Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
หลักการพื้นฐาน ลักษณะและขอบเขตของงานการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช…
หลักการพื้นฐาน ลักษณะและขอบเขตของงานการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช บทบาทของพยาบาลจิตเวช
หลักการพื้นฐาน
แนวคิดเกี่ยวกับบุคคลของพยาบาลจิตเวช
ความคิด ความรู้สึก อารมณ์ ก่อให้เกิดพฤติกรรม พฤติกรรมเป็นสิ่ง ซับซ้อนและเป็นผลรวมต่ออุดมคติ
การรับรู้เกี่ยวกับความเป็นจริงเป็นลักษณะเฉพาะตัว
การสื่อสารเป็นการแลกเปลี่ยนกันทางสังคมมนุษย์
มนุษย์ทุกคนต้องการความช่วยเหลือประคับประคองด้านจิตใจ
มนุษย์ทุกคนมีคุณค่าและศักดิ์ศรีของตนเอง
ค.สัมพันธ์ กายกับใจ ไม่สามารถแยกออกจากกันได้
ลักษณะและขอบเขตงานทั้ง 4 มิติ
ลักษณะของพยาบาลจิตเวช
จริงใจ (Genuine )
สม่ำเสมอ (Consistency
อดทน (Patience
เข้าใจความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ (Empathy
ตระหนักรู้ในตนเอง
(self awareness
ให้ความเคารพ (Respect )
ไว้วางใจได้ (Trust )
ยอมรับผู้ป่วย (Acceptance )
มีความเป็นอิสระและเชื่อมนั่ ในตนเอง
(Freedom & Confident
บทบาทของพยาบาลจิตเวช
Dependent ไม่อิสระ
ทำตามการรักษาของแพทย์ เช่น ให้ยาผป. เตรียมผป.ส่งตรวจ
Interdependent กึ่งอิสระ
ทำงานโดยตัดสินใจบน พื้นฐานความเข้าใจทักษะและประสบการณ์ เช่น ให้ยาเมื่อจำเป็น (prn) ทำงานร่วมกับสหวิชาชีพ
Independent อิสระ
ทำงานตามขอบเขตของพยาบาลวิชาชีพ เช่น จัดสิ่งแวดล้อมบำบัด ทำกิจกรรมกลุ่มบำบัด
ระดับการปฏิบัติการพยาบาล
ขั้นพื้นฐาน
การจัดสิ่งแวดล้อมเพื่อการบำบัด เช่น การจัดสภาพหอผู้ป่วยให้เหมาะกับผู้ป่วยทางจิต มี ความสะดวก ปลอดภัย
เป็นตัวแทนเหมือนของแม่ ( Mothering Role ) (ดูแล จำกัดพฤติกรรม ให้ประสบการณ์
เป็ นตัวแทนสังคม (Socializing Role ) (การอยู่กับคนอื่นได้
เป็ นผู้ให้ค าปรึกษาแนะนำ( Counseling Role ) (รับฟัง ระบาย สบายใจ
พยาบาลเป็ นเสมือนครู (Teaching Role ) (สอน แนะนำ การดำเนินชีวิต
บทบาททางการรักษาพยาบาล (ใช้หัตถการ การสังเกต แจ้งทีม)
ขั้นสูง
ต้องมีความรู้ มีประสบการณ์ และทักษะสูง ซึ่งต้องจบการศึกษาเฉพาะทางสาขาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช ระดับปริญญาโทขึ้นไป
การเป็นที่ปรึกษา ( consultant Role ) (ลดความเครียด)
เป็นผู้ประสานงาน (Coordinator)
(ประเมิน ส่งต่อ วางแผนการรักษา)
เป็นผู้บำบัดรักษาเบื้องต้น (Primary therapeutic role) มีหน้าที่คัดกรองผู้ป่วย ให้การบำบัดรักษา เบื้องต้นในชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลจิตเวช โดยการให้คำปรึกษา การทำจิตบำบัด
ประคับประคอง และให้ยาตามแผนการรักษาของแพทย์
เป็นผู้บำบัดรักษา (Therapist role ) มีหน้าที่สร้างสัมพันธภาพกับผู้ป่ วยเชิงการรักษา ( Therapeutic nurse - patient relationship ) และการท จิตบำ บัดประคับประคอง ( Supportive psychotherapy
เป็นผู้ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วย (Rehabilitating role ) มีหน้าที่ในการวางแผน จัดกลุ่มการฟื้นฟูบำบัด ต่างๆ และปฏิบัติงานร่วมกับบุคลากรอื่นในทีมการรักษาทางจิตเวช
เป็นผู้ให้ความรู้ (Educator role ) มีหน้าที่ในการให้ความรู้ทางสุขภาพจิตและจิตเวชเพื่อช่วยในการส่งเสริมสุขภาพจิตแก่ประชาชนและป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพจิต
เป็นผู้นิเทศงานหรือประสานงาน (Clinical supervision or coordinator role ) มีหน้าที่บริหารจัดการภายในหอผู้ป่ วย นิเทศการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการพยาบาล
เป็นนักวิจัย ทำการวิจัยและรวบรวมผลงานวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่และนำออกเผยแพร่
เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change agent ) โดยการพัฒนา นวัตกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพการดูแล ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตและจิตเวชที่ซับซ้อน
ระบบและการดูแลอย่างต่อเนื่องด้านสุขภาพจิตและจิตเวช
บ้าน
วัตถุประสงค์
ส่งเสริมให้ค้นปัญหาด้วยตัวเองหรือครอบครัวผป.
ส่งเสริมให้มีค.เป็นตัวเองและฟื้นฟูจิตใจ ภายในครอบครัวและจิตใจ
ให้ดูแลตามเรื่องเฉพาะค.ต้องการของผป.หรือครอบครัวตามสภาพแวดล้อม
ส่งเสริมให้ผป.และครอบครัวมีค.รู้ในการดูแลตัวเอง และจัดการกับอาการทางจิต
เพื่อประเมินผลความก้าวหน้าของผู้ป่วย และครอบครัวภายใต้การรักษาของทีมการรักษา
หลักการดูแล
ให้ความสำคัญที่ความต้องการของ ผู้ใช้บริการ
สร้างสัมพันธภาพศรัทธาและความเชื่อถือไว้วางใจ
ให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโรคการดูแลการปฏิบัติตนด้านสุขอนามัย
ช่วยเหลือสนับสนุนให้กำลังใจแสดงความเห็นใจและเข้าใจ Empathy รวมทั้งสื่อสารกับผู้ใช้บริการด้วยความเมตตาเอื้ออาทรCompassion
ให้อ านาจแก่ผู้ใช้บริการในการตัดสินใจหรือมีส่วนร่วมในการวางแผนการแก้ไขปัญหา โดยค านึงถึง องค์ประกอบ 3 ด้าน ได้แก่ สังคมและวัฒนธรรมของผู้ใช้บริการ กฎหมายและจริยธรรมทางวิชาชีพ และ เน้นที่ผู้ใช้บริการเป็นศูนย์กลางในการดูแล
กิจกรรม
สร้างสัมพันธภาพกับผู้ใช้และชุมชน
ประเมิน ภาวะ ผู้ ใช้ บริการ และ ครอบครัว โดย ประเมิน อาการ ทั้ง ทาง ร่าง กาย สร้าง ภาพ จิต ใจ ต่อ การ รักษา รวม ทั้ง สิ่ง แวด ล้อม ที่ บ้าน และ ชุม ชน
สอนและให้ความรู้ทางสุขภาพจิต กับผู้ป่วยและครอบครัวเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยอาการและการแสดงทางจิตการรักษาการป้องกันการกลับเป็นซ้ำ การติดต่อสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การปรับตัว ทักษะชีวิต วิธีเผชิญปัญหา และการประกอบอาชีพ
การประคับประคองและให้คำปรึกษาแก่ครอบครัวผู้ป่วยสนับสนุนให้กำลังใจ ประสานงาน การดูแลครอบครัวและชุมชนและองค์กรอื่น หาแหล่งช่วยเหลือเช่นโรงพยาบาลใกล้บ้าน
สังคม
หมายถึง การส่งเสริมสุขภาพจิตและป้องกันภาวการณ์เจ็บป่ วยทางจิตใจ อารมณ์ให้แก่
ประชาชน
หลักการ
การป้องกันระยะแรก/ปฐมภูมิ (Primary prevention)
● เป็นการส่งเสริมสุขภาพจิต และป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพจิต ป้องกันการเกิดตัวก่อความเครียด
● ส่งเสริมให้ประชาชนหาแนวทางในการเผชิญความเครียดอย่างเหมาะสม ค้นหากลุ่มที่มีภาวะเสี่ยง
1) ค้นหาสิ่งที่ทำเกิดความเครียด และหากลุ่มประชากรที่มีภาวะเสี่ยง
2) จัดกลุ่มส่งเสริมและให้ความรู้แก่ผู้ปกครองในการดูแลวัยรุ่น จัดกลุ่มในโรงเรียน
3) จัดกลุ่มกิจกรรมช่วยเหลือรายบุคคล ครอบครัว คู่รัก
4) ให้คำปรึกษาแนะนำในการดูแลสุขภาพจิต
5) ให้การศึกษาด้านสุขภาพจิตแก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพจิตและความเจ็บป่วยทางจิตใจ
การป้องกันระยะที่สอง/ทุติยภิมู(Secondary prevention)
• เป็นการดูแลช่วยเหลือให้ผู้ป่ วยได้รับการรักษา และสืบค้นผู้มีปัญหาทางจิตให้ได้รับการรักษาอย่าง
ทันท่วงที ดังนี้
1) ทำจิตบำบัดรายบุคคล รายกลุ่ม และครอบครัว
2) ให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยฆ่าตัวตายและให้การช่วยเหลือผู้ที่เข้าสู่ภาวะวิกฤต
3) ให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษาแก่ผู้ที่มีปัญหาทางจิต
4) ช่วยลดภาวะความเครียดหรือความกดดันที่เกิดขึ้นกับประชาชนและชุมชน
5) สืบค้นผู้ป่วยและส่งต่อให้ได้รับการรักษาโดยเร็ว
6) ให้บริการฉุกเฉินทางด้านสุขภาพจิต
7) ให้บริการในโรงพยาบาล และดูแลการให้ยา เป็นต้น
การป้องกันระยะที่สาม/ตตยิภมูิ (Tertiary prevention)
• เป็นการดูแลฟื้นฟูสมรรถภาพแก่ผู้ที่มีปัญหาทางจิต ดังนี้
1) ทำแผนการจำหน่ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาล
2) ประสานงาน ช่วยเหลือ ติดตามผู้ป่วยมารับการรักษาตามนัด และการเยี่ยมบ้าน
3) สอนให้ผู้ป่วยรู้จักดูแลตนเองก่อนออกจากโรงพยาบาล
4) ทำจิตบำบัดรายบุคคล รายกลุ่ม และครอบครัว