Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
โรคงูสวัด (Herpes zoster) เปรียบเทียบกับ โรคเริม (Herpes simplex),…
โรคงูสวัด (Herpes zoster)
เปรียบเทียบกับ
โรคเริม (Herpes simplex)
ข้อวินิจฉัยและการพยาบาล
โรคเริม (Herpes simplex)
1.เสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อ เนื่องจากมีตุ่มน้ำหรือแผลเปิด
เป้าหมายทางการพยาบาล: ผู้ป่วยสามารถป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไปยังตนเองหรือผู้อื่น
กิจกรรมการพยาบาล
ให้คำแนะนำผู้ป่วยเกี่ยวกับการป้องกันการแพร่เชื้อ เช่น การล้างมือ การหลีกเลี่ยงการสัมผัสแผล
1.1) แนะนำให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดในช่วงที่มีอาการกำเริบ (เช่น การจูบ หรือเพศสัมพันธ์)
1.2) แนะนำให้ใช้ถุงยางอนามัยหรืออุปกรณ์ป้องกัน
อื่น ๆ เมื่อมีความจำเป็น
2.มีความวิตกกังวล เนื่องจากการเจ็บป่วยหรือความไม่มั่นใจในรูปลักษณ์ตนเอง
กิจกรรมการพยาบาล
1.เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยแสดงความคิดเห็นหรือซักถามข้อสงสัย
2.สนับสนุนทางจิตใจและสร้างความมั่นใจในการจัดการกับโรค
3.ให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคเริม การรักษา และการป้องกัน
เป้าหมายทางการพยาบาล:
ผู้ป่วยไม่เกิดความวิตกกังวล
สาเหตุปัจจัยการเกิดโรค
โรคงูสวัด (Herpes zoster)
เกิดจากเชื้อไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์
(Varicella Zoster Virus: VZV)
เชื้อชนิดเดียวกับที่เป็นสาเหตุของโรคอีสุกอีใส (Chickenpox)
เมื่อหายจากอีสุกอีใสแล้ว เชื้อจะหลบซ่อนในปมประสาทของร่างกาย
ปัจจัยที่ทำให้เชื้อกลับมาทำงานอีกครั้ง
ร่างกายอ่อนแอ เช่น ภาวะเครียด หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ
ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
โรคเริม (Herpes simplex)
เกิดจากเชื้อไวรัสเริม
(Herpes Simplex Virus: HSV)
HSV-1: มักทำให้เกิดเริมที่ปากหรือใบหน้า
HSV-2: มักทำให้เกิดเริมที่อวัยวะเพศ
เมื่อหายจากโรค เชื้อเริมจะเข้าไปหลบซ่อนที่ปมประสาทในบริเวณ
ใต้ผิวหนังหรือเยื่อบุและแฝงตัวอยู่อย่างสงบ
แต่เมื่อมีปัจจัยกระตุ้น เชื้อริมที่แฝงตัวอยู่นั้นจะเกิดการแบ่งตัวเจริญเติบโต
เกิดการติดเชื้อซ้ำ
ภาวะแทรกซ้อน
โรคงูสวัด (Herpes zoster)
ติดเชื้อแบคที่เรียแทรกซ้อน กลายเป็นตุ่มหนอง
โรคหายช้าและกลายเป็นแผลเป็น
กระจกตาอักเสบ
รายที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น เอดส์ มะเร็งใช้ยากดอิมมูน
อาจเป็นงูสวัดชนิดแพร่กระจาย คล้ายอีสุกอีใส
อาการมักรุนแรง เป็นนาน อาจกระจายสู่สมองและอวัยวะภายใน อื่น ๆ เป็นอันตรายร้ายแรงถึงตายได้
โรคเริม (Herpes simplex)
ตุ่มหรือแผลกลายเป็นหนองติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำ
ปัญหาทางระบบประสาท
เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
สมองอักเสบ
ปวดตามเส้นประสาทเรื้อรัง
ปัญหาด้านดวงตา
กระจกตาอักเสบ ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็น
การรักษา
โรคงูสวัด (Herpes zoster)
อาการไม่รุนแรง
รักษาตามอาการ
ให้ยาแก้ปวด เช่น พาราเซทตามอล
ยาทาแก้ผดผื่นคัน หรือครีมพญายอขององค์การเภสัชกรรม กรณีมีอาการปวดแสบปวดร้อน
ให้ยาปฏิชีวนะ เช่น คล็อกซาซิลลิน อีริโทรไมซิน กรณีมีตุ่มกลายเป็นหนองจากการติดเชื้อ
อาการแบบแพร่กระจาย
พบในคนอายุมากกว่า 60 ปี
พบในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
มีอาการขึ้นบริเวณหน้า
แพร่กระจายออกนอกแนวประสาท
ส่งโรงพยาบาลทันที
อาการรุนแรงถึงระบบประสาท
ให้พาราเซทตามอล
ให้อะมิทริปไทลีน (Amitriptyline) ขนาดเริ่มต้น 10 มก./วัน
โรคเริม (Herpes simplex)
เริมที่ช่องปาก ดื่มน้ำบ่อยๆ บ้วนปากด้วยน้ำเกลือ ใช้ Glycerine borax gentian violet ป้ายวันละ 3-4 ครั้ง ถ้ารับประทานอาหารไม่ได้ให้ส่ง
โรงพยาบาลใน 24 ชม.
