Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
AKI ภาวะไตวายเฉียบพลัน - Coggle Diagram
AKI ภาวะไตวายเฉียบพลัน
ข้อวินิจฉัย
ระยะเสี่ยง
เป็นระยะที่เพิ่งตรวจพบข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้
มีการเพิ่มขึ้นของค่าครีเอตินีนในเลือดประมาณ 1.5เท่าของค่าเดิมตอนที่สบายดี หรือ เพิ่มขึ้นจากค่าเดิม ≥ 0.3 mg%(26.52 µmol/L)
คำนวณ GFR แล้วลดลง > 25%
ปัสสาวะออกน้อยกว่า 0.5 ml/kg/hr ติดต่อกันนานกว่า 6 ชั่วโมง
ระยะไตเสียหาย
เป็นระยะที่ชัดเจนขึ้นโดยมีหลักฐานข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้ มีการเพิ่มขึ้นของค่าครีเอตินีนในเลือดประมาณ 2เท่าจากค่าเดิมตอนที่สบายดี
คำนวณ GFR แล้วลดลง > 25%
ปัสสาวะออกน้อยกว่า 0.5 ml/kg/hr ติดต่อกันนานกว่า 12 ชั่วโมง
ระยะไตวาย
เป็นระยะที่ไตไม่ทำงานแล้ว โดยมีข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้ มีการเพิ่มขึ้นของค่าครีเอตินีนในเลือดประมาณ 3เท่าจากค่าเดิมตอนที่สบายดี หรือ เพิ่มขึ้นจากค่าเดิม ≥ 0.5 mg% (44µmol/L)มีค่าครีเอตินีน ≥ 4.0 mg% (353.6 µmol/L)
ปัสสาวะออกน้อยกว่า 0.3 ml/kg/hr ติดต่อกันนานกว่า 24 ชั่วโมงต้องได้รับการล้างไต
-
สาเหตุ
1}pre renal เกิดจากการที่เลือดมาเลี้ยงที่ไตน้อยลง มีสาเหตุมาจากการขาดน้ำ ภาวะช็อค
2}intrinsic renal cause ภาวะไตวายที่เกิดจากความผิกปกติแบ่งได้ตามตำแหน่งพยาธิสภาพที่เกิดขึ้นในไต คือ renal vascular disorder , glomerulonephritis, interstitial nephritis และ acutr tubular necrosis
3}post renal cause ภาวะไตวายเฉียบพลันที่เกิดจากมีการอุดตันของทางเดินปัสสาวะเช่น นิ่ว เนื้องอก
การรักษา
- การรักษาสาเหตุของไตวายฉับพลัน
ที่สำคัญคือหาสาเหตุให้พบ และหยุดสาเหตุนั้นเท่าที่ทำได้ เช่นแก้ไขภาวะช็อค หรือหยุดให้ยาที่มีโอกาสที่จะทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบลพลัน โดยเฉพาะยาในกลุ่ม NSAIDS ยาสมุนไพร และอาจลองให้สารน้ำทดแทนในกรณีที่ร่างกายขาดสารน้ำ
นำยาชนิดต่างๆ มาใช้รักษาไตวายเฉียบพลัน เพื่อให้การทำงานของไตดีขึ้น หรืออย่างน้อยช่วยเพิ่มปริมาณของปัสสาวะ ยาที่นำมาทดลองใช้ในสภาวะไตวายเฉียบพลันมีหลายประเภท แต่ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในกลุ่มของสารกระตุ้นหลอดเลือด (Vasoactive agent) และยาขับปัสสาวะเป็นส่วนใหญ่ ถึงแม้จะมียาหรือสารเป็นจำนวนมากที่เป็น ที่ยอมรับว่าให้ผลดีกับ ภาวะไตวายเฉียบพลันในสัตว์ทดลองแต่ก็ได้ผลเมื่อใช้ ในการป้องกันเป็นส่วนใหญ่ มีเพียงยาบางอย่างเท่านั้นที่ให้ผลในการรักษา เมื่อเกิดไตวายเฉียบพลันขึ้นแล้ว แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าถึงแม้ยาต่างๆ จะได้ผลดีในสัตว์ทดลอง แต่เมื่อนำมาใช้ในผู้ป่วยแล้ว ผลการรักษายังไม่ได้ ผลดีเท่าที่ควร ดังนั้นการใช้ยารักษาสภาวะไตวายเฉียบพลันจึงยังไม่มีการรักษาวิธีใดที่ได้ผลแน่นอน การป้องกันจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
- การรักษาแบบประคับประคองและรักษาโรคแทรกซ้อน
หากไตไม่ฟื้นตัวหลังให้การรักษาตามสาเหตุ และแก้ไขภาวะ prerenal รวมทั้งหากลองใช้ยาตามข้อ 2 แล้ว การรักษาต่อไปก็คือการรักษาแบบประคับประคองเพื่อป้องกันและรักษาโรคแทรกซ้อน ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่รอไตฟื้นตัวเพื่อลดความจำเป็นในการทำ dialysis ลง ได้แก่
