบาลสตรีตั้งครรภ์ที่เป็นโรคธัยรอยด์
พยาธิสภาพของโรคธัยรอยด์ในสตรีตั้งครรภ์
ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากกว่าปกติภาวะไทรอยด์เป็นพิษ (hyperthyroidism)
สาเหตุ
ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมน triiodothyronine (T3) และ thyroxine (T4) มากเกินไปตรวจเลือดจะพบว่า T3 หรือ T4 สูงแต่ TSH ต่ำ
อ่อนเพลีย ร้อนง่าย เหงื่อออกมาก มือสั่น ใจสั่น อารมณ์แปรปรวน น้ำหนักลดแม้จะรับประทานอาหารอย่างเพียงพอ ชีพจรเต้นเร็ว ต่อมไทรอยด์โตทั่วๆ และตาโปนจะพบได้ใน Graves’ disease
การรักษา
• รับประทานยาเพื่อลดการสร้างฮอร์โมน เช่น Methimazole , PTU
• การรับประทานน้ำแร่ Radioactive Iodine เพื่อให้รังสีนี้จะทำลายเนื้อไทรอยด์ โดยแพทย์ต้องมีการคำนวณขนาดยาที่เหมาะสมไม่ให้มากเกินไป หรือน้อยเกินไป
• การผ่าตัด โดยแพทย์จะเลือกใช้กับผู้ป่วยบางราย เช่น เด็กวัยรุ่น หรือหญิงตั้งครรภ์ที่มีปัญหากับยาที่รักษา หรือผู้ที่มีต่อมโตมาก มีอาการทางตารุนแรง หรือมีก้อนในต่อม
• รับประทานยาอื่นๆ เพื่อลดอาการของโรค เช่น อาการ ใจสั่น มือสั่น เช่น Propanolol, Atenolol, Metoprolol
การผ่าตัด Subtotal thyroidectomy อาจพิจารณาทำได้ในกรณีที่ ไม่ตอบสนองต่อการใช้ยาต้านไทรอยด์ขนาดสูง (MMI > 30 มิลลิกรัมต่อวัน หรือ PTU > 450 มิลลิกรัมต่อวัน) มีผลข้างเคียงรุนแรงจากยา ผู้ป่วยไม่รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ หรือเกิดภาวะ Agranulocytosis ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องหยุดยา
ภาวะต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนน้อยกว่าปกติ
(hypothyroidism)
สาเหตุ
ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนน้อยเกินตรวจเลือดจะพบว่า T3 หรือ T4 ต่ำแต่ Thyroid stimulating hormone (TSH) สูง
อาการ
ขี้หนาว ผิวแห้ง อ้วนง่าย ผมร่วง ท้องผูก รู้สึกง่วงนอนบ่อย อ่อนเพลีย
การรักษา
• โดยการให้ Thyroid Hormone ไปตลอดชีวิตโดย จะต้องเริ่มให้ในขนาดน้อยแล้วค่อยปรับยาจนกระทั่งระดับ T4 และ TSH อยู่ในเกณฑ์ปกติ
• ควรตรวจหาระดับ TSH เป็นระยะเพื่อปรับยาไทรอยด์ โดยการเจาะเลือดปีละครั้ง
ผลกระทบต่อการตั้งครรภ์และทารก
ทารกมีประมาณร้อยละ 1 ที่จะเกิดไทรอยด์เป็นพิษหลังคลอดในมารดาที่มีภาวะ Graves disease จากการที่ thyroid- stimulating immunoglobulins ผ่านรกและไปกระตุ้นการทำงานของต่อมไทรอยด์ ส่งผลให้หัวใจทารกเต้นเร็วมากกว่า 160 ครั้งต่อนาที ทารกโตช้าในครรภ์ ต่อมไทรอยด์โต อายุกระดูกมากกว่าอายุครรภ์(advanced bone age) รอยแยกของศีรษะเชื่อมต่อกันเร็วกว่าปกติ (craniosynostosis) หรือเกิดภาวะทารกบวมน้ำ (Nonimmune hydrops) และทารกเสียชีวิตในครรภ์ได้
มารดาเกิดความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์รวมทั้งครรภ์เป็นพิษ ไทรอยด์เป็นพิษรุนแรง (Thyroid storm) คลอดก่อนกำหนด ภาวะแท้ง และหัวใจวาย
ภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำที่ไม่ได้รักษาอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้มาก ได้แก่ ภาวะแท้งบุตร รกลอกตัวก่อนกำหนด ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์และครรภ์เป็นพิษ คลอดก่อนกำหนด ตกเลือดหลังคลอด ส่วนในทารกจะส่งผลให้น้ำหนักตัวน้อย ภาวะตายคลอด ทารกหายใจลำบากหลังคลอด
การพยาบาล
