Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การปรึกษาเชิงจิตวิทยา (Counseling Psychology), นศพต.ทิพย์เกสร แสนหาญ…
การปรึกษาเชิงจิตวิทยา (Counseling Psychology)
ทัศนะการมองโลกและชีวิต
ชีวิตสัมพันธ์
มนุษย์ทุกคนต้องการความรักและความเข้าใจ
ต้องการมีคุณภาพจิตที่สมบูรณ์ (สุขภาพจิตดี)
ทุกสิ่งทุกอย่าง เกิดขึ้นได้ เป็ นไปได้และแก้ไขได้และคลี่คลายได้
การปรึกษาเชิงจิตวิทยา (Counseling Psychology)
ได้สำรวจและทำความเข้าใจในปัญหาและเลือกหนทางแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ด้วยตนเอง
Co นำพา Cl ผู้คนที่ทุกข์ใจ มืดมนไปสู่ที่สว่าง โล่ง โปร่ง ใจ
การปรึกษาเป็นสะพานแห่งจิตใจ
Counselor เป็นเพื่อนร่วมทางไม่ใช่ผู้นำทาง
ทักษะที่ใช้ในการปรึกษา
1.การต้อนรับ/ทักทาย
ภาษาท่าทาง (Nonverbal)
การสื่อความหมาย
ภาษากาย 55 %
น้ำเสียง 38 %
ภาษาพูด 7 %
การประสานสายตา
สีหน้า
กิริยาอาการ
ระยะห่าง
น้ำเสียง
การวางตัว วางท่านั่ง
การแต่งกาย
สถานที่ บรรยากาศ
ภาษาคำพูด (Verbal)
กล่าวต้อนรับ
กล่าวทักทายในเรื่องทั่วไป (Small Talk)
กล่าวคำพูดเพื่อเริ่มต้นการสนทนา
2.การใช้คำถามอย่างสร้างสรรค์
คำถามเปิด (Opened Questioning)
คำถามปิด (Close Questioning)
3.การติดตามเรื่องราว (Tracking)
ทุกข์
ปัญหานำ
ผู้รับการปรึกษายังไม่ไว้วางใจ
ผู้รับการปรึกษากำลังสับสนกับตนเอง
ปัญหาที่แท้จริง
ผู้ให้การปรึกษาและผู้รับการปรึกษามีสัมพันธภาพที่ดี
ผู้รับการปรึกษาวางใจที่จะเล่าปัญหาที่แท้จริงของตน
Co ชวนให้ Cl พิจารณาปัญหา
ปัญหาภายนอก
เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
ปัญหาภายใน
ปัญหาที่เกี่ยวกับจิตใจของบุคคล เป็นความทุกข์ใจที่เกิด
จากการขาดความเข้าใจในความเป็นจริงของโลกและชีวิต
เป็นปัญหาที่เกิดจากรอยแยกระหว่างความคาดหวัง และความเป็นจริงไม่สอดคล้องกัน
4.การฟังที่ชัดเจน
เนื้อหา (Content)
ความรู้สึก (Feeling)
อุปสรรค...ของการฟัง
อุปสรรคของการรั บรู้และเข้าใจที่ชัดเจน
5.การเงียบ
การเงียบทางบวก
การเงียบทางลบ
6.การทวนซ้ำ
เป็นการพูดทวนในสิ่งที่ Cl ได้บอกเล่าอีกครั้งหนึ่ง โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงในแง่ของภาษาหรือความรู้สึก
ทวนซ้ำทุกประการ
ทวนซ้ำเฉพาะประเด็นส าคัญ
ทวนซ้ำแบบเปลี่ยนเฉพาะสรรพนาม
ทวนซ้ำแบบสรุป
7.การสะท้อนความรู้สึก (Reflection)
เป็นการรับรู้ ความรู้สึกและอารมณ์ที่ Cl แสดงออกมาทั้งทางวาจาและกิริยาท่าทาง โดยที่ Cl ยังไม่ได้พูดความรู้สึกออกมา แต่Co รับรู้ความรู้สึกได้และสะท้อนให้เห็น
8.การสรุป
เป็นการรวบรวมเรื่องราวที่ได้สนทนา
เห็นทิศทางการสนทนา
สามารถจับประเด็นสำคัญได
9.การให้ข้อมูลและคำแนะนำ
10.การชี้ให้เห็นผลที่ตามมา
11.การให้กำลังใจ
เมื่อผู้รับการปรึกษาร้องขอ
เมื่อผู้ให้การปรึกษาไม่มีความรู้/ความชำนาญในเรื่องนั้น
12.การส่งต่อผู้เชี่ยวชาญ
