Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ - Coggle Diagram
การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
ประโยชน์ของ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
มารดา
ป้องกันภาวะตกเลือดหลังคลอด
กระตุ้นการหลั่ง Oxytoxin ทำให้กล้ามเนื้อเรียบมีการบีบตัว
แม่จะปวดมดลูกหลังกินนมแม่
ลดการเกิดภาวะซึมเศร้า
คุมกำเนิดหลังคลอด
ป้องกันการเกิดโรคอ้วน
ลดความเสี่ยงการเป็นเบาหวานชนิดที่ 2
ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือด
ลดความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน
ลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งรังไข่
ลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งเต้านม
ทารก
เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
กระตุ้นการเจริญเติบโตของ Bifidobacterium ในลำไส้ทารก
ลดอัตราการตายของทารกและเด็ก
ลดการเกิดโรคภูมิแพ้ โรคหืด เบาหวาน
เสริมสร้างการเจริญเติบโตของสมอง
เพิ่มระดับสติปัญญา (IQ)
ลดพฤติกรรมก้าวร้าว
ประโยชน์ต่อประเทศชาติ
ลดค่าใช้จ่ายและประหยัดเวลา
เพิ่มคุณภาพประชากร จากแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติงบับที่ 12 ถล่าวถึง เด็ก ตั้งแต่แรกเกิดขึ้นไปจะต้องมีพัฒนาการที่สมวัยในทุกด้าน โดยเฉพาะ การส่งเสริมภาวะโภชนาการ และแก๊ปัญหาโรคขาดสารอาหารในทารถ และ เด็กก่อนวียเรียน
กายวิภาคศาสตร์ของเต้านม
เต้านม
ตั้งอยู่บริเวณกระดูกซี่โครงซีที่ 2 ถึงที่ 6 ในแนวราบ มีฐานยืดติดกับ กล้ามเนื้อหน้าอก ใต้กล้ามเนื้อเต้านมมีต่อมน้ำเหลืองและปลายประสาทที่รับ ประสาทสัมผัสบริเวณเต้านม ลานนมและหัวนม ภายในเต้านมประกอบด้วย เนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่สานกันหลวม ๆ เรียกว่า เส้นเอ็นคูเปอร์ ถ้ามีความแข็งแรงน้อย ก็จะทำเต้านมหย่อนคล้อย
หัวนม (Nipple)
เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.25 ถึง 0.75 นิ้ว ยาว 0.4 นิ้ว ขณะตั้ง ครรภ์ หัวนมจะมีขนาดใหญ่ขึ้นจากอิทธิพลของฮอร์โมนโปรแลคติน ยาวขึ้นจาก เดิม 2 มิลลิเมตร หลังคลอดหัวนมจะขยายขนาดเพิ่มขึ้นจากขณะตั้งครรภ์อีกเล็กน้อย
ลานนม (Ireola)
เป็นผิวหนังบริเวณรอบหัวนม มีลักษณะสีเข้ม หนาและมีความยืดหยุ่น เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.25 ถึง 1.25 นิ้ว วันแรกหลังคลอด ลานนมจะมีสีเข้มขึ้น อย่างเห็นได้ชัด ช่วยให้ลานนมแข็งแรงขึ้นไม่ถลอกเป็นแผลได้ง่ายมีตุ่มนูนของต่อมไขมัน ทำหน้าที่ผลิตไขมันเพื่อ ช่วยให้ผิวหนังบริเวณนี้ชุ่มชื้นไม่แห้งหรือแตกง่าย ผลิตกลิ่นตัวของแม่ทำให้ทารกหาเต้านม และจำกลิ่นแม่ได้ และผลิตสารต้านการติดเชื้อที่เซลล์พื้นผิวเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่บริเวณ ห้วนม และลานนม
หลักการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
บันไดขึ้นที่ 1
มีนโยบายการเลียงถูกด้วยนมแม่เป็นลายลักษณ์อักษรที่สื่อสารกับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ทุกคนได้ โดยระบุถึงการควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กในระดับนานาชาติและมติที่ประชุมสมัชชาสุขภาพโลกที่เกี่ยวข้อง
บันไดชั้นที่ 2
บุคลากรมีความรู้ สมรรถนะและทักษะที่เพียงพอในการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ บุคลากรมีความรู้ สมรรถนะและทักษะที่เพียงพอในการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
บันไดขั้นที่ 3
การอภิปรายถึงความสำคัญและการจัดการในการเลี้ยงถูกด้วยนมแม่แก่และครอบครัว ขี้แจงให้หญิงตั้ง ครรภ์ทุกคนทราบถึงประโยชน์และวิธีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สำหรับการให้คำปรึกชา ควรเริ่มในครั้งที่ 1 หรือครั้งที่ 2 ของการมาฝากครรภ์
บันไดขั้นที่ 4
ช่วยดูแลหลังคลอดทันที โดยให้แม่และถูกได้มีมผัสแบบเนื้อแนบเนื้อโดยปราศจากการรบกวนและ สนับสนุนให้ลูกดูดนมแม่ครั้งแรกเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เริ่มให้ดูดนมครั้งแรกภายใน 1 ชั่วโมงแรกหลังเกิด
บันไดขั้นที่ 5
การสนับสนุนให้แม่เริ่มเสียงถูกด้วยนมแม่ครั้งแรกและเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง สอนแม่ให้รู้วิธีการเลี้ยงถูก ด้วยนมแม่และวิธีการทำให้น้ำนมมีปริมาณพอเพียง แม้ว่าแม่จะต้องแยกจากลูก การจัดท่าอุ้มเข้าเต้าที่ถูกต้อง การดูดที่ ถูกวิธี
บันไดชั้นที่ 6
อย่าให้อาหารอื่นแก่ทารกที่กินนมแม่ ยกเว้นในกรณีที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ หากมีความจำเป็นให้มี การป้อนน้ำนมจากการบีบเก็บหรืออาหารอื่น ควรช่วยโดยป้อนนมด้วยแก้วหรือช้อน
บันไดขั้นที่ 7
ให้แม่และลูกอยู่ห้องเดียวกันตลอด 24 ชั่วโมง (Rooming-in) บุคลากรด้านสุขภาพควรสนับสนุนให้แม่ ได้เลี้ยงถูกด้วยนมแม่ตามความต้องการของลูกและต้องตรวจเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอเพื่อความปลอดภัยของลูก
บันไดชั้นที่ 8
สนับสนุนให้มารดามีการเรียนรู้และตอบสนองต่อการที่บ่งบอกว่าลูกหิว สนับสนุนให้ลูกได้กินนมแม่ ตามตองการ โดยฝึกให้แม่สังเกต และให้ความสำคัญของอาการหิวของทารก
บันไดขั้นที่ 9
ให้คำปรึกษาแม่เกี่ยวกับการใช้นมผสมและความเสี่ยงในการให้ลูกกินนมผสม การใช้จุกนมหรือหัวนม
บันไดขั้นที่ 10
ประสานงานและร่วมมือให้เกิดการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างต่อเนื่องหลังจากที่แม่ได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน โดยส่งเสริมให้แม่และครอบครัวเข้าถึงระบบการสนับสนุนการเลี้ยงถูกด้วยนมแม่ที่มีเครือข่ายอยู่
