• ขั้นตอนก่อนฟ้องคดี:
•มาตรา 7: ระบุ “มูลเหตุแห่งการฟ้อง”
•มาตรา 8: ขยายหลักการว่าลูกหนี้มีหนี้สินรวมพ้นตัว ซึ่งเป็นพื้นฐานในการฟ้องคดีตามมาตรา 9 หรือมาตรา 10 (โดยมาตรา 8 ทำหน้าที่ขยายความในมาตรา 9(1))
•มาตรา 11, 13 และมาตรา 179(1): กำหนดกระบวนการและค่าขึ้นศาล (เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ต้องเสียค่าขึ้นศาล 500 บาท)
• กระบวนการพิจารณาคดีล้มละลาย:
•มาตรา 14: ศาลไต่สวนคำฟ้องเพื่อพิจารณาว่ามีความเป็นไปตามมาตรา 9 หรือ 10 หากไม่เข้าหลักเกณฑ์ ศาลจะพิพากษายกฟ้อง
•หากเข้าหลักเกณฑ์ ศาลจะมีคำสั่งพิทักษ์ซับเด็ดขาดลูกหนี้
• ขั้นตอนดำเนินการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และลูกหนี้:
•มาตรา 19, 20, 23, 24, 24/1, 25 และ 26: เป็นอำนาจที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ใช้ดำเนินการในกระบวนการล้มละลาย
•ลูกหนี้มีหน้าที่ยื่นคำชี้แจงภายใน 24 ชั่วโมงหรือภายใน 7 วัน และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะดำเนินการสอบสวนตามมาตรา 30(1)-(3)
•หากศาลสั่งพิทักษ์ซับเด็ดขาด เจ้าพนักงานจะต้องประกาศคำสั่งตามมาตรา 28 ให้เป็นที่ทราบในวงกว้าง
• การดำเนินการของเจ้าหนี้และลูกหนี้ในขั้นตอนต่อมา:
•เจ้าหนี้ต้องมายื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามมาตรา 27 และมาตรา 28 (วรรคท้าย ประกอบมาตรา 91)
•ลูกหนี้สามารถยื่นคำขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลายได้ตามมาตรา 45
•เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกลักทรัพย์เพื่อจัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกตามมาตรา 31 เพื่อหารือในคำขอประนอมหนี้
• การพิจารณาคำขอประนอมหนี้และการสิ้นสุดคดี:
•หากเจ้าหนี้ยอมรับคำขอประนอมหนี้ กระบวนการจะเข้าสู่มาตรา 51 และมีการไต่สวนคำชี้แจงตามมาตรา 42
•หากศาลเห็นชอบจะพิพากษาลูกหนี้เป็