เมื่อผู้รับการปรึกษาร้องขอ
เมื่อผู้ให้การปรึกษาไม่มีความรู้/ความชำนาญในเรื่องนั้น
การส่งต่อที่ดี ผู้รับการปรึกษาเป็นผู้ตัดสินใจเองและไปด้วยความเต็มใจ
กระบวนการให้การปรึกษาทางจิตวิทยา (Process of Counseling)
ประเภทของการให้การปรึกษา
การให้การปรึกษารายบุคคล Individual counseling
การให้การปรึกษาแบบกลุ่ม
กระบวนการการให้การปรึกษาแก่ผู้มารับการปรึกษา ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปโดยทั่วไปประมาณ 6-10 คน
เข้ากลุ่มอย่างต่อเนื่องอาทิตย์ละไม่ต่ำกว่า 1 ครั้ง ครั้ง
ละไม่ต่ำกว่า 90 นาที
วัตถุประสงค์
ระบายความคับข้องใจและความวิตกกังวล
เข้าใจความรู้สึกและพฤติกรรมของตนเองดีขึ้น
เข้าใจและยอมรับปัญหาของตนเองมากขึ้น
มีกำลังใจมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาและเผชิญปัญหา
รู้จักกฎระเบียบและการแสดงออกทางความคิดเมื่ออยู่ในสังคมได้อย่างเหมาะสม
กติกาเฉพาะในการเข้ากลุ่ม
ห้ามนำเรื่องที่พูดคุยกันในกลุ่มไปพูดนอกกลุ่มให้เก็บเป็นความลับ
ขั้นการดำเนินกลุ่ม
1 ระยะเริ่มต้น (Initial stage/security stage)
2 ระยะสร้างการยอมรับ(Acceptance stage)
3 ระยะสร้างความรับผิดชอบ(Responsibility stage)
4 ระยะดำเนินกลุ่ม (Working stage)
5 ระยะปิดกลุ่ม(Closing stage)
เทคนิคสำคัญที่ใช้บ่อย
1.การยอมรับ (Acceptance)
2.การสร้างความรู้สึกอบอุ่น (Warmth)
3.การแสดงความเข้าใจ (Understanding)
4.การทำให้กระจ่างชัด (Clarifying)
5.การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน (Interaction)
6.การอภิปรายอย่างอิสระในกลุ่ม (Free-floating discussion)
7.การสะท้อนความรู้สึก (Reflection)
8.การระดมความคิดในกลุ่ม (Brain storming)
3.การให้การปรึกษาทางโทรศัพท์ (Hotline)
การให้การปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิตที่ช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาวิกฤตสุขภาพจิตอย่างทันท่วงที
สายด่วนสุขภาพจิต 1323 (สุขภาพจิตและยาเสพติด)
ผู้ให้การปรึกษาทางโทรศัพท์
ใช้คำถามที่เอื้ออำนวยให้ผู้รับบริการบอกเรื่องราวต่างๆที่ต้องการปรึกษาอย่างเหมาะสม
ตั้งใจฟังด้วยความเห็นใจ
เป็นผู้มีทักษะการสื่อสาร/ทัศนคติที่ดีต่อผู้ใช้บริการ และมี
การประยุกต์ใช้เทคนิคในการให้คำปรึกษาแนะนำได้
ขั้นตอน
ขั้นเริ่มต้นให้คำปรึกษา หรือ ระยะเริ่มต้น
ขั้นดำเนินการให้คำปรึกษา หรือ ระยะกลาง
ขั้นยุติให้คำปรึกษา หรือ ระยะสุดท้าย
แนวทางการ..แก้ไขปัญหา
ห้ข้อมูลที่ถูกต้อง
รับฟังอย่างเข้าใจ
เปลี่ยนความคิด
ต้อนรับความจริงแล้วปล่อยวาง
ลงมือทำแล้วจึงจะโล่งใจ
ฝึกความชำนาญ
เปลี่ยนพฤติกรรม
ควบคุมตนเอง
ลักษณะของปัญหาที่เหมาะกับการปรึกษา
ปัญหาด้านอารมณ์ ความคิด ความรู้สึก
ปัญหาส่วนตัว
ปัญหาการปรับตัวด้านต่างๆ รวมถึงการพัฒนาตนเอง
การตัดสินใจในสภาพการณ์เฉพาะรายเฉพาะเรื่อง
