Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
สามัคคีเภทคำฉันท์, มีที่มาจากนิทานในหนังสือจักษุ ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชเจ้าก…
สามัคคีเภทคำฉันท์
ข้อคิดของเรื่อง : : :
-
-
เราทุกคนควรมีความสามัคคี เพราะการขาดความสามัคคีจะนำมาซึ่งความเดือดร้อน และในการคบคนนั้นควรพิจารณาไตร่ตรองให้ดี ถ้าไว้ใจคนอื่นมากเกินไปอาจนำภัยมาสู่ตนได้
นพรุจ แข็งแรง 6/1 7
-
การกระทำทุกอย่างต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ มีการวางแผน คิดตริตรองเพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด ดังที่พระเจ้าอชาตศัตรูไม่บุ่มบ่ามทำอะไรตามใจ แต่รู้จักคิด วิเคราะห์เพื่อทำลายจุดแข็งของ
ศัตรูจนในที่สุดก็ทำให้ได้รับชัยชนะ
ธนพล สุวรรณ์ทา (ธนพล สุวรรณ์ทา เลขที่1)
สะท้อนให้เห็นถึงสถาพสังคม จะต้องมีความสามัคคีจึงอยู่รอดได้
การที่จะคบใครต้องไตร่ตรองให้รอบคอบ ก่อนจะไว้ใจผู้อื่น ไม่หูเบาเชื่อทุกสิ่งที่ได้ยิน และ แยกแยะระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว ชลธิชา วงษ์พระจัทร์ เลขที่ 11
ต้องฟังความคิดเห็นของกันและกัน ว่าเราเข้าใจผิดอะไรตรงไหนจะได้แก้ปัญหาให้ถูกจุด จะได้ไม่ผิดใจกันกัน(สุเมธ เชิดชู เลขที่5)
-
-
เรื่องย่อ
พระเจ้าอชาตศัตรูต้องการขยายอณาจักไปยังแคว้นวัชชี จึงวางแผนให้วัสสการพรมหมณ์ที่เป็นอำมาตย์ไปเป็นไส้ศึก ให้ไปเป็นครูสอนศิลปวิทยาแก่บรรดาราชกุมาร และได้ดำเนินอุบายทำลายความพร้อมเพียงและความสามัคคี ทำให้ทะเลาะวิวาท
จิรปรียา เลขที่ 10
พระองค์ล้วนแต่ทรงตั้งมั่นอยู่ในธรรมที่เรียกว่า “อปริหานิยธรรม ๗” คือธรรมอันเป็นไปเพื่อเหตุแห่งความเจริญฝ่ายเดียว มีทั้งหมด ๗ ประการ
นพรุจ แข็งแรง 6/1 เลขที่7
-
เมื่อวัสส์การพราหมณ์เห็นว่าเริ่มแตกคอกันหนักแล้วจึงให้คนลอบไปกราบทูลพระเจ้าอชาตศัตรูให้ยกทับมาตียึดเมื่องจนได้ (พรกนก ลือลาภ เลขที่18)
-
-
-
มีที่มาจากนิทานในหนังสือจักษุ ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์(ม.ร.ว ชื่น นภาวงศ์) เมื่อดำรงสมณศักดิ์พระสุคุณคณาจารย์ (มินตรา จันลา เลขที่ 15)
-
-
-
-
-
นายชิต บุรทัต ได้อ่านนิทานแล้วเห็นเป็นเรื่องที่ดีมีคติแต่งเป็นคำฉันท์ ความประสงศ์ทูลเกล้าฯ(สุเมธ เชิดชู เลขที่5)
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
เป็นกษัตริย์ที่เคยตั้งมั่นอปริหานิยธรรม 7 แต่ภายหลังก็ขาดวิจารณญาณ มีทิฐิมานะจนเกินเหตุ ไม่ยอมปรึกษาหารือกัน ขาดความสามัคคี
ชลธิชา วงษ์พระจันทร์ เลขที่ 11
เป็นผู้ที่มีความรักชาติบ้านเมือง ทรงทะนุบำรุงบ้านเมืองมีความเจริญรุ่งเรือง และประชาชนสามารถอยู่ ได้อย่างมีความสุข อีกทั้งยังมีความเมตตาต่อประชาชน(มินตรา จันลา เลขที่ 15)
-
-
-
-
-
ระหว่างที่บวชเรียนได้ศึกษาจบหลักสูตรนักธรรมประโยคชั้นสอง เป็นผู้รู้ภาษาบาลีและสันสกฤต (อรอนงค์ หม่วยนแก เลขที่19)
เมื่อนายชิต บุรทัตลาสิกขาบทได้ไปทำงานหนังสือพิมพ์กรุงศรีโดยใช้นามปากกา เอกชน เจ้าเงาะ แมวคราว (กรวรรณ กันหา เลขที่8)
-
ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ โดยมีสมเด็จพระสังฆราช กรมพระยาวชิรญาณวโรรสเป็นองค์อุปัชฌาย์ (มินตรา จันลา เลขที่ 15)
-
-
นายชิตใช้นามสกุลเดิมว่า ชวางกูร ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๕๙ จึงได้รับพระราชทานนามสกุลว่า "บุรทัต" (สุเมธ เชิดชู เลขที่5)
-
-
-
เป็นคนเฉลียวฉลาด มีไหวพริบและรอบคอบในการดำเนินกลอุบายด้วยความเฉียบแหลมลึกซึ้ง รู้การควรทำและไม่ควรทำ รอจังหวะและโอกาส การดำเนินงานจึงมีขั้นตอน มีระยะเวลา นับว่าเป็นคนมีแผนงาน ใจเย็น ดำเนินงานด้วยความรอบคอบ มีสติ (ฐิติกร ศรีเจริญ เลขที่13)
-
บุตรนายชู นางปริก เดิมนามสกุล "ชวางกูร" เป็นผู้มีความสามารถในการแต่งคำประพันธ์ร้อยกรอง โดยเฉพาะฉันท์ เป็นกวีที่มีชื่อเสียงในสมัยรัชกาลที่ 6
(ธนพล สุวรรณ์ทา เลขที่1)
-
-
-
-