Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
อักษรสมัยอยุธยาตอนปลาย ถึงสมัยกรุงธนบุรี - Coggle Diagram
อักษรสมัยอยุธยาตอนปลาย ถึงสมัยกรุงธนบุรี
จำนวนอักษร
พบพยัญชนะเพิ่มขึ้น 2 ตัว คือ ฑ และ ฮ
สระเพิ่มขึ้นอีก 5 ตัว คือ สระ เอะ เอียะ เอือะ อัวะ และ เออะ
พบวรรณยุกต์ตรีและวรรณยุกต์จัตวา
พบเครื่องหมายประกอบการเขียน 1 รูป คือ เครื่องทัณฑฆาต
รูปอักษร
อักษรแบบธรรมดา
เส้นอักษรเป็นเส้นตรง
ตัวอักษรหักมุมจนเป็นเหลี่ยมมากกว่าสมัยอยุธยาตอนกลาง
ตัวอักษรเอนไปทางขวาเล็กน้อย
รูปสระมีสัณฐานคล้ายกับปัจจุบันมากขึ้น
สระอี ในช่วงปลายสมัยนี้ รูปฝนทองที่กำกับบนสระอิ เริ่มเลื่อนจากตรงกลางรูปสระมาอยู่ที่ปลายรูปสระบ้างแล้ว
อักษรไทยย่อ
นิยมใช้รูปอักษรไทยย่อในการบันทึกทั้งบนศิลา ทองแดง สมุดไทย และกระดาษเพลา
ส่วนใหญ่พบใช้บันทึกเรื่องรางทางศาสนาและตำราสอนตัวอักษร
อักขรวิธี
การใช้วรรณยุกต์
วรรณยุกต์พบใช้ ๒ รูป คือ รูปวรรณยุกต์เอก ( -่ ) และรูป วรรณยุกต์โท ( -้ ) สมัยอยุธยาตอนปลายแม้มีการใช้วรรณยุกต์ทั้งสองรูป แต่ก็มิได้ใช้อย่าง สม่ำเสมอทุกคำ
การใช้เครื่องหมาย
แทนสระ
ไม้หันอากาศ ในสมัยอยุธยาตอนปลายพบใช้ไม้หันอากาศอย่างสม่ำเสมอ เช่นเดียวกับสมัยอยุธยาตอนกลาง แต่ก็ยังพบการใช้พยัญชนะตัวสะกด สองตัวพร้อมกับการใช้ไม้หันอากาศอยู่บ้างเล็กน้อย
ไม้ได่ คู่เพิ่งพบใช้ในสมัยอยุธยาตอนกลางและใช้ต่อเนื่องมาถึงสมัยอยุธยาตอนปลาย แต่ปรากฏการใช้น้อยมาก
นิคหิต ใช้กำกับคำที่ประสมด้วยสระโอะลดรูปอย่างสม่ำเสมอมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนกลางจนถึงสมัยอยุธยาตอนปลาย เเต่พบการใช้เครื่องหมายนี้กำกับค่าที่ประสมสระอื่นน้อยมาก
ฝนทอง ส่วนใหญ่พบรูป ( -่ ) และเครื่องหมายฟันหนู ส่วนใหญ่พบรูป ( " ) พบใช้ปะปนกันเช่นเดียวกับสมัยอยุธยาตอนกลาง คือใช้กำกับเพื่อให้ออกเสียงสระ อะ โอะ ออ และ เออ
ประกอบการเขียน
ทัณฑฆาต ที่ปรากฏในคำในนันโทปนันทสูตรคำหลวง ใช้กำกับบนพยัญชนะที่เป็นตัวสะกด ในคำฉันท์สรรเสริญพระเกียรติ สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงปราสาททอง ใช้กำกับพยัญชนะสะกด จ ที่ประสมกับ สระเอ เท่านั้น
เครื่องหมายอื่น ๆ ที่ใช้ในการเขียน
ละสุด ใช้วางริมบรรทัดเพื่อจัดกรอบหน้า สมุดไทย