อุปสรรคในการให้การปรึกษา (Counseling)
ด้านผู้ให้การปรึกษา(Counselor)
ไม่มั่นใจในเทคนิค
กลัว
เวลามีจำกัด
ไม่พร้อม
ไม่มีความรู้ในเรื่องนั้นๆ
รูปแบบให้การปรึกษาแบบรายบุคคล
การสร้างสัมพันธภาพ
ขั้นส ารวจปัญหา
ขั้นการเข้าใจปัญหา สาเหตุ และความต้องการ
ขั้นวางแผนแก้ปัญหา
ขั้นยุติการให้การปรึกษา
กระบวนการในการให้การปรึกษาแบบรายบุคคล T I R
1.Tuning in การเริ่มสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน
2.Identify split ค้นหาสิ่งที่เป็นความไม่สอดคล้องในใจ ความทุกข์
Realization การเข้าใจเห็นจริงในปัญหาและแนวทางการแก้ไขที่สอดคล้องกลมกลืนกับชีวิต
สร้างสัมพันธภาพ > สำรวจปัญหา > เข้าใจปัญหา สาเหตุ ความต้องการ > วางแผนแก้ปัญหา > ยุติการปรึกษา
จิตบำบัดแบบประคับประคอง
เป็นการบำบัดเพื่อช่วยลดอาการทางจิตใจ แก้ไขปัญหาหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันที่ผ่านมาไม่นาน
มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ ผู้ป่วยได้ระบายความรู้สึก ผู้บำบัดทำหน้าที่รับฟังและให้กำลังใจในสิ่งที่ได้ทำไป ผู้ป่วยได้เห็นแบบอย่างและเกิดการเรียนรู้ใหม่ในการเผชิญปัญหา
วัตถุประสงค์ของจิตบำบัดรายบุคคล
1) ช่วยผ่อนคลายความทุกข์ความไม่สบายใจของผู้รับการบำบัด
2) ช่วยผู้รับการบำบัด มีการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ ความคิด การรับรู้ การมองโลก พฤติกรรม ความรู้สึกที่มีต่อตนเอง และผู้อื่น
3) เพื่อชี้แนะหาทางออกของปัญหา
4) เพื่อช่วยให้เกิดการเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาด้วยตนเอง
5) ช่วยให้เกิดความเข้าใจตนเอง
6) ช่วยให้สามารถปรับวิธีการดำเนินชีวิตให้ผ่านพ้นอุปสรรค
7) ช่วยให้มีพัฒนาการทางบุคลิกภาพ อารมณ์ และพฤติกรรม
จุดมุ่งหมายของจิตบำบัดแบบกลุ่ม
1) เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ทางด้านมนุษยสัมพันธ์ใหม่ ให้สมาชิกกลุ่มเกิดความรู้สึกที่ดีกับบุคคลอื่น
2) เพื่อช่วยให้สมาชิกกลุ่มมีพัฒนาการด้านจิตใจ อารมณ์ให้เหมาะสมกับวัย
3) เพื่อเปลี่ยนแปลงทัศนคติบางอย่างที่ทำให้เกิดปัญหาส่วนตัว ปัญหาพฤติกรรม และปัญหาสัมพันธภาพ
4) เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพ ซึ่งจะเกิดเมื่อสมาชิกได้ทำความเข้าใจในสาเหตุปัญหาได้เปลี่ยนความคิด/ทัศนคติที่ผิดๆ และได้เรียนรู้ใหม่
ข้อควรตระหนักในการให้การปรึกษา
การแก้ไขปัญหาไม่มีวิธีการหรือกฎเกณฑ์ที่แน่นอนตายตัว
การปรึกษาไม่ใช่การแนะนำให้ปฏิบัติตามความคิดเห็นของผู้ ให้การปรึกษา แต่ควรให้ผู้รับการปรึกษาเป็นผู้ตัดสินใจและรับผิดชอบการตัดสินใจของตน
ผู้ให้การปรึกษาไม่ใช้มาตรฐานของตนเองในการตัดสินหรือประเมิน ผู้รับการปรึกษา/ปัญหา/วิธีการแก้ปัญหา
ผู้ให้การปรึกษาควรมีทัศนะเปิดกว้าง
การรักษาความลับเป็นจรรยาบรรณที่สำคัญของการปรึกษา
นศพต.ทิพย์เกสร แสนหาญ เลขที่ 30