3.1. การควบคุมปริมาณน้ำเข้าออกร่างกายให้สมดุลย์ ปริมาณน้ำที่ผู้ป่วยควรได้รับในแต่ละวัน ควรเท่ากับจำนวนปัสสาวะรวมกับ (Insensible loss - water of metabolism = 500-600 มล.ต่อวัน) และ extrarenal loss หากสามารถชั่งน้ำหนักตัวผู้ป่วยได้ ควรให้น้ำหนักตัวผู้ป่วยลดลงประมาณ 0.2-0.3 กิโลกรัมต่อวัน ถ้าน้ำหนักเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นแสดงว่ามีปริมาณน้ำในร่างกายเพิ่มขึ้น
-
-
-
3.5 แพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยจะต้องระมัดระวังในป้องกันและรักษาภาวะเกลือแร่แปรปรวน เช่น มีโปตัสเซียมสูงในเลือดที่เกิดขึ้นได้บ่อยโดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีปัสสาวะออกน้อย ควรติดตามระดับโปตัสเซียมในซีรั่มเป็นระยะ ในผู้ป่วยที่มีแนวโน้มที่จะมีโปตัสเซียมในซีรั่มสูงควรงดผลไม้และอาหารที่มีสารนี้สูง ระมัดระวังการให้สารน้ำที่มีโปตัสเซียมผสมอยู่ หากผู้ป่วยมีระดับโปตัสเซียมในซีรั่มสูงมากหรือมีสภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจ จำเป็นต้องให้การรักษาอย่างรวดเร็ว เพราะอาจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ป่วยได้
ภาวะแทรกซ้อน
ระยะสั้น
-
Hyperkalemia is a common complication of acute kidney injury, particulary in oliguric AKI.
Serum potassium typically increases by 0.5 mmol/L per day in oliguric patients as the result of obligate potassium intake in the setting of impaired renal potassium excretion
Hyponatremia and Hypernatremia เพราะว่า reduced glomerular filtration rate, the ability of the kidney to excrete electrolyte free water is diminished
Hypocalcemia in AKI develops as a consequence of skeletal resistance to parathyroid hormone and reduced renal conversion of 25-hydroxyvitamin D to the active 1,25-dihydroxyvitamin D by the kidney.
Hyperphosphatemia is a common complication of acute kidney injury, developing as a direct consequence of decreased renal excretion
-
อาการ
-
-
-
-
-
ระยะการดำเนินการของโรคมี 4 ระยะ ระยะเริ่มแรก initial phase เป็นระยะที่ร่างกายมีปการปนับตัวโดนระบบประสาทซิมพาเธติด และมีการหลั่งสารที่ทำให้เลือดไปเลี้ยงไตน้อยลง
ระยะที่มีปัสสาวะออกน้อย oliguric phase ระยะนี้พบว่าเนื้อไจมีการอุดตันที่หลดไตฝอน และมีเนื้อตายเกิดขึ้น ทำให้ไจเสียหน้าที่ ในการขับของเสีย และรักษาสมดุลของน้ำ เกลือแร่ และความเป็นกรดด่าง ตรวจพบค่ายูเรียไนโตรเจนหรือ บียูเอ็น และ ครีเอตินีนในเลือดสูงกว่าปกติ
ระยะที่มีปัสสาวะออกมาก diuretic ohase เป็นระยะที่ไตเริ่มฟื้นตัว จะมีปัสสาวะออกมากกว่า 400 มล หรือ 4-5 ลิตรต่อวัน
ระยะฟื้นตัว เป็นระยะที่ไตเริ่มฟื้นตัว กลับมาทำหน้าที่ได้ตามปกติ
การพยาบาล
1.บันทึกปริมาณน้ำเข้า และออก ประเมินอาการบวม ประเมินอาการน้ำท่วมปอด ได้แก่ การฟังเสียงปอด ไอ นอนราบไม่ได้ และการถ่ายภาพรังสีทรวงอกผิดปกติ ประเมิน Naในเลือด ความเข้มข้นของสารละลายในเลือด และดูแลการให้สารน้ำ และยาขับปัสสาวะตามแผรการรักษา
2.ติดตามผลเกลือแร่ที่ส่งตรวจทุกครั้ง ถ้า โพแทสเซียมสูงให้รายงานแพทย์ ประเมินอาการแสดง โพแทสเซียมสูง โดยวันสัญญาณชีพ ฟังการเต้นของหัวใจเพื่อค้นหาการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ จัดอาหารที่โพแทสเซียมต่ำ งดกล้วย ส้ม มะละกอ
3.การพยาบาลผู้ป่วยที่ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม โดยประเมินจากการซักถาม ตรวจวัดสัญญาณชีพ ขณะฟอกเลือดด้วยไตเทียมทุก30นาที หรือทุกครั้งที่อาการเปลี่ยนแปลง เช่น เวียนศีรษะ หน้ามืด ใจสั่น หรือเป็นตะคริว ให้รีบแจ้งแพทย์ทันที
-