กระบวนการสร้างและหลั่งน้ำนม
ระยะสร้างต่อมน้ำนม (Mammogenesis)
ระยะตัวอ่อน หลังการ ปฏิสนธิ หลังเกิดต่อมสร้างน้ำนมจะมีการพัฒนาอย่างจำกัด ก่อนวัยรุ่น มีรูปร่างคล้ายรูปกรวย วัยรุ่นอายุ 10-12 ปี เต้านมและหัวนมขยาย ใหญ่มากขึ้น มีรูปร่างเป็นกระบอง พัฒนาการของเต้านมสมบูรณ์ ที่สุดในระยะตั้งครรภ์ ในช่วง 5 เดือนแรก ของการตั้งครรภ์ เซลล์ เยื่อบุของต่อมสร้างน้ำนมทำหน้าที่สร้างน้ำนม ทำให้เต้านมมีขนาด ใหญ่ขึ้น อายุครรภ์ 16-20 สัปดาห์ เต้านม จะสามารถสร้าง และหลั่งหัวน้ำนมได้
ระยะสร้างน้ำนม (Lactodenosis)
กลไกการสร้างน้ำนมระยะที่ 1 (Lactogenesis I)/ระยะหัวน้ำนม (colostrum)
เริ่มสร้าง ในช่วงไตรมาสที่ 3 ไปถึง3 วันหลังคลอด ภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังทารกเกิด ผลิตน้ำนม เฉลี่ย 100 มล./วัน ปริมาณน้ำนมจะค่อย ๆ ผลิตเพิ่มขึ้นแม่จะรู้สึกเต้านมหนักและ คัดตึงมาก ขึ้น
กลไกสร้างน้ำนมระยะที่ 2 (Lactogenesis II)/น้ำนมระยะเปลี่ยนผ่าน (Transitional MilK)
เริ่มมีการสร้างอย่างสมบูรณ์ เกิดขึ้นใน 32-96 ชั่วโมง หรือ 3 -7วันหลังคลอด ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่อยู่ในระดับสูงตลอดการตั้งครรภ์ จะกดการทำงานของฮอร์โมน โปร แลคติน แรกคลอดระดับของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะลดลงอย่างรวดเร็วภายใน 4 วัน การทำงานของฮอร์โมนโปรแลคตินจึงเป็นอิสระมีการผลิตน้ำนมภายใน 3 วันหลังคลอด ปริมาณน้ำนมที่สร้างได้ในช่วงวันที่ 3 ถึงวันที่ 4 เฉลี่ย 400 ถึง 600 มล./วัน
กลไกการสร้างน้ำนมระยะที่ 3 (Lactogenesis II)/)น้ำนมสมบูรณ์เต็มที่ (Mature MIH)
เกิดขึ้นหลังการคลอดประมาณ 2 สัปดาห์ ควบคุม 3 ส่วน 3) กระบวนการทางเคมีซองร่างกาย ผลิตน้ำนมวันละ 500 มล. ถึง 1,200 มล /วัน
1) ฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อ ได้แก่ โปรแลคติน ออกซีโทซิน
2) ฮอร์โมนที่ออกฤทธิ์ที่เซลล์ผลิตฮอร์โมนเองคือ ต่อม สร้าง น้ำนม
3) กระบวนการทางเคมีซองร่างกาย ผลิตน้ำนมวันละ 500 มล. ถึง 1,200 มล /วัน
สรีรวิทยาการหลั่งน้ำนม
กลไกการหลั่งน้ำนม
เกิดขึ้นเมื่อทารกดูดกระตุ้นหัวนม ฮอร์โมนออกซีโทซิน ไปกระตุ้นเซลล์กล้ามเนื้อเรียบภายในต่อมสร้างน้ำนม บีบน้ำนมให้พุ่งออกไปสู่ท่อ น้ำนมขนาดเล็กที่แยกจากกันของแต่ละต่อมน้ำนม
ปัจจัยขัดขวางการหลั่งฮอร์โมนูออกซีโทซิน
ฮอร์โมนอะดรีนาลีนจากความเครียด
น้ำนมไม่ถูกระบายออกจากเต้านม
การสร้างน้ำนมระยะที่ 2 ล่าช้า
ส่วนประกอบของน้ำนม
2.น้ำนมระยะเปลี่ยนผ่าน (Transitional MiK)
ปริมาณโปรตีน และภูมิต้านทาน ลดลง แต่มีปริมาณแลโตสและไขมันเพิ่มขึ้น
1 ระยะหัวน้ำนม (Colostrum)
เบตา แคโรทีน