เริมที่อวัยวะเพศ รับประทานยาเม็ดAcyclovir หรือทาAcyclovir cream
การป้องกัน
โรคงูสวัด (Herpes zoster)
สถาบันดูแลสุขภาพบางแห่งอาจห้ามบุคลากรที่เป็นโรคงูสวัดทำงานจนกว่าแผลจะแห้งและเป็นสะเก็ด
บุคคลที่เป็นโรคงูสวัดเฉพาะที่ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อโรคอีสุกอีใสรุนแรงในบ้านและที่ทำงานจนกว่าแผลจะตกสะเก็ด ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ ทารกคลอดก่อนกำหนดทั้งหมดที่เกิดจากมารดาที่มีความเสี่ยง
บุคคลที่มีโอกาสสัมผัสกับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงดังกล่าวในบ้านหรือที่ทำงานควรได้รับแจ้งเกี่ยวกับวิธีสังเกตอาการและอาการของโรคงูสวัด
หากบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้ออีสุกอีใสสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคงูสวัดควรใช้วัคซีนป้องกันอีสุกอีใสหรือ VARIZIG เพื่อป้องกันโรคหลังจากสัมผัสเชื้อ
การใช้วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด
ให้ผู้ที่มีอายุ มากกว่า 60 ปีทุกคนฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด 1 โดสเป็นประจำ
ผู้ที่รายงานว่าเคยเป็นโรคงูสวัดมาก่อนและผู้ที่มีภาวะทางการแพทย์เรื้อรัง (เช่น ไตวายเรื้อรัง เบาหวาน โรคไขข้ออักเสบรูมาตอยด์ และโรคปอดเรื้อรัง)
วัคซีนนี้ไม่ได้รับอนุญาตสำหรับบุคคลที่มีอายุ < 60 ปี
ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคงูสวัด บุคคลที่คาดว่าจะมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องสามารถฉีดวัคซีนได้
โรคเริม (Herpes simplex)
สตรีที่ติดเชื้อบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ ควรทํา herpes pap-smear ทุกปี
การป้องกันการสัมผัสทางเพศสัมพันธ์ทําได้โดยใช้ถุงยางอนามัย ในผู้ที่พบการติดเชื้อ
บริเวณอวัยวะสืบพันธุ์แม้ว่าไม่มีอาการก็อาจมีเชื้อออกมาได้
ถ้ามารดาพบว่ามี genital herpes ระยะใกล้คลอดและถุงน้ำครํ่าแตกไม่เกิน 4 ชั่วโมงก่อน
คลอด ควรทําการคลอดโดยการผ่าตัดบริเวณหน้าท้อง
การรักษาสุขนิสัยส่วนตัว เช่น หลีกเลี่ยงการจูบหรือการใช้แก้วน้ำร่วมกันหรือในกรณีผู้ติด
เชื้อเริมบริเวณมือ ซึ่งมีสาเหตุอาจเนื่องจากการจับ สัมผัสประตู ลูกบิด ห้องน้ำสาธารณะ
การตรวจวินิจฉัย
โรคงูสวัด (Herpes zoster)
PCR (Polymerase chain reaction)
ใช้ตรวจ Varicella-Zoster virus จากน้ำในตุ่มน้ำใส
Tzanck smear
ขูดฐานตุ่มน้ำพื่อตรวจหา multinucleated giant cells แต่ไม่สามารถแยก VZV จาก HSV
การเพาะเชื้อไวรัส
ทำได้จากตุ่มน้ำในระยะเริ่มต้น แต่เวลานานและความไวต่ำกว่าการทำ PCR
โรคเริม (Herpes simplex)
PCR
ใช้ตรวจ Herpes Simplex Virus (HSV) จากตุ่มน้ำหรือบริเวณ
รอยโรคมีความไวและความจำเพาะสูง
Tzanck Smear
ตรวจพบ multinucleated giant cells แต่ไม่สามารถแยก HSV-1, HSV-2 หรือ VZV ได้
การเพาะเชื้อ
