Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ภาวะหัวใจล้มเหลว Congestive heart failure (CHF ), Warfarin Overactivity,…
ภาวะหัวใจล้มเหลว
Congestive heart failure (CHF )
ความหมาย
กลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติในการทำงานของหัวใจ ซึ่งอาจผิดปกติที่โครงสร้างหรือการทำหน้าที่ของหัวใจทำงานผิดปกติ ส่งผลให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย และรับเลือดกลับเข้าหัวใจได้ตามปกติ
พยาธิสภาพ
โรคลิ้นหัวใจไมตรัลรั่ว
Mitral Regurgitation (MR)
ลิ้นไมทรัลรั่วทำให้มีเลือดไหลย้อนกลับเข้ามาในห้องหัวใจเอเตรียมซ้ายในขณะที่เวนตริเคิลซ้ายบีบตัวส่งผลให้ปริมาณเลือดที่บีบตัวออกจากหัวใจลดลง ปริมาณเลือดที่ไหลย้อนกลับและปริมาณเลือดที่จะไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการรั่ว เลือดที่ไหลย้อนกลับทำให้ความดันในห้องหัวใจเอเตรียมซ้ายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความดันที่ปอดเพิ่มขึ้นเกิดภาวะปอดคั่งน้ำ ในผู้ป่วยที่ลิ้นหัวใจรั่วเรื้อรังร่างกายจะปรับตัวเพื่อคงไว้ซึ่งปริมาณเลือดที่บีบตัวออกจากหัวใจโดยผนังกล้ามเนื้อหัวใจห้องเวนตริเคิลซ้ายจะหนาตัวขึ้น (hypertrophy) เพื่อเพิ่มแรงในการบีบตัวแต่ละระยะเวลาต่อมาเซลล์ที่หนาตัวขึ้นทำให้ความต้องการใช้ออกซิเจนมากขึ้นร่วมกับหัวใจทำงานหนักขึ้นทำให้การทำหน้าที่ของเวนตริเคิลซ้ายไม่มีประสิทธิภาพ
อาการและอาการแสดง
อาการเหนื่อย
หายใจไม่สะดวกขณะนอนหลับ
เหนื่อยขณะออกแรง
หายใจเหนื่อยขณะนอนราบ
อ่อนเพลีย
การวินิจฉัยโรค
ประวัติเกี่ยวกับปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคหัวใจ
การตรวร่างกาย
หัวใจโต
เสียงหัวใจผิดปกติ cardiac murmur
พบเสียง murmur ที่ปลายหัวใจ (Apex, intercostal space ที่ 5 midclavicular line ซ้าย)
ได้ยิน murmur ที่ข้างซ้ายของกระดูกสันอก (Lower Left Sternal Border - LLSB, intercostal space ที่ 4-5) และเสียงจะดังขึ้นเมื่อหายใจเข้า
หัวใจเต้นเร็ว
หัวใจเต้นผิดจังหวะแบบ Atrial Fibrillation (AF)
หายใจเร็ว
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
คลื่นเสียงสะท้อนความถี่หัวใจสูง (Echocardiography)
ตรวจโครงสร้างหรือการทำงานของหัวใจ
LVIDd : 6.48 cm
LA Diam : 7.30 cm
LA/AO Ratio : 2.43
LV Mass : 332 g
MR ERO : 1.01 cm²
MR Volume: 118.00 ml (ปกติ <60 ml)
MR maxPG: 122.00 mmHg
การตรวจเลือด
Blood biochemistry
BUN : 110 mg/dL
Creatinine : 2.38 mg/dL
eGFR : 26
CO2 : 35.8 mmol/L
ALP : 145 U/L
AST (SGOT): 213 U/L
ALT (SGPT): 80 U/L
PT : 25.8 วินาที
PTT : 34.2 วินาที
EKG 12 lead
ประวัติผู้ป่วย
ผู้ป่วยชายไทย อายุ 74 ปี