เซลล์เม็ดเลือดขาว และสารภูมิคุ้มกันอิมโมนูโกลบูอิน ชนิด Ig A
ไลโซไซม์ น้ำย่อยใช้ย่อยผนังเซลล์ของเชื้อแบคทีเรีย
สารภูมิคุ้มกันระบบ T-cell ฮอร์โมน
สารอาหารจำพวกไขมัน วิตามิน เกลือแร่ และสารที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโต
สารอาหารจำพวกโปรตีนคือ แลคโตเฟอริน
3.น้ำนมระยะ น้ำนมสมบูรณ์เต็มที่ (Mature MiK)
น้ำนมส่วนหน้า (Fore Milk) มีลักษณะโส มีส่วนประกอบของ น้ำ และน้ำตาล แล็กโทส
น้ำนมส่วนหลัง (Hind MilK) จะมีปริมาณไขมันมากกว่าน้ำนมส่วนหน้า2-3เท่าจึง ทำให้ทารกรู้สึกอิ่ม
ส่วนประกอบของนมแม่ระยะสมบูรณ์เต็มที่มี โปรตีน และไขมัน คาร์โบไฮเดรต
ปัจจียที่มีผลต่อการสร้าง และการหลึ่งน้ำนม
1.ปัจจัยด้านเวลา
-น้ำนมแม่ในระยะตั้งแต่หลังคลอด 3 วันแรกถึงสัปดาห์แรกหลังคลอด ปริมาณน้ำนมน้อย ส่วนประกอบของ โปรตีนชนิดเวย์มากที่สุด พบโปร ตีนชนิดเค นน้อยมากโดยเฉพาะโปรตีนขนาดเล็กเพื่อต่อต้านการอีกเสบติดเชื้อ
-ระยะห่างของการให้ นมแม่ ยิ่งระยะห่างของแต่ละมื้อนมมากขึ้นเท่าใด ความเข้ม ข้นของไขมันในน้ำนมยิ่งลดลง
-ช่วงเวลา ของแต่ละวัน ไขมันจะมีความเข้มข้นต่ำในช่วงกลางคืน
2.ปัจจัยด้านแม่
-อายุของแม่ 20-30 ปี สร้าง น้ำนมที่มีส่วนประกอบของโปรตีนที่มีความเข้มข้นสูง ที่สุด
-อาหารที่แม่รับประทานเข้าไป มีอิทธิพลต่อ การสร้างกรดไขมันที่ต่อมสร้างน้ำนม
-สุขภาพของแม่ แม่ที่เป็นโรคเบาหวานจะมีปริมาณน้ำตาล โคสสูง กว่าผลให้ น้ำนมแม่มีการสร้างลดลง
3.ปัจจัยด้านถูก น้ำหนักตัวแรกคลอด หรือการคลอดก่อน กำหนด น้ำนมแม่ของ ทารกคลอดก่อนกำหนดจะมีปริมาณของเซลล์เม็ดเลือดขาวสูถว่าในนมแม่ที่คลอด ครบกำหนดถึง 2 เท่า
สรีรวิทยาของการสร้างน้ำนม
ระยะตั้งงครรภ์ฮอร์โมนโปรแลคตินเริ่มสร้างน้ำนมเดือนที่ 7 ของ การตั้งครรภ์ ถึงช่วง 2-3 วันแรกหลังการคลอด
ระยะหลังคลอด ระยะ 2 ชั่วโมงแรกหลังคลอดระดับฮอร์โมนโปร แลคตินสูงชั้นและลดต่ำลง แต่จะกลับมาสูงขึ้นอีกครั้งหากได้ รับการดูด กระตุ้น ระยะ 7-14 วันแรกของการให้นมลูก ฮอร์โมนโปรแลคติน ทำงานร่วมกันกับต่อมสร้างน้ำนมบริเวณเต้านม ระดับโซเดียมคลอไรด์ และโปรตีนลดลง
กลไกการดูดนมจากเต้า
ปากทารถอ้าออก อมทั้งหัวนม ลานนมเข้าไปในปาก ลิ้น ริมฝีปาก และเพดานปาก ช่วยคลุมหัวนม ลานนมให้แนบสนิท โดยอมหัวนม ให้ลึก
ปลายลิ้นของทารกอยู่บริเวณเหงือกล่างและโอบล้อมรอบลานนม ขณะทารถดูดจะทำให้หัวนมแม่ยืดยาวขึ้น ~2 - 3 เท่าของความยาว ปกติ
กล้ามเนื้อของลิ้นจะกดในทิศทางยกขึ้น
ขากรรไกรล่างเคลื่อนลง ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวแบบคลื่นใน ส่วนกลางและส่วนล่างเข้าหากรรไกร
ขากรรไกรบน และการเกิดการเคลื่อนไหวเป็นลูกคลื่นของลิ้น ผลักดันน้ำนมไหลกลับไปตามแนวยาวของลิ้น
ขากรรไกรของทารถจะลดระดับลงและเริ่มวงจรของการดูดกลืน ใหม่เป็นจังหวะ
การดูดกลืนและการหายใจ ในจังหวะ 1:1:1 ขณะดูดหรือกลืนจะ เกิดการหยุดหายใจประมาณ 0.5 วินาที
แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเต้านม
เต้านมใหญ่ แปัญหาโดยอุ้มท่าฟุตบอลหลีกเลี่ยงท่านอนขวางตัก
เต้านมหย่อนยาน แก้ปัญหาโดยจัดท่าอุ้มให้นมลูกเช่นเดียวกับเต้านมใหญ่ แต่เพิ่มการใช้ผ้าผืนเล็กพับ หนุนใต้ฐานของเต้านมเพื่อให้หัวนมชี้ขึ้น การแก้ปัญหาหัวนมและลานนม ในระยะตั้งครรภ์และหลังคลอด ไม่ แนะนำให้แก้ไขในระยะ 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์เนื่องจากแม่ยังกังวลกับการตั้งครรภ์และมักมีอาการแพ้ท้อง
การแก้ไขปัญหาในระยะหลังคลอด
ประเมินหัวนม ลานนมเมื่อแรกรับที่แผนกหลังคลอดด้วยวิธี Pinch Test
เตรียมหัวนม
ประคบเย็น
คลึงหัวนม
เตรียมลานนม โดยประเมินความยืดหยุ่นของลานนมด้วย วิธีคลึงหัวนมและทดสอบด้วยวิธี Pitch Test หากลานนมตึงควรนวดลานนม บีบน้ำนมออกเบา 1 โดยใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วซื้
แก้ไขปัญหาน้ำนมน้อย
ปฏิบัติตามบันไดที่ 3 และ 7คือ ใช้การได้เริ่มดูดนมแม่ทันทีและบ่อย ๆ ประมาณ 8 มื้อต่อวันหรือตามต้องการ ให้แม่และ ถูกอยู่ด้วยกันตลอดเวลา
ดูแลให้ทารถดูดนมแม่อย่างเดียว โดยหลัก 3 ดูด
แม่ควรทำจิตใจให้ผ่อนคลาย ไม่ควรเครียดหรือวิตกถึงวล ก่อนให้นมลูก
แม่ควรได้รับสารอาหารและการพักผ่อนให้เพียงพอ
ปรึกษาแพทย์ในการใช้ยารักษาโรคหรือการคุมกำเนิด
ประเมินการได้รับน้ำนมเพียงพอของทารก
ประเมินปริมาณน้ำหนักทารกว่าเพียงพอกับความต้องการหรือไม่
หากปฏิบัติตัวตามคำแนะนำแล้ว น้ำนมยังมีปริมาณไม่พอ แพทย์จะพิจารณา กระตุ้นการสร้างน้ำนมเป็นทางเลือกสุดท้าย เช่น Domperidone หรือ Metoclopraminde
แก้ไขปัญหาการดูด
ทารกที่มีภาวะลิ้นติด
ดูแลแบบประดับประดอง
1) จัดท่าที่ช่วยให้ลิ้นของทารถเคลื่อนอยู่ต่ำไปข้างหน้า การจัดท่าให้ลูกดูดนมในท่านั่งหลังตรงหรือท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน
2) ลูบลิ้นทารกลงเพื่อให้ลิ้นทารกได้เคลื่อนต่ำไปข้างหน้า ประคองคางและขากรรไกร
3) ใช้ปทุมแก้ว เพื่อบรรเทาอาการเจ็บหัวนม
4) บีบเก็บน้ำนมป้อนทารก
5) ตรวจเช็คน้ำหนักตัวทารกเพื่อติดตามการเจริญเติบโต
การรักษาโดยการขสิบพังผืดที่ยึดลิ้นออก การประเมินก่อนการรักษา
ประเมินความรุนแรงของภาวะลิ้นติด
ภาวะลิ้นติดรุนแรง (Severe Tongue-tie) การเกาะของพังผืดใต้ลิ้นเริ่มตั้งแต่โคนลิ้น ไปถึงขอบของลิ้น
ภาวะลิ้นติดป่านกลาง การเกาะของพังผืดใต้ลิ้นเริ่มตั้งแต่โคนลิ้นไปถึงกึ่งกลางของลิ้น ค่อนไปทางปลายลิ้นแต่ไม่ถึงขอบของลิ้น
ภาวะสิ้นติดเล็กน้อย การเกาะของพังผืดใต้ลิ้นเริ่มตั้งแต่โคนลิ้นไปถึงกึ่งกลางของลิ้นหรือค่อนไปทางโคนลิ้น
ประเมินความผิดปกติของหัวนม
การประเมินความผิดปกติของหัวนม หากหัวนมบอดหรือบุ๋มให้คะแนน 1 หัวนมสั้นให้ คะแนน 2 และหัวนมปกติให้คะแนน 1
การประเมินความรู้สึกของแม่ขณะถูกดูดนม หากแม่บอกว่าลิ้นอยู่ตำแหน่งของลานนม แสดงว่าลูกดูดลิกถึงลานนมให้คะแนน 4 หากลิ้นอยู่ตำแหน่งหัวนมแสดงว่าลูกดูดเฉพาะหัวนม ให้คะแนน 2 และหากทารกไม่ยอมดูดเลยให้คะแนน 0 การแปลผลคะแนนรวมมีตั้งแต่ 2-10 คะแนน หากคะแนนรวมน้อยกว่า 8 คะแนนควรพิจารณาผ่าตัดพังผืดใต้ลิ้น การดูแลเมื่อต้องได้รับการผ่าตัดพังผืด
แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับหัวนม
1) หัวนมสั้น ลานนมแคบ อาศัยทักษะการอุ้มเข้าเต้าเพื่อช่วยให้ลูกอมหัวนมได้ลึกถึงลานนม เช่น ท่าฟุตบอล
2) หัวนมสั้น ลานนมกว้าง ไม่ต้องแก้ไขเนื่องจากทารถสามารถดูดได้
3) หัวนมสั้น ลานนมหนาแข็ง ใช้ปทุมแก้วนวดลานนม
4) หัวนมเล็ก สั้น และลานนมแคบตึง แก้ไขโดยใช้ปทุมแก้วช่วยให้หัวนมใหญ่ขึ้นและลานนมนุ่มขึ้น
5) หัวนมแบน ลานนมยืดหย่นดี ไม่จำเป็นต้องแก้ไขหัวนม
6) หัวนมบอด แก้ไขโดยใช้ที่ดึงหัวนมทุกวัน
7) หัวนมบุ๋มเทียม แก๊ไขโดยใช้ที่ดึงหัวนม
8) หัวนมใหญ่ แก้ไขโดยคลึงหัวนมและอุ้มทารกเข้าเต้าโดยใช้ท่าอุ้มฟุตบอล
9) หัวนมยาว แก้ไขโดย ช่วยแม่ให้ลูกอมเต้านมให้ลึกมากที่สุด ช่วยบีบน้ำนม สอนแม่ให้ประคองเต้านมแบบตัวซี
10) หัวนมแตก ดูแลความสะอาดร่างกายโดยอาบน้ำละ 1 ครั้งเป็นอย่างน้อย และทาหัวนมด้วยน้ำนมแม่หรือยาทาเพื่อลดความ ตึงตัวของหัวนมและลดการอักเสบ เช่น ทาลาโนลินหรือทาร่วมกับการใช้ปทุมแก้ว ก่อนและหลังการให้นมลูก
การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ในสถานประกอบการประโยชน์
ลดอัตราการลาของแม่จากการที่ลูกแข็งแรงไม่ป่วยบ่อย
ลดค่าใช้ในการรักษาพยาบาลของลูก กรณีลูกต้องใช้สิทธิสวัสดิการของแม่
เป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้พนักงาน
สร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างผู้บริหารและพนักงาน
พนักงานมีความจงรักภักดีต่อองค์กร
ช่วยรักษาพนักงานที่มีทักษะ และประสบการณ์ให้อยู่กับสถานประกอบการ
เป็นการสร้างภาพลักษณ์ และชื่อเสียงที่ดีในสถานประกอบการ
แนวปฏิบัติ
มีนโยบายส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
อนุญาตให้แม่มีเวลาในการบีบเก็บน้ำนมประมาณทุก 3 ชั่วโมงครั้งละประมาณ 30 นาที ในช่วงเช้าและช่วงบ่าย
เตรียมสถานที่ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการบีบหรือปั๊มน้ำนม
4.สิ่งส่งเสริมอื่น ๆ ที่ผู้บริหารสถานประกอบการควรเพิ่มเติม ดังนี้
การจัดกลุ่มหรือกิจกรรมให้ความรู้แก่พนักงาน
ให้ความรู้ และฝึกทักษะแก่แม่ในการบีบเก็บน้ำนม หรือปั๊มน้ำนม
อำนวยความสะดวกโดยจัดอุปกรณ์
จัดสรรเวลาหรือปรับเปลี่ยนหน้าที่ในงาน
แนวทางการปฏิบัติ ในการเลี้ยงถูกด้วยนมแม่
การเตรียมความพร้อมด้านจิตใจและการปรับทัศนคติ การให้ความรู้เพื่อให้แม่ได้รับรู้ประโยชน์ของนมแม่
การเตรียมความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจจำเป็น
การตรวจประเมินเต้านม ลานนม และหัวนม ลานนมในขณะตั้งครรภ์ส่วนใหญ่เค้านมจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย หลังคลอดจะขนาดใหญ่มากขึ้น และสร้างน้ำนมได้เต็มที่ ภายใน 7 วัน
ลานนม อาจไม่สัมพันธ์กับขนาด นมลานนมขนาดใหญ่มักพบร่วมกับ หัวนมสั้นมาก
หัวนมประเมินพิจรณาจากเส้นผ่าศูนย์กลาง และความยาวของหัวนมจากฐานนมขณะ อยู่นิ่ง หัวนมปกติ เส้นผ่าศูนย์กลางเฉลี่ย 16 มิลลิเมตร
ก่อนให้นมทารถ
เตรียมความพร้อมด้านร่างกาย เช่น ดื่มน้ำให้เพียงพอ ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย
ล้างมือให้สะอาด
ก่อนให้ทารกดูดนม ควรนวดเต้านม และกระตุ้นบริเวณหัวนม ร่วมด้วย
นั่งหรือนอนในท่าสบาย ผ่อนคลาย
ระหว่างให้นมลูก ทารกจะดูดนมเร็วในนาทีแรก แม่ควรให้ดูดเกลี้ยงเต้าก่อนเปลี่ยนข้าง ทารถดูดเต้านมแรกให้
หลังให้นมลูก ดูดนมข้างนึงนานอย่างน้อย 15 นาทีแล้วทารหลับหรือหยุดดูด นำทารกออกจากเต้า หรือสอดนิ้วไปใกล้โคนหัวนม จากนั้นจึงอุ้มเรอ
หลัก 4 ดูด
-ดูดเร็ว นำทารกมานอนคว่ำบนหน้าอกแม่โดยสัมผัสแบบเนื้อแนบเนื้อกับแม่ทันทีหรือ ภายใน5 นาทีหลังคลอดและต่อเนื่อง 1 ชั่วโมง
-ดูดบ่อย ดูดตามความต้องการของทารก ประมาณ 8-12 ครั้ง/วัน ทุก 2-3ชั่วโมง
-ดูดทุกวิธี ตามหลัก 4 key sign
เห็นลานนมบนมากกว่าลานนมล่าง
อ้าปากกว้าง
ริมฝีปากล่างบานออกเหมือนปากปลา
คางชิดเต้า
ดูด เกลี้ยงเต้า นานข้างละ 15-20นาที
ท่าอุ้มให้นมลูก
ท่าอุ้มขวางตัก (Cradle or Madonna Hold)
เหมาะสำหรับมารดาเก่งมากแล้ว เอามือประคองตัวและคอ
ท่าอุ้มขวางตักประยุกต์ (Modified/Cross Cradle)
เหมาะสำหรับแม่มือใหม่ เอามือประคองคอและนม
ท่าอุ้มใต้ท้องแขน/อุ้มลูกฟุตบอล (Cluth or Football Hold)
เหมาะสำหรับแม่ผ่าตัดคลอด ลูกแฝด แม่เต้านมใหญ่ หัวนมแบนและสั้น
ท่านอนตะแคง (Side Lying Position)
เหมาะสำหรับแม่ต้องการพักผ่อน
ท่านอนตะแคงกลับด้าน (Inverted Side-Lying)
เหมาะสำหรับให้ทารกดูนมให้เกลี้ยงเต้า
ท่าเอนหลัง (Laid-Back or Back Lying)
ท่านั่งหลังตรง (Upright Hold, Koala Hold or Australian Hold)
ท่าประคองเต้านมรูปถ้วยหรือตัวซี (Cup or C-Hold)
ท่าประคองเต้านมรูปขากรรไกรหรือตัววี (Scissors or V-Hold)
ท่าประคองเต้านมรูปตัวยู (U-Hold
การแก้ไขหัวนมลานนม ผิดปกติเล็กน้อย
Hoffman’s maneuver
โดยใช้หัวแม่มือและนิ้วชี้จับด้านข้างของหัวนมที่ติดกับร้านนมยืดขึ้นเเละค้างไว้หรือนวดคลึวเบาเบาทำทำซ้ำ 10 ครั้งวันละ2ครั้ง