Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
9ประเภทคนพิการทางการศึกษา - Coggle Diagram
9ประเภทคนพิการทางการศึกษา
บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น
ความหมาย คือ บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็นบุคคลที่ สูญเสียการเห็นตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนถึงตาบอดสนิท
เทคนิคการช่วยเหลือ
ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดและหมั่นสร้างกำลังใจให้เกิดขึ้นกับเด็ก
สนับสนุนให้เด็กนักเรียนที่มีสายตาปกติและเด็กนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสายตาอยู่ร่วมกันได้
มีความเป็นมิตร เอื้อเฟื้อต่อกัน ช่วยเหลือกัน และเช่นเดียวกับทุก ๆ ปัญหา
ครูและผู้ปกครองต้องร่วมมือกัน หมั่นแลกเปลี่ยนข้อมูลและให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่กัน
บุคคลทีี่มีความบกพร่องทางสติปัญญา
ความหมาย คือเด็กที่มีเชาว์ปัญญาต่ำกว่า 70 มีความสามารถ ในการเรียนรู้น้อย มีพัฒนาการทางกายล่าช้าไม่เหมาะสมกับวัย
ระดับที่ 1 ขั้นเล็กน้อย ระดับ I.Q. 50 – 60
ระดับที่ 2 ขั้นเล็กปานกลาง ระดับ I.Q. 35 – 49
ระดับที่ 3 ขั้นรุนแรง ระดับ I.Q. 20 – 34
ระดับที่ 4 ขั้นรุนแรงมาก ระดับ I.Q. น้อยกว่า 20
เทคนิคการช่วยเหลือ
1.การส่งเสริมศักยภาพครอบครัว
การส่งเสริมพัฒนาการ (Early Intervention)
การฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์
การฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการศึกษา
การฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคม
การฟื้นฟูสมรรถภาพทางอาชีพ
7.การใช้ยา
บุคคลที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา
ความหมาย คือ คนที่มีความบกพร่องในเรื่องของการออกเสียงพูด เช่น เสียงผิดปกติ อัตราความเร็วและจังหวะการพูดผิดปกติหรือคนที่มีความบกพร่องในเรื่องความเข้าใจและหรือการใช้ภาษาพูดการเขียนและหรือระบบสัญลักษณ์อื่นที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร
เทคนิคการช่วยเหลือ
กระตุ้นให้เด็กเลียนแบบ
ใช้กระจกในการแก้ไขการพูด
อาศัยประสาทสัมผัส
ใช้เทปบันทึกเสียงเพื่อให้เด็กฟังเสียงตนเอง
กระตุ้นให้ผู้ปกครอง ครู จิตแพทย์ นักอรรถบำบัด มีส่วนร่วมในการแก้ไข
บุคคลออทิสติก
เทคนิคการช่วยเหลือ
• การกระตุ้นผ่านระบบประสาทรับความรู้สึก (Sensory Integration)
• กิจกรรมบำบัด (Occupational Therapy)
• การฝึกพูด (Speech Therapy)
• การปรับพฤติกรรม
ความหมาย คือ บุคคลที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการด้านสังคมภาษาและการสื่อความหมายพฤติกรรมอารมณ์และจินตนาการ ซึ่งมีสาเหตุเนื่องมาจากการทำงานในหน้าที่บางส่วนของสมองที่ผิดปกติไปและความผิดปกตินี้พบได้ก่อนวัย 30 เดือน
บุคคลทีีมีความบกพร่องทางการได้ยิน
ความหมาย คือ เด็กที่ไม่สามารถได้ยินได้เทียบเท่ากับบุคคลที่มีความสามารถในการได้ยินปกติที่สามารถรับฟังเสียงด้วยหูทั้ง 2 ข้างตั้งแต่ระดับ 25 เดซิเบลขึ้นไป
เทคนิคการช่วยเหลือ