อังคั่น ใช้คั่นข้อความบางตอนไม่ให้ปะปนกัน บางครั้งใช้เป็นยังคั่นโคมูตร
โคมูตร ใช้แสดงว่าจบเรื่องหรือจบประโยค
ปีกกา ใช้เพื่อแสดงว่า คำหรือข้อความที่อยู่คนละ บรรทัดเป็นกลุ่มเดียวกันหรือเชื่อมโยงกัน
ฟองมัน หรือตาไก่ หรือตาวัว ใช้วางหน้าข้อความ เริ่มต้นคำประพันธ์หรือข้อความสำคัญ
ตื่นครุ (+) ใช้เขียนวันเดือนปีทางจันทรคติและเขียนยาตราเงิน
ไม้ยมก (ๆ) พบใช้เครื่องหมายเพื่อซ้ำค่าเช่นกัน โดยพบรูปคล้ายคลึงกับที่พบในสมัยอยุธยาตอนกลาง
การใช้สระ
คำที่ใช้สระ เ-ิ สมัยอยุธยาตอนปลายยังใช้รูป เ-ี อยู่บ้าง ส่วนใหญ่ใช้เหมือนปัจจุบัน
คำที่ใช้สระ เอือ ยังใช้รูป เอีอ และ เอิอ เหมือนอยุธยาตอนกลางอยู่บ้าง ส่วนใหญ่ใช้รูปเหมือนปัจจุบัน
คำที่ใช้สระ เอีย ยังคงใช้ทั้งรูป เอีย และ เอิย และ วางสระอี และ อิ ไว้ที่ตัว ย เช่นเดียวกับสมัยอยุธยาตอนกลางอยู่บ้าง ส่วนใหญ่ใช้เหมือนปัจจุบัน
คำที่ประสมสระ ใ- และ ไ- สมัยอยุธยาตอนปลายยังคงใช้ปะปนกัน และ ยังคงมีตัว ย กำกับอยู่ด้วย ส่วนใหญ่จะใช้เหมือนกับปัจจุบัน
คำที่ใช้สระอิ อี อึ ยังคงใช้รูป 4 เช่นเดียวกับสมัยอยุธยาตอนกลางอยู่บ้าง ส่วนใหญ่ใช้เหมือนปัจจุบัน
การใช้พยัญชนะ
การใช้พยัญชนะตัวเดียวทำหน้าที่เป็นทั้งตัวสะกดของคำหรือพยางค์หน้า และเป็นพยัญชนะต้นของคำหรือพยางค์หลัง
การใช้รูปพยัญชนะตัวเต็มหรือตัวเชิงของอักษรขอมเขียนแทนอักษรไทย บางครั้งใช้อักษรขอมแทรกทั้งคำ และบางครั้งใช้อักขรวิธีแบบขอม เช่น เขียนตัวสะกดซ้อนใต้ พยัญชนะต้น
เขียนพยัญชนะเชื่อมต่อกับสระ
พยัญชนะที่มีหาง ตัว ป ฝ และ ฟ เมื่อประสมกับสระอา อิ อี จะเขียนต่อเนื่องกับสระ หางจะเปลี่ยนรูป ส่วนพยัญชนะ ช ศ และ ส เมื่อประสมสระอา หางจะอยู่ข้างล่าง
พยัญชนะที่ไม่มีหางปลายเส้นอักษรเส้นหลังลากขึ้นข้างบน เช่น ญ น บ ผ พ ม ย ร และ ษ เป็นต้น เมื่อประสมกับสระอา อิ อี ก็จะเขียนต่อเนื่องเป็นเส้นเดียวกัน ส่วนพยัญชนะที่ไม่มีหางแต่ปลายเส้นอักษรเส้นหลังลากลงข้างล่าง เช่น ก ค จ ด ต ถ ท ล และ ว เป็นต้น เมื่อประสมกับสระอา ก็จะเขียนสระติดกับตัวพยัญชนะ และเมื่อประสมกับสระอิ อี ก็จะเขียนสระติดกันโดยปลายสระจะเขียนติดกับเส้นหรือมุมขวาของ
การเขียนตัวสะกดต่างกัน คำคำเดียวกันเขียนตัวสะกดการันต์แตกต่างกันไป ไม่มีกฎเกณฑ์แน่นอน เพียงแต่ให้อ่านออกเสียงได้
เขียนพยัญชนะสองตัวเชื่อมต่อเป็นตัวเดียวกัน