Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉิน การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยภายใต้ขอบเขตกฎหมา…
การช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉิน
การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยภายใต้ขอบเขตกฎหมาย
สถานการณ์
เมื่อเกิดสถานการณ์แผ่นดินไหวในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ขนาด 8.6 ริกเตอร์
บ้านเรือนพังเสียหายหลายหลังคนเรือน มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ
มีผู้ป่วยชายถูกอาคารทับเสียชีวิตที่เกิดเหตุ จำนวน 1 ราย
มีผู้ป่วยที่มีบาดแผลขนาดใหญ่ที่ขาเลือดไหลไม่หยุด จำนวน 1 ราย
มีผู้ป่วยผู้สูงอายุที่มีบาดแผลเปิดเล็กน้อยทั่วร่างกายจำนวน 3 ราย
และมีผู้ป่วยเด็กที่อาการตกใจ หวาดกลัวแต่ยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้จำนวน 1 ราย
จงอธิบายแนวทางการช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉินในผู้ป่วยแต่ละราย
การประเมินอาหาร
ตรวจสอบที่เกิดเหตุว่าปลอดภัยหรือไม่
ประเมินคัดแยกผู้ป่วย โดยใช้หลัก START(Simple Triage and Rapid Treatment)
สีเขียว เดินได้
ผู้ป่วยเด็กที่อาการตกใจ หวาดกลัวแต่ยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้จำนวน 1 ราย
สีแดง หายใจมากกว่า 29 หรือน้อยกว่า 10
มีผู้ป่วยที่มีบาดแผลขนาดใหญ่ที่ขาเลือดไหลไม่หยุด จำนวน 1 ราย
สีเหลือง ทำตามคำสั่งได้
มีผู้ป่วยผู้สูงอายุที่มีบาดแผลเปิดเล็กน้อยทั่วร่างกายจำนวน 3 ราย
สีดำ ไม่หายใจ
มีผู้ป่วยชายถูกอาคารทับเสียชีวิตที่เกิดเหตุ จำนวน 1 ราย
ปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดย ใช้หลัก ABC
B Breathing RR <10, >23 breaths/min
C circulation Capillary refill time > 2 second and Pulse >120 bpm
A air way Obstruction?
และช่วยเหลือผู้ป่วย ในเรื่องการหาายใจ ผู้ที่เสี่ยงต่อการเสียเลือดและผู็ป่วยที่ช็อคจากการเสียเลือด ผู้ป่วยที่กระดูกหักหรือข้อเคลื่อน
เคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน
ติดต่อสื่อสารเพื่อเเจ้งเหตุ
จงจำแนกผู้บาดเจ็บตามหลัก Triage
ประเมินคัดแยกผู้ป่วย โดยใช้หลัก START(Simple Triage and Rapid Treatment)
สีเขียว เดินได้
ผู้ป่วยเด็กที่อาการตกใจ หวาดกลัวแต่ยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้จำนวน 1 ราย
สีแดง หายใจมากกว่า 29 หรือน้อยกว่า 10
มีผู้ป่วยที่มีบาดแผลขนาดใหญ่ที่ขาเลือดไหลไม่หยุด จำนวน 1 ราย
สีเหลือง ทำตามคำสั่งได้
มีผู้ป่วยผู้สูงอายุที่มีบาดแผลเปิดเล็กน้อยทั่วร่างกายจำนวน 3 ราย
สีดำ ไม่หายใจ
มีผู้ป่วยชายถูกอาคารทับเสียชีวิตที่เกิดเหตุ จำนวน 1 ราย
จงอธิบายหลักการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัยและการป้อ
งกันและบรรเทาสาธารณภัย
ขั้นตอนการบรรเทาสาธารณภัยโดยใช้หลัก CSCATT
สั่งการและควบบคุมกำกับ
การกั้นอาณาเขต
1.เขตปฏิบัติการชั้นนอก คือ เขตที่กั้นประชาชนโดยรอบและผู้ไม่เกี่ยวข้อง
ออกจากเขตปฏิบัติการ เพื่อลดความสับสนและทำงานได้สะดวก
2.เขตปฏิบัติการชั้นใน คือ เขตที่กั้นบุคลากรทางสาธารณภัยออกจากจุดเกิดเหตุในรัศมีที่พ้นจากอันตรายที่อาจเกิดจากเหตุการณ์นั้น จะกั้นรัศมีเทาไรขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทั่วไป เขตชั้นในจะกั้น ประมาณ 100 ฟุด (33 เมตร) จากจุดเกิดเหตุ แต่กรณีที่เหตการณ์รุนแรงเท่านั้นจะก้นห่างตามความเหมาะสม โดยเฉพาะในกรณีสารเคมีรั่วไหลต้องกั้นระยะห่าง Emergency response Guide book
3.การกั้นอาณาเขตในกรณีสารเคมีจะแบ่งพื้นที่ดังนี้
เขตปนเปื้อน คือ จดเกิดเหตุ ยังมีการปนเปื้อนและรั่วไหลของสารเคมี
เขตลางตัว คือ พื้นที่จัดเตรียมสำหรับการล้างสารเคมีที่ปนเปื้อนมากับผู้ป่วย
เขตปฏิบัติการ คือ พื้นที่ปฏิบัติการคัดแยกรักษาพยาบาล
4.ทางเข้าออกในแต่ละชั้นเขต ต้องมีเจ้าหน้าที่ Safety คอยควบคุมการเข้าออกของบุคลากร ว่าเหมะสมหรือไม่ เนื่องจากผู้ปฏิบัติการในต่ละเขตพื้นที่ ต้องสวมชุดป้องกันสารเคมีตามระดับความรุนแต่ละเขตพื้นที่ ต้องสวมชุดป้องกันสารเคมีตามระดับความรุนแรงของพื้นที่และเหตุการณ์ที่เผชิญ ทางเข้าและทางออกควรแยกกัน
การตั้งพื้นที่ปฎิบัติการ
1.พื้นที่คัดแยก
พื้นที่ผู้ป่วยหนัก (สีแดง) ควรตั้งในพื้นที่ที่สะดวกในการ
เข้าถึงจุดนำส่งแต่ ไม่ห่างจากจุดคัดแยกมากเกินไป
พื้นที่ผู้ป่วยบาดเจ็บปานกลาง (สีเหลือง) ตั้งใกล้พื้นที่สีแดง
พื้นที่ป่วยบาดเจ็บเล็กน้อย (สีเขียว) เป็นผู้ป่วยที่ไม่ต้องการการ รักษาเร่งด่วน ณ จุดเกิดเหตุสามารถนำส่งโรงพยาบาลได้เลย ดังนั้นในบางสถานการณ์ อาจไม่มีการดั่งส่วนนี้แต่จะนำส่งโดยรถพยาบาลขั้นพื้นฐานเมื่อพร้อม
2.จดนำส่ง ตั้งอยู่ใกลัจุดรักษาพยาบาล อยู่ในบริเวณ
ที่รถพยาบาลเข้าถึงได้
3.จุดจอดรถ อาจอยู่นอกหรือในเขตปฏิบัติการ แต่ต้องมีการจัดการ
จราจรให้เป็นทางเดียวไม่มีสิ่งกัดขวางจราจรและเข้าถึงจุดนำส่งได้ง่าย
Communication (การสื่อสารประสาน
งานโดยใช้หลัก METHANE)
M = ภัยหมู่: เป็นอุบัติภัยหมู่หรือไม่
E = รู้จุด: เหตุเกิดที่ไหน
T = รู้เหตุ: เหตุอะไร
H = เภทภัย: เป็นเหตุที่มีอันตรายหรือไม่
A = ไปพบ: ทีมสนับสนุนจะต้องใช้เส้นทางไหนปลอดภัยในการเข้าสนับสนุน
N = ผู้ประสบ: มีผู้บาดเจ็บประมาณเท่าไร
E = ครบช่วย: ทีมสนับสนุนในเหตุแล้วเท่าไรและต้องการเพิ่มเท่าไร
Assessment(ประเมินจุดเกิดเหตุและทรัพยากร)