สร้างโอกาสให้เด็กได้รวมกับเพื่อนคนอื่น ๆ
ส่งเสริมทักษะการสื่อสารที่ดีในห้องเรียน
การจัดห้องเรียนอย่างเหมาะสม
สนับสนุนให้เพื่อนช่วยเพื่อน
เชิญวิทยากรมาให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาความบกพร่องทางการได้ยิน
ให้มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับการสื่อสารและภาษามือสำหรับเด็ก
บุคคลพิการซ้อน
ความหมาย คือ คนที่มีสภาพความบกพร่องหรือความพิการมากว่าหนึ่งประเภทในบุคคลเดียวกันเช่นคนปัญญาอ่อนที่สูญเสียการได้ยิน เป็นต้น
เทคนิคการช่วยเหลือ
สนใจและสังเกตสิ่งที่เด็กสามารถทำได้หรือทำไม่ได้
ค้นหาสิ่งที่เด็กสามารถทำได้ดีและต่อยอดความสามารถนั้น
ตั้งความคาดหวังให้สูงเข้าไว้
ไม่เพิกเฉยต่อการกระทำหยาบคายของเด็กคนอื่น
ใช้โอกาสเมื่อเด็กพิการซ้อนไม่อยู่ในห้องเรียน
ไม่ควรแสดงออกว่าสงสารเด็ก
ชมเชยรูปลักษณ์ของเด็กเป็นประจำ
ปรับรูปแบบกิจกรรมและอำนวยความสะดวกแก่เด็ก
หาโอกาสคุยกับเด็กตัวต่อตัวเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเขาว่าครูพร้อมจะช่วยเหลือเขาเสมอ
บุคคลทีีมีความบกพร่องทางพฤติกรรม หรืออารมณ์
ความหมาย คือ คนที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนไปจากปกติเป็นอย่างมากและปัญหาทางพฤติกรรมนั้นเป็นไปอย่างต่อเนื่องไม่เป็นที่ยอมรับทางสังคมหรือวัฒนธรรม
เทคนิคการช่วยเหลือ
จับมือเด็กไว้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย เพื่อให้เด็กหยุดทำพฤติกรรม
ไม่ตำหนิ ประชดประชัน ดุด่า
ไม่ลงโทษรุนแรงเพื่อให้เด็กหยุด เพราะอาจทำให้เกิดความรุนแรงมากขึ้น
เมื่อเด็กใช้พฤติกรรมรุนแรงเพื่อเรียกร้องหรือต่อรองให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ อย่าให้ในสิ่งที่ต้องการ
หากครั้งใดที่เด็กอารมณ์ดี หรือไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าวให้รีบให้รางวัล การเสริมแรง
บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย หรือการเคลื่อนไหว
หรือสุขภาพ
ความหมาย คือ เป็นบุคคลที่มีข้อจำกัดทางการ เคลื่อนไหว ไม่สามารถใช้อวัยวะในการเคลื่อนไหวได้อย่างบุคคลอื่นทั่วไป ยังมีปัญหาด้านการสื่อสาร ได้แก่ การพูดและการเขียนร่วมด้วย
เทคนิคการช่วยเหลือ
บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้
ความหมาย คือ คนที่มีความบกพร่องอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างในกระบวนการพื้นฐานทางจิตวิทยาที่เกี่ยวกับความเข้าใจหรือการใช้ภาษาอาจเป็นภาษาพูดและ/หรือภาษาเขียน ซึ่งจะมีผลทำให้มีปัญหาในการฟัง การพูด การคิด การอ่าน การเขียน การสะกดหรือการคิดคำนวณ
เทคนิคการช่วยเหลือ
ให้เด็กค่อยๆ เรียนรู้ไปทีละขั้น ให้คำแนะนำทั้งจากคำพูด และการเขียน
ให้เวลามากขึ้นในการทำการบ้าน
หากเด็กมีปัญหาทางการอ่าน ให้ใช้วิธีอ่านจากหนังสือควบคู่ไปกับฟังเทป
หากเด็กมีปัญหาทางการฟัง ให้เด็กยืมที่เพื่อนจดในห้องเรียน หรือให้เด็กใช้เครื่องอัดเสียงตอนเรียน
หากเด็กมีปัญหาในการเขียน ให้หาคอมพิวเตอร์ที่มีโปรแกรมตรวจคำผิดมาให้เด็กฝึกฝน