ใช้เพาะเชื้อ HSV จากตุ่มน้ำในระยะเริ่มต้น แต่ใช้เวลานาน
Direct Fluorescent Antibody (DFA)
ตรวจหาแอนติเจนของ HSV-1 และ HSV-2 โดยตรงจากตัวอย่างรอยโรค
อาการ /อาการแสดง
โรคงูสวัด (Herpes zoster)
อาการเริ่มต้น (ช่วงระยะฟักตัว
ปวดหัว
มีไข้
ปวดแสบปวดร้อนบริเวณผิวหนัง
อาจมีอาการชาและเจ็บเมื่อสัมผัส
อาการหลัง 1 สัปดาห์
ผื่นแดงบริเวณที่ปวด
ตุ่มน้ำใสเรียงตัวเป็นเส้นตามแนวเส้นประสาท
บริเวณที่พบบ่อย:อก เอว (ข้างใดข้างหนึ่ง)
ตุ่มน้ำ
ตุ่มน้ำแตกและตกสะเก็ด
ไม่มีแผลเป็น
ใช้เวลา 2-6 สัปดาห์กว่าจะหาย
โรคเริม (Herpes simplex)
เริมที่ผิวหนัง
อาการนำ: ปวดแสบปวดร้อนหรือปวดเสียวก่อน 2-48 ชั่วโมง
ตุ่มน้ำใส (2-3 มม.)
อยู่รวมกันเป็นกลุ่มบนพื้นแดง
กลายเป็นสีเหลืองขุ่น → แตก → สะเก็ด
หายเองใน 1-2 สัปดาห์
เริมในช่องปาก
มักเกิดจากเชื้อ HSV-1
ระยะฟักตัว: 2-3 วัน
อาการในเด็ก
ไม่ดูดนม ไม่กินอาหาร
ตุ่มน้ำในช่องปาก → แตกเป็นแผลตื้นสีเทาบนพื้นแดง
เหงือกบวมแดง อาจมีเลือดซึมและกลิ่นปาก
ต่อมน้ำเหลืองใต้คางโตและเจ็บ
หายเองใน 10-14 วัน
มีไข้
อาการในผู้ใหญ่
ตุ่มน้ำหรือแผลที่ลิ้น กระพุ้งแก้ม และเหงือก
ไข้ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย
หายเองใน 7-10 วัน
เจ็บคอ → หนองที่ผนังคอหอย → แผลที่ทอนซิล
เริมที่ริมฝีปาก
ตุ่มน้ำเล็ก ๆ ที่ริมฝีปาก → แตกเป็นแผล → ตกสะเก็ด (2-4 วัน)
อาการนำ: ปวดแสบหรือคันก่อนตุ่มขึ้น
เริมที่อวัยวะเพศ
มักเกิดจากเชื้อ HSV-2
ระยะฟักตัว: 2-10 วัน
อาการ
ไข้ ปวดหัว อ่อนเพลีย
ผื่นตุ่มน้ำ แดง คล้ายรอยถลอก
ตำแหน่ง
ชาย: หนังหุ้มปลายองคชาต ถุงอัณฑะ ต้นขา รอบทวารหนัก
• หญิง: ช่องคลอด ปากช่องคลอด ปากมดลูก รอบทวารหนัก
อาการแสบ คัน เจ็บ
อาจมีปัสสาวะแสบขัด หนองไหลจากช่องคลอด/ท่อปัสสาวะ
ต่อมน้ำเหลืองขาหนีบโตและเจ็บ
หายเองใน 2-3 สัปดาห์
พยาธิสภาพ
โรคเริม (Herpes simplex)
ลักษณะทางพยาธิวิทยา
เซลล์ที่ติดเชื้อมีการเปลี่ยนแปลง (Cytopathic Effect)
เซลล์ขนาดใหญ่
มีหลายนิวเคลียส (Multinucleated Giant Cells)
แฝงตัวในปมประสาทรับความรู้สึก (Sensory Nerve Ganglion)
การติดเชื้อและการแฝงตัวของเชื้อ
หลังการติดเชื้อครั้งแรก
เชื้อเข้าสู่ระยะแอบแฝง
อยู่ในปมประสาท (Dorsal Root Ganglion)
เชื้อแบ่งตัวเมื่อ
ถูกกระตุ้น
การแพร่กระจายของเชื้อ
ช่องทางการแพร่กระจาย
สัมผัสโดยตรงกับรอยถลอกของผิวหนังหรือเยื่อบุ
ระยะฟักตัว 2 วัน - 2 สัปดาห์
การแพร่เชื้อจากมารดาสู่ทารก
โรคงูสวัด (Herpes zoster)
การติดเชื้อปฐมภูมิ
เชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายผ่านทางระบบทางเดินหายใจ
เริ่มติดเชื้อที่ กล่องเสียงและลำคอ (pharynx) ก่อนแพร่เข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง
หลังจากการแบ่งตัวของเชื้อ เชื้อจะเข้าสู่กระแสเลือด (viremia)
กระจายไปยังอวัยวะต่าง ๆ โดยเฉพาะผิวหนัง