ประวัติการเจ็บป่วยปัจจุบัน(Present illness : P.I. )
old CVA -- > ตกประวัติไป ตอนนี้ ไม่มี anti plt กิน - full recovery hx of ไทรอยต์เป็นพิษ หยุดยานานแล้ว - hyperthyroid บ.จ.admit 13/2/68 ด้วย ปวดท้อง ถ่ายเหลว + หัวใจเต้นเร็ว
AGE-> on cef3+ metronidazole iv 13/2/68 ล่าสุด imp
2.AF with RVR 1st dx cardiomegaly +pansystolic murmur at apex on amiodarone iv drip start warfarin Warfarin 11.5 mg/wk 15/2/68 เริ่มมีหอบเหนื่อยมากขึ้น pitting edema 1+ imp CHF +AF with RVR on HFNC + drip cordodone up Atb to Tazocin iv
AKI Cr แรกรับ 14/2 1.4 >17/2 2.2 > 21/2/68 cr2.7 BUN100
baseline cr 1.0 พ.ย 67
no flapping tremor
PR: no melena
at 18/02/68 มีอาการหอบเหนื่อยมากขึ้น on ETT
lungs wheezing
CXR:Patchy infiltration LL
R/O COPD c AE (persistent wheezing + Hx of chronic smoking + PE barrel chest)
up ATB to meropenem iv
20/2/68 AF with RVR อีกครั้ง drip cordarone iv 150 mg iv then 900 in 24 hrs AF imp
at 21/2/68 มีปัญหาหอบเหนื่อยตลอด ไม่สามารถ wean setting ได้
WBC 25000 -> 41000
ผล c/s sputum ก่อนใส่ ETT เก็บไม่ได้เลย
15/2/68 H/C NG
18/2/68 TSC pending
19/2/68 H/C pending
ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต
ภาวะไตวายเฉียบพลัน
Acute Kidney Injury
พยาธิสภาพ
เกิดจากการลดลงของการไหลเวียนเลือดไปยังไต ทำให้ไตขาดออกซิเจนและสารอาหาร ส่งผลให้ GFR (Glomerular Filtration Rate) ลดลง
มีการหลั่ง renin-angiotensin-aldosterone system (RAAS) และ antidiuretic hormone (ADH) เพื่อลดการสูญเสียน้ำ
ขาดเลือดรุนแรงอาจนำไปสู่ Acute Tubular Necrosis (ATN)
สาเหตุ
ภาวะขาดน้ำ (Dehydration)
เลือดออกมาก (Hemorrhage)
หัวใจล้มเหลว (Heart failure)
หัวใจเต้นผิดจังหวะ
ความหมาย
ภาวะที่มีการสูญเสียการทำงานของไตในช่วงเวลาเป็นชั่วโมงหรือเป็นวัน เป็นผลให้เกิดการคั่งของของเสียและการควบคุมสมดุลกรดด่าง รวมทั้งปริมาณน้ำและเกลือแร่ในร่างกายผิดปกติ ซึ่งถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้ การใช้คำว่า “เฉียบพลัน” นอกจากบ่งถึงช่วงเวลาระยะสั้นที่เกิดขึ้นแล้ว ยังบ่งถึงความเป็นไปได้ที่ไตจะกลับสู่ภาวะปกติได้
อาการ
BUN สูง, Creatinine สูง
BUN : 110 mg/dL
Creatinine : 2.38 mg/dL
คลื่นไส้ อาเจียน
หายใจลำบาก
กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือชัก เนื่องจากแคลเซียมต่ำ (Hypocalcemia)
K : 3.47 mmol/L ต่ำ
หัวใจเต้นเร็ว
การรักษา
ควบคุมปริมาณน้ำเข้าสู่ร่างกาย
จำกัด น้ำดื่ม ≤ 1500 ml/วัน ป้องกันภาวะน้ำเกิน
ให้ยาขับปัสสาวะเพื่อลดภาวะบวมน้ำ
Lasix 160 mg IV STAT
การพยาบาล
