Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 3 เทคโนโลยีที่ใช้ในการทำโดยไม่ต้องผ่านบุคคลที่สาม (Blockchain),…
บทที่ 3 เทคโนโลยีที่ใช้ในการทำโดยไม่ต้องผ่านบุคคลที่สาม (Blockchain)
ประเภทของ Blockchain
แบ่งออกเป็น 3 ประเภท
Private Blockchain (Blockchain แบบปิด)
Consortium Blockchain (Blockchain แบบ เฉพาะกลุ่ม)
Public Blockchain (Blockchain แบบเปิดสาธารณะ)
ความหมายของ Blockchain
ซึ่งมีการเปรียบเทียบว่า Blockchain ตอนนี้สภาพเหมือนอินเทอร์เน็ตตอนเริ่มต้น
เป็นเทคโนโลยีที่มีคนพูดถึงมากกว่าจะเป็นตัวเปลี่ยนโลกเหมือนที่อินเทอร์เน็ตเปลี่ยนโลก
ระบบโครงข่ายในการเก็บบัญชีธุรกรรมออนไลน์ มีลักษณะเป็นเครือข่ายใยแมงมุม ที่เก็บสถิติการธุรกรรมทางการเงิน และสินทรัพย์ชนิดอื่นๆ
เป็นระบบโครงข่ายในการทำธุรกรรมต่างๆ ซึ่งตัดตัวกลางอย่างสถาบันการเงิน ที่มีอยู่ในโลกปัจจุบันออกไป ทำให้ต้นทุนการทำธุรกรรมถูกลง
Blockchain ไม่เพียงมีบทบาทอยู่แค่การทำธุรกรรมทางการเงินเท่านั้น หากแต่ยังอาจถูกนำไปใช้ในงานอื่นๆ
การเก็บสถิติการเลือกตั้งให้มีความโปร่งใสมากขึ้น
การให้ยืม Cloud Storage ระหว่างการบริหาร co-location, ระบบ Peer to Peer Lending
องค์ประกอบของเทคโนโลยี Blockchain
Blockchain เป็นเทคโนโลยี ที่เกี่ยวกับความเชื่อใจ (Trust) ในการทำธุรกรรมที่มีมูลค่า (Value) โดยมีองค์ประกอบ 4 ข้อดังนี้
Chain การเอา header (hash) ของ block มาเรียงต่อกันเป็น chain
การทำธุรกรรมก็แค่เอา hash ล่าสุด 2 คนมีเปรียบเทียบกัน ถ้าตรงกันคือเชื่อถือได้ทำธุรกรรมได้
เราสามารถเก็บแค่ hash ล่าสุดไว้ก็ได้ ไม่ต้องเก็บทั้ง blockchain ในการทำงานธุรกรรม
ข้อมูลกล่องปัจจุบันจะเก็บ hash ของกล่องก่อนหน้า ทำให้เปลี่ยน data transaction ที่เกิดขึ้นมาแล้วไม่ได้
โดยสรุป chain คือเอา block มาต่อกันโดยเก็บค่า hash ไว้ในกล่องถัดไป
มีแค่ header (hash) สามารถตรวจสอบได้ตลอดทั้ง chain ว่าไม่ถูกการเปลี่ยนแปลง
Consensus วิธีการตกลงกันว่า block ถัดไปจะเก็บอย่างไร สามารถทำได้หลายวิธีเช่น
Prove of Work คือ ให้คนที่โชคดีและขยันที่สุดชนะ ยิ่งจำนวน peer มาก ความน่าเชื่อถือยิ่งเยอะ
วิธีใดก็ได้ที่ตกลงกันแล้วทุกคนยอมรับ ธุรกรรม ที่เกิดขึ้น
Prove of Stake คือ ให้สิทะิ์กับคนที่ถือมูล (value) ที่มีค่าสูงสุด ในการตัดสินใจ แต่วิธีนี้อาจจะใส่กฏอื่นเพิ่ม
Block เป็นการเก็บ Data Transaction/Fact โดยบรรจุในกล่อง (Block) และเมื่อปิดกล่องแล้วข้อมูลภายในกล่องห้ามเปลี่ยนแปลง โดยจะมี Hash ปะหน้ากล่อง
Validation การตรวจสอบธุรกรรม ใช้ digital signature (private key) เพื่อประกันว่าธุรกรรมเกิดจากเจ้าของเงินจริงๆ
Wallet (optional) กระเป๋าเงินที่ทำให้เราทราบมูลค่าของเงินที่เรามีอยู่
ลักษณะการทำงานของ Blockchain
ยืนยันความถูกต้องโดย Miner และต้องไม่ถูกคัดค้านจากผู้ใช้
เพิ่ม Block นั้นเข้าไปยัง Chain
เก็บ Transaction ไว้ใน Public Ledger
เงินถูกถ่ายโอนและอัพเดทข้อมูลแก่ผู้ใช้
A ต้องการโอนเงิน (ส่งข้อมูล) ไปให้ B ผ่านเลขบัญชี โดยใช้ Private key + Password และ Public Key
แนวคิด Blockchain
การเพิ่มขึ้นของอุปกรณ์ที่ใช้แนวคิดอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ จำเป็นต้องมีการจัดการดูแลอย่างการรักษาความปลอดภัยระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ
ทำให้เทคโนโลยีอย่าง Blockchain ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนบุคคลจะกลายมาเป็น ตัวช่วยสำคัญของการใช้งานดังกล่าว
เริ่มกลับมาเป็นกระแสที่ต้องจับตามองอีกครั้ง พร้อมมีการพัฒนาใหม่ๆ ไปสู่การใช้งานที่มากกว่าการทำธุรกรรม
ซึ่งถ้าย้อนกลับไป เมื่อ 5ปีที่ผ่านมาไอเดียทางธุกิจเหล่านี้ ต่างเคยถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้จริง หากแต่ปัจุุบันเรื่องเช่นนี้ได้กลายเป้น ตัวกำหนดผู้ชนะในอนาคต
ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยการมองว่่ซอฟแวร์ คือตัวแปรสำคัญของการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่
หลักการทำงานของเทคโนโลยี Blockchain
การทำงานของ Blockchain เป็นรูปแบบการเก็บข้อมูล (Data structure) แบบหนึ่งที่ทำให้ข้อมูล Digital Transaction ของแต่ละคนสามารถแชร์ไปยังทุกๆ คนได้ เป็นเหมือนห่วงโซ่
การประยุกต์ใช้ เช่น วงการอสังหาริมทรัพย์ สามารถประยุกต์ใช้ทำ Smart contract โดยถ้าสัญญาอยู่ในบล็อกเชร ทุกคนจะเห็นข้อมูลตรงกัน เราจึงสามารถไว้ใจระบบ Automate ปฏิบัติงานใดๆ ตามที่ระบุไว้ในสัญญา
Blockchain มีประโยชน์อย่างไร
การชำระแบบ Peer to Peer
การรักษาความปลดภัย และการแบ่งปันข้อมูล KYC
การซื้อขานพันธบัตรและหุ้น
การเพิ่มประสิทธิภาพงาน Trade Finance
การโอนเงิน ชำระเงิน