มีผื่นและตุ่มน้ำใสที่ชั้น corium และ dermis พบเซลล์ขนาดใหญ่หลายนิวเคลียส (multinucleated giant cells) และ intranuclear inclusions ในบริเวณรอยโรค
การติดเชื้อลามไปเส้นเลือดขนาดเล็ก
อาจทำให้เกิด necrosis และ epidermal hemorrhage
ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของ โรคอีสุกอีใส
การกลับมาเป็นซ้ำ
เชื้อไวรัส VZV (Varicella-Zoster Virus) จะคงอยู่ในรูปแบบแฝงบริเวณ dorsal root ganglia หรือ cranial และ enteric sensory ganglia โดยไม่มีอาการ
การ Reactivation
เมื่อเกิดการกระตุ้น (reactivation) เช่น ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ ไวรัสจะกลับมาแบ่งตัวอีกครั้งและแพร่กระจายผ่านเส้นประสาท
ก่อให้เกิดการอักเสบและทำลายเส้นประสาท ทำให้มีอาการปวดตามแนวเส้นประสาท (neuropathic pain)
ไวรัสเคลื่อนเข้าสู่ผิวหนังปลายเส้นประสาท เกิด ผื่นตุ่มน้ำ ตามแนว dermatome ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของ งูสวัด
โรคงูสวัด (Herpes zoster)
เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง
กิจกรรมการพยาบาล
1.ดูแลให้ได้รับยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษา
2.ประเมินสภาพการเปลี่ยนแปลงของรอยโรคหรือตุ่ม สังเกตอาการผิดปกติของผิวหนังบริเวณรอยโรค โดยดูจากขนาดของตุ่มน้ำและลักษณะของแผล เช่น แผลแดงแฉะปนน้ำหนอง น้ำเหลืองไหล มีกลิ่นเหม็น พร้อมจดบันทึกอย่างละเอียด
3.ประเมินสัญญาณชีพที่ผิดปกติ เพื่อติดตามภาวะติดเชื้อ ได้แก่ ความดันโลหิตต่ำลง มีไข้ ชีพจร การหายใจเร็ว/ช้าผิดปกติ
4.ติดตามผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ พร้อมรายงานแพทย์ทันทีเมื่อพบความผิดปกติ
5.ทำความสะอาดแผลหรือประคบด้วย 0.9%NaCl ประคบนาน 20 นาที วันละ 2 ครั้งเช้าและเย็น เพื่อให้ตุ่มแห้ง ลดอาการเฉพาะที่กีดกันการเจริญของแบคทีเรียและไม่ทำอันตรายต่อเนื้อเยื่อ
เป้าหมายการพยาบาล: ผู้ป่วยไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนของโรค
2.เสี่ยงต่อการเกิดโรคงูสวัดซ้ำ
กิจกรรมการพยาบาล
2.แนะนำให้ผู้ป่วยเห็นความสำคัญของการลดปัจจัยเสี่ยงของการ
กลับเป็นโรคซ้ำ ได้แก่ การหลีกเลี่ยงภาวะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
แนะนำให้มาตรวจตามแพทย์นัด
ให้ความรู้เรื่องวัคซีนแก่ญาติผู้ป่วยเพื่อ ป้องกันการเกิดโรคงูสวัด หากไม่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อน เพื่อลดโอกาสในการเกิดโรคงูสวัด ความรุนแรงของโรค และลดภาวะแทรกซ้อนของโรค
ให้คำแนะนำเรื่องการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ และให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องโรค การดำเนินโรค และให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องโรคการรักษาการเกิดซ้ำ และการสังเกตุอาการผิดปกติที่ต้องมาพบแพทย์
เป้าหมายการพยาบาล: ผู้ป่วยไม่เกิดโรคงูสวัดซ้ำ
อัมพาตปากเบี้ยวหรือ เส้นประสาทเป็นอัมพาต