ติดตามสัญญาณชีพ
วัดสัญญาณชีพ (BP, HR, RR, SpO₂) ทุกชั่วโมง
ติดตามผลทางห้องปฏิบัติการ
BUN, Creatinine, eGFR
ระดับโพแทสเซียม (K+), โซเดียม (Na+), ค่าความเป็นกรด-ด่าง (CO₂)
CO2 : 31.3 mmol/L
K : 3.47 mmol/L
Sodium : 148 mmol/L
ติดตาม Urine Output เพื่อประเมินการขับของเสีย
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
Blood Urea Nitrogen (BUN) : 117 mg/dL สูง
Creatinine : 2.26 mg/dL สูง
eGFR : 28 ต่ำ
การพยาบาล
ติดตามสัญญาณชีพ (Vital Signs)ทุกชั่วโมง
ความดันโลหิต (BP)
อัตราการเต้นของหัวใจ (HR)
อัตราการหายใจ (RR)
ค่าออกซิเจนในเลือด (SpO₂)
าระวัง ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Atrial Fibrillation - AF with RVR)
การรักษา
ตรวจ BNP (B-type Natriuretic Peptide) เพื่อติดตามภาวะหัวใจล้มเหลว
ตรวจ Echocardiography เพื่อประเมินการทำงานของหัวใจและลิ้นหัวใจ (Mitral Regurgitation - MR)
ติดตาม ECG Monitoring เพื่อตรวจสอบผลการรักษาด้วยยา Amiodarone
การรักษาด้วยยา
Amiodarone
Warfarin
Warfarin Overactivity
ความหมาย
ภาวะที่ยา Warfarin (วาร์ฟาริน) ซึ่งเป็นยาต้านการแข็งตัวของเลือด (anticoagulant) ออกฤทธิ์มากเกินไป ส่งผลให้การแข็งตัวของเลือดลดลงมากกว่าที่ต้องการ ทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะเลือดออกผิดปกติ โดยสามารถประเมินภาวะนี้ได้จากค่า International Normalized Ratio (INR) ที่สูงกว่าช่วงเป้าหมายที่กำหนด
การออกฤทธิ์
ภาวะที่ยา Warfarin (วาร์ฟาริน) ซึ่งเป็นยาต้านการแข็งตัวของเลือด (anticoagulant) ออกฤทธิ์มากเกินไป ส่งผลให้การแข็งตัวของเลือดลดลงมากกว่าที่ต้องการ ทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะเลือดออกผิดปกติ โดยสามารถประเมินภาวะนี้ได้จากค่า International Normalized Ratio (INR) ที่สูงกว่าช่วงเป้าหมายที่กำหนด
กลุ่มยา
Anticoagulant,Vit K Anticoagulant
ข้อควรระวัง
ระมัดระวังการทานอาหารที่มีวิตามินเคสูง เช่น ผักใบเขียวเข้ม ควรตรวจวัดค่า INR เป็นประจำตามที่แพทย์กำหนด และแจ้งแพทย์หากมีอาการผิดปกติ เช่น เลือดออกง่าย หรือมีรอยช้ำ เพื่อปรับขนาดยาให้เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากอาจมีผลต่อการทำงานของยาได้
อาการไม่พึงประสงค์
ภาวะเลือดออกผิดปกติ
เลือดกำเดาออก
ปัสสาวะเป็นเลือด
เลือดออกตามไรฟัน
มีรอยจ้ำเลือดตามตัว
ไอเป็นเลือด
อุจจาระเป็นสีดำ
Thrombocytopenia ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ
พยาธิสภาพ
ภาวะที่เกล็ดเลือดมีจำนวนน้อยกว่า 150,000 เกล็ดต่อไมโครลิตร ผู้ป่วยอาจพบรอยช้ำเป็นจ้ำ หรือจุดแดงใต้ผิวหนัง รวมถึงมีเลือดออกมากหรือเลือดไหลไม่หยุดแม้จะเป็นแผลขนาดเล็ก หากผู้ป่วยที่มีเกล็ดเลือดต่ำรุนแรงอาจทำให้มีเลือดออกที่อวัยวะภายใน และเป็นอันตรายต่อชีวิตได้