การประเมินสถานการณ์ต้องทำโดยเจ้าหน้าที่ทุกระดับชั้นและมีการประเมินอย่างต่อเนื่องเนื่องจากเหตุการณ์มักจะเปลี่ยนแปลงได้เสมอบทบาทในการประเมินทรัพยากรจะเด่นชัดในบทบาทของผู้นำและเจ้าหน้าที่แต่ละส่วนเพื่อจะจัดสรรทรัพยากรที่มีและขอเพิ่มทรัพยากรจากหน่วยงานภายนอกได้ โดยส่วนมากจะมีการโยกย้ายทรัพยากรที่ปฏิบัติการสำเร็จแล้วไปช่วยในส่วนที่ยังมีการปฏิบัติการอยู่
5.Triage (คัดแยกผู้บาดเจ็บ)
Triage Sieve ปฏิบัติการ ณ
จุดเกิดเหตุทันที
แดง คือ ผู้เจ็บป่วยที่ต้องการการดูแลรักษาเพื่อช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน
เหลือง คือ ผู้เจ็บปวยที่ต้องการการดูแลรักษาภายใน 2 - 4 ชั่วโมงมิฉะนั้นจะเป็นอันตรายถึงชีวิต
เขียว คือ ผู้เจ็บป่วยที่อาการไม่นแรงสามารถรอได้นานไม่เกิน 24 ชั่วโมง
ดำ คือ ผู้เจ็บป่วยที่มีอาการหนักมีโอกาสรอดชีวิตน้อยอาจเสียชีวิตได้แม้ให้การรักษา อย่างเต็มที่ โดยใช้บุคลากรจำนวนมาก
ซึ่งจะทำให้ผู้เจ็บป่วยที่มีโอกาสรอดชีวิตมากกว่าต้องเสียโอกาสในการรักษา
Triage Sort ปฏิบัติการที่จุตรักษาพยาบาล
ให้การรักษาแค่เพียงการนำส่งผู้บาดเจ็บไปถึงยังสถานพยาบาลที่เหมาะสมอย่างปลอดภัย โดยเบื้องต้นเป็นที่การรักษาตาม PrimarySurvey (Save and run) อย่างไรก็ดีไม่มีกฎตายตัวในการรักษา ณ จุดเกิดเหตุขึ้นอยู่กับความยึดเยื้อของสถานการณ์หรือยานพาหนะไนการนำส่ง บางครั้งถ้ามีการตั้ง รพ.สนามอาจมีการรักษาขั้นสูงเพื่รักษาชีวิตผู้บาดเจ็บต่อได้
6.
Treatment (การรักษา ณ จุดเกิดเหตุ )
ให้การรักษาแค่เพียงการนำส่งผู้บาดเจ็บไปถึงยังสถานพยาบาลที่เหมาะสมอย่างปลอดภัย โดยเบื้องต้นเป็นที่การรักษาตาม Primary Survey (Save and run) อย่างไรก็ดีไม่มีกฎตายตัวในการรักษา ณ จุดเกิดเหตุขึ้นอยู่กับความยึดเยื้อของสถานการณ์หรือยานพาหนะไนการนำส่ง บางครั้งถ้ามีการตั้ง รพ.สนามอาจมีการรักษาขั้นสูงเพื่รักษาชีวิตผู้บาดเจ็บต่อได้
การจัดพื้นที่ในการรักษาพยาบาลตามความ
รุนแรงของการบาดเจ็บ
พื้นที่สีแดง : ควรมีหัวหน้าเป็นแพทย์
พื้นที่สีเหลือง : ควรมีหัวหน้าเป็นเวชกิจฉุกเฉินระดับกลางเป็นอย่างน้อย
พื้นที่สีเขียว : ควรมีหัวหน้าเป็นเวชกิจฉุกเฉินระดับพื้นฐานเป็นอย่างน้อย บางครั้งอาจไม่มีการรักษาผู้ป่วยสีเขียว ณ จุดเกิดเหตุ
อาจนำส่งโรงพยาบาลปลายทางได้เลย
7.Transport (ขนย้ายผู้บาดเจ็บ)
เจ้าหน้าที่จุดนำส่ง (Loading officer)ต้องประสานกับเจ้าหน้าที่รักษาพยาบาล,เจ้าหน้าที่จุดจอดรถและโรงพยาบาลลปลายทาง ในการนำส่งผู้ป่วยถูกที่ถูกเวลา และยานพาหนะที่เหมาะสมเจ้าหน้าที่จุดนำส่งจำเป็นต้องมี Surge.capacityจะช่วยในการตัดสิ้นใจนำส่งผู้ป่วยออกไปแบบกระจายไม่ไปแออัดที่โรงพยาบาลใดโรงพยาบาลหนึ่งหรือส่งไปยังโรงพยาบาลที่ไม่มีศักยภาพเหมาะสมกับผู้ บาดเจ็บ
: