Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ความผิดปกติทางจิตใจในระยะหลังคลอด - Coggle Diagram
ความผิดปกติทางจิตใจในระยะหลังคลอด
มารดาในระยะหลังคลอดต้องปรับตัว ทั้งด้านการฟื้นฟูสภาพร่างกายจากการคลอด
บทบาทของการเป็นมารดา การเป็นแม่บ้าน
ซึ่งผลลัพธ์ของกระบวนการนี้มีผลต่อสุขภาพจิตของมารดาและครอบครัว
เป็นเรื่องปกติที่มารดาหลังคลอดจะเกิดอารมณ์เศร้าหลังคลอด(postpartum blues หรือ baby blues) พบได้ประมาณ ร้อยละ 60-80
ระดับฮอร์โมนที่ลดต่ำลง จะส่งผลให้
เซโรโทนิน ลดต่ำลงด้วย
ระยะหลังคลอด ฮอร์โมนเอสโตรเจน
โปรเจสเทอโรน ลดต่ำลงทันที
จะทำให้มารดารู้สึก เบื่อหน่าย นอนไม่หลับ
เป็นสาเหตุการเกิดอารมณ์เศร้า
แบ่งได้3ระยะ
1.ภาวะเศร้าหลังคลอด
baby bluesอาการชั่วคราวไม่รุนแรง
อาการ อ่อนเพลีย วิตกกังวล อารมณ์แปรปรวนขึ้นๆ ลงๆ เปลี่ยนแปลงง่าย ถ้าอาการอยู่นานเกิน 2 สัปดาห์หลังคลอด
อาจพัฒนาเป็นภาวะซึมเศร้าหลังคลอดบางรายอาจรุนแรงเป็นโรคจิตหลังคลอด
2.โรคซึมเศร้าหลังคลอด
ภาวะเบี่ยงเบนทางอารมณ์ ความคิด
การรับรู้ของบุคคลนั้นๆ ที่มีผลทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิม ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจและอารมณ์ มีอาการนานกว่า 2 สัปดาห์ เป็นภาวะแทรกซ้อนหลังคลอดที่พบได้ในระยะ 1 ปีแรก พบได้ร้อยละ 10-15
3.โรคจิตหลังคลอด
อาการรุนแรง
หวาดระแวง ประสาทหลอน เช่น หูแว่ว พฤติกรรมแปลกประหลาด วุ่นวายผิดแปลก อารมณ์ก้าวร้าวรุนแรง ซึมเศร้า หรืออารมณ์ดีแบบไม่สมเหตสมผล อารมณ์เปลี่ยนแปลงเร็ว
การประเมินและการวินิจฉัย
อย่างน้อย 5 ข้อ โดยมีข้อ 1 หรือ 2 อย่างน้อย 1 ข้อ มีอาการนานอย่างน้อย 2 สัปดาห์
1.ซึมเศร้า โดยมีอาการเกือบทั้งวัน
2.ความสนใจหรือความเพลิดเพลินใจในสิ่งต่างๆ ลดลงอย่างมาก
3.เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลง หรือกินจุ น้ำหนักเพิ่ม มากกว่าร้อยละ 5
ใน 1 เดือน
4.นอนไม่หลับ หรือนอนมากกว่าปกติ
5.Psychomotor agitation หรือ retardation
6.อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
7.รู้สึกตนเองไร้ค่า หรือรู้สึกผิดอย่างไม่สมเหตุสมผล
8.สมาธิลดลง ลังเลใจ
9.คิดเรื่องการตาย หรือฆ่าตัวตาย
สาเหตุและปัจจัยส่งเสริม
ความเครียดทางร่างกาย(biological stress)
ความเครียดด้านจิตใจ (psychological stress)
ความเครียดทางด้านสังคม(social stress)
แนวทางการรักษา
1.การรักษาโดยไม่ใช้ยา
ได้ผลดีในภาวะซึมเศร้าหลังคลอด
การรักษาด้วยไฟฟ้า (electroconvulsive therapy, ECT)
การ ทำจิตบำบัด (psychotherapy)
การรักษาโดยการแก้ไขสิ่งแวดล้อม(environment therapy)
การปรับพฤติกรรมด้วยความคิด(cognitive behavioral therapy, CBT)
2. การรักษาโดยใช้ยา
ใช้ยาหลายกลุ่มร่วมกัน
ผู้ป่วย 2 ใน 3 ที่รักษาด้วยยาต้านภาวะซึมเศร้า
1.ยากลุ่ม SSRIs
ยากลุ่ม SNRIs และ NDRIs
3.ยากลุ่ม TCAs ใช้กรณีที่
มีอาการรุนแรง
การพยาบาล
3ระยะ
1.การพยาบาลในระยะตั้งครรภ์
การเฝ้าระวังและการคัดกรอง(screening)หาปัจจัยส่วนบุคคล และครอบครัว ที่มีผลต่อการเกิดภาวะซึมเศร้าเริ่มตั้งครรภ์ ต้องไปฝากครรภ์เพื่อรับคำแนะนำในการปฏิบัติตัว ป้องกัน รักษาโรคที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์
2.การพยาบาลในระยะคลอด
1.การประเมินหลังคลอด ประเมินภาวะซึมเศร้าของมารดาหลังคลอด 2.การดูแลสตรีที่มีความผิดปกติทางจิตใจในระยะหลังคลอด รับฟังปัญหาต่างๆ
3.การพยาบาลเพื่อป้องกันการเกิดความผิดปกติทางจิตใจในระยะหลังคลอด โดยใช้โปรแกรม “NURSE Program
3.การดูแลต่อเนื่องหลังจำหน่าย
การปรับเปลี่ยนบทบาทใหม่
โดยเฉพาะในครรภ์แรกและเป็นครอบครัวเดี่ยว
อาจต้องการการสนับสนุนช่วยเหลือ
ในการดูแลตนเองและบุตร รวมทั้งการสนับสนุนด้านอารมณ์