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
มีไข้ เนื่องจากภาวะไม่สมดุลของสารน้ำและอิเล็กโทรไลด์ในร่างกาย
CO2 : 31.3 mmol/L
เสี่ยงต่อภาวะเลือดออกง่ายหยุดยากเนื่องจากเกล็ดเลือดต่ำ
PT : 25.8 วินาที H
INR: 2.28 H
PTT : 34.2 วินาที H
สาเหตุ
โรคโลหิตจางจากไขกระดูกฝ่อ (Aplastic Anemia) เป็นโรคเลือดผิดปกติที่พบค่อนข้างน้อยและร้ายแรง ทำให้ไขกระดูกไม่สามารถผลิตเกล็ดเลือดใหม่ออกมาได้เพียงพอ
การติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น อีสุกอีใส คางทูม หัดเยอรมัน ไวรัสเอ็บสไตบาร์ (Epstein-Barr Virus) หรือ พาร์โวไวรัส (Parvovirus) รวมถึงผู้ที่เป็นโรคเอดส์ (AIDS) หรือโรคไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C)
การรักษา
ปรับลดขนาดยา Warfarin
ติดตามค่า INR/PT
การพยาบาล
ตรวจ Platelet Count ทุกวัน เพื่อติดตามแนวโน้มของเกล็ดเลือด
ดตาม ค่า Prothrombin Time (PT), INR → เฝ้าระวังภาวะเลือดออกง่าย
ฝ้าระวัง BP, HR, RR → หากมีความดันต่ำหรือชีพจรเร็ว อาจบ่งบอกภาวะเลือดออกภายใน
ผู้ป่วยมีภาวะเลือดอุดตัน
ตาพร่า
ขาบวม
ชาปวดเมื่อยไม่มีแรง
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
ค่า Prothrombin Time (PT) สูงกว่าปกติ
PT 25.8 วินาที
INR 2.28
กิจกรรมการพยาบาล
ติดตาม ค่า PT/INR ทุก 12-24 ชั่วโมง
Atrial Fibrillation with Rapid Ventricular Response (หัวใจเต้นผิดจังหวะแบบ AF และเต้นเร็วผิดปกติ)
พยาธิภาพ
ภาวะการเต้นผิดปกติของหัวใจ (arrhytimid) ที่พบได้บ่อยโดยเฉพาะในผู้ป่วย สูงอายุ ในคนไทย AF พบใน 0.36% ของประชากรทั่วไป [!]) และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากประชากรผู้สูงอายุของไทยเพิ่มขึ้นทุกปี ผลกระทบที่สำคัญของ AF คือการเกิดเลือดแข็งตัวในหัวใจห้องบนซ้าย ซึ่งมีโอกาสหลุดเข้าไปในกระแสโลหิตทำให้เกิดอัมภาต หรืออัมพฤกษ์
อาการและอาการแสดง
อาการใจสั่น
อาการอ่อนแรง เหนื่อยง่าย
อ่อนเพลีย
วิงเวียนศีรษะ มีอาการมึนงง
หายใจถี่ หรือหายใจไม่ออก เจ็บหน้าอก
สาเหตุ
โรคหัวใจขาดเลือด (Coronary artery disease)
ลิ้นหัวใจผิดปกติ (Valvular heart disease)
ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart failure)
โรคหัวใจโต (Cardiomyopathy)
การพยาบาล
ประเมินการเปลี่ยนแปลงของสัญญาณชีพและคลื่น
ไฟฟ้าหัวใจอย่างต่อเนื่อง
สังเกตอาการและอาการแสดงของการเกิดลิ่มเลือดอุด
ตัน สมอง ปอด แขนและขา
ดูแลให้ได้รับยาควบคุมการเต้นของหัวใจ เช่น
digoxin, beta-blocker
เตรียมผู้ป่วยในการจี้ด้วยคลื่นไฟฟราความถี่สูงในผู้ป่วยที่เป็น AF และไม่สามารถควบคุมด้วยยาได้
การรักษา
ให้ Amiodarone IV drip (900 mg/24 ชม. + 5% DW 500 ml) เพื่อลดอัตราการเต้นของหัวใจ
ให้ Warfarin
ตรวจ Echocardiography เพื่อติดตามภาวะลิ้นหัวใจรั่วและประเมินการทำงานของหัวใจ
พิจารณาการ ผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ (DVR - Double Valve Replacement)
ติดตาม BP และภาวะบวมน้ำ เพื่อลดภาระของหัวใจ
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
ECG พบ Atrial Fibrillation with RVR
BP 87/60 mmHg → มีภาวะความดันโลหิตต่ำร่วมด้วย
มีประวัติ Mitral Regurgitation และ CHF ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของภาวะหัวใจล้มเหลว
Old Cerebrovascular Accident (CVA) โรคหลอดเลือดสมอง
พยาธิสภาพ
ภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงเนื่องจากหลอดเลือดตีบ หลอดเลือดอุดตัน หรือหลอดเลือดแตก ส่งผลให้เนื้อเยื่อในสมองถูกทำลายการงานของสมองหยุดซะงัก
อาการและอาการแสดง
อาการอ่อนแรง
ความดันในกระโหลกศีรษะเพิ่ม
ปวดศีระ
ตามั่ว
ความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง
ซึมลง
เยื่อบุสมองอักเสบ
เลือดออกใต้ Arachnoid (SAH)
สาเหตุ
โรคความดันโลหิตสูง
โรคเบาหวาน
โรคหัวใจ
การวินิจฉัย
การตรวจด้วยคลื่นเสียงอุลตราโซนิค
การตรวจสมองดวยเครองเอกซเรย
คอมพวเตอร (CT Scan) หรือ การตรวจ
สมองดวยคลนแมเหลกไฟฟา (MRI Scan)
ตรวจหาปัจจัยเสี่ยง
วัดความดันโลหิต
ตรวจเลือดเพื่อหาความผิดปกติ
ระดับน้ำตาลในเลือด
ระดับไขมันในเลือด
การทำงานของไต
การแข็งตัวของเลือด
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
การรักษา
การรักษาด้วยยา
ยาละลายลิ่มเลือด (Thrombolytic agent)
Tissue plasminogen activator (TRA)
ยาต้านการจับเป็นลิ่มเลือด (Anticoagulant)
Coumadin
Warfarin
ยาต้านเกาะกลุ่มของเกร็ดเลือด(Antiplatelet aggregation)
Aspirin
Ticlopidine
Placidogrel
Cilastazol
กิจกรรมการพยาบาล
ประเมินระดับความรู้สึกตัว
Glasgow Coma Scale (GCS)
การประเมินอาการทางระบบประสาท
E4V5M6
อาการอ่อนแรงของร่างกาย
การพูด
การมองเห็น
การเดิน
การตรวจหาภาวะแทรกซ้อน
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ภาวะทางเดินหายใจติดขัด
ตรวจสอบสัญญาณชีพ
อัตราการหายใจ
การหายใจไม่สม่ำเสมอ
หายใจลำบาก
การป้องกันภาวะแทรกซ้อน
การป้องกันการเกิดลิ่มเลือด: การให้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดตามคำสั่งแพทย์
การป้องกันภาวะเลือดออกในสมองโดยการเฝ้าระวังสัญญาณต่าง ๆ
อาการสำคัญ
(Chief complaint C.C.)
ไข้สูง หายใจเหนื่อยหอบ 5 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล
ติดตามค่า PT/INR เพื่อลดความเสี่ยงของลิ่มเลือด