ระยะตั้งครรภ์
รับประทานอาหารที่มีคุณค่า มีประโยชน์ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามินสูง เพื่อชดเชยการเผาผลาญที่มีมาก โดยให้รับประทานอาหารครั้งละน้อยแต่บ่อยครั้งขึ้น ประมาณ 5-6 มื้อ/วัน ดื่มน้ ามากๆ วันละ 3-4 ลิตร ควรงดชา กาแฟ และงดแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด ทั้งนี้หญิงตั้งครรภ์ต้องการไอโอดีน 175 ไมโครกรัมต่อวัน
อธิบายให้หญิงตั้งครรภ์และครอบครัวเข้าใจถึงอาการไม่สุขสบายรวมทั้งอารมณ์ของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากผิดปกติ จะมีอารมณ์หงุดหงิดโมโหง่าย และอาการจะดีขึ้นเมื่อได้รับการรักษาด้วยยาตามที่แพทย์สั่ง
แนะนำนับจำนวนครั้งทารกดิ้นเพื่อประเมินสุขภาพของทารกในครรภ์
ระยะคลอด
ให้ผู้คลอดนอนพักบนเตียงในท่าศีรษะสูง (Fowler’s position) ตะแคงด้านใดด้านหนึ่งเพื่อป้องกันภาวะความดันโลหิตต่ำจากการนอนหงาย (Supine hypotensive syndrome) และปอดขยายได้ดีขึ้น
วัดสัญญาณชีพ ทุก 1-2 ชั่วโมง หากพบว่าชีพจรเต้นเร็วมากกว่าปกติคือ มากกว่า 100 ครั้ง/นาที อัตราการหายใจมากกว่า 24 ครั้ง/นาที Pulse Pressure กว้างมากกว่า 40 mmHg แสดงว่าผู้คลอดอาจได้รับอันตรายจากภาวะหัวใจล้มเหลว ให้รายงานแพทย์ทันที
ในกรณีที่ผู้คลอดมีอาการเจ็บครรภ์มาก พักผ่อนไม่ได้ ต้องรายงานแพทย์ แพทย์อาจให้ยากล่อมประสาทและยาบรรเทาปวด พยาบาลต้องดูแลให้ผู้คลอดได้รับยาตามแผนการรักษา เช่น Pethidine 50-100 มิลลิกรัม ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ
ดูแลผู้คลอดอย่างใกล้ชิด ยอมรับการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์จากสภาวะของโรค พูดคุยให้กำลังใจเพื่อช่วยลดภาวะเครียดของผู้คลอด ตรวจภายในเพื่อประเมินความก้าวหน้าของการคลอด
ฟังเสียงหัวใจของทารกในครรภ์ทุก 15-30 นาที หรือใช้ Fetal Monitoring เพื่อประเมินสภาวะของทารกในครรภ์และฟังเสียงหัวใจของทารกในครรภ์ทุก 5 นาที ในระยะที่ 2 ของการคลอด
ในระยะที่ 2 ของการคลอด ต้องตรวจวัดสัญญาณชีพของผู้คลอดให้ถี่ขึ้นเป็นทุก 10 นาที หากพบว่าชีพจรมากกว่า 100 ครั้ง/นาที อัตราการหายใจมากกว่า 24 ครั้ง/นาที เป็นอาการแสดงว่าผู้คลอดอาจมีภาวะหัวใจวาย ต้องรายงานแพทย์ทันทีพร้อมกับให้ออกซิเจนแก่มารดาในอัตรา 10 ลิตร/นาที
ให้ผู้คลอดเบ่งให้น้อยที่สุดเพราะการเบ่งทำให้หัวใจทำงานมากขึ้น แพทย์อาจช่วยคลอดโดยการท าสูติศาสตร์หัตถการ
ระยะหลังคลอด
จัดท่าให้มารดาหลังคลอดที่มีภาวะไทรอยด์เป็นพักได้นอนพักบนเตียงในท่า Semi-Fowlerเพื่อลดการท างานของหัวใจ และช่วยให้ปอดขยายได้ดีขึ้น
ให้การดูแลอย่างใกล้ชิดในระยะ 24 ชั่วโมงหลังคลอด โดยการวัดสัญญาณชีพทุก 15 นาที 4 ครั้ง ทุก 30 นาที 2 ครั้ง ทุก 1 ชั่วโมง จนกว่าจะปกติ จากนั้นประเมินทุก 2-4 ชั่วโมง หากพบว่าภายใน 2-3 ชั่วโมงแรกหลังคลอด มารดามีไข้ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ความดันโลหิตมี Pulse Pressure กว้างขึ้น มีอาการกระวนกระวาย สับสน ให้ระวังว่ามารดาอาจมีภาวะวิกฤติจากไทรอยด์(Thyroid Storm) ซึ่งจะทำให้เสียชีวิตได้ ต้องรีบรายงานแพทย์ทันทีเพื่อการช่วยเหลือ
ประเมินการหดรัดตัวของมดลูก
กรณีมารดาทานยาต้านไทรอยด์ PTU(Propylthiouracil) >150 mg สามารถให้นมบุตรได้ ติดตามภาวะการทำงานของต่อมไทรอยด์ของทารก
อาการ
นางสาววิชญาดา ศรีชมภู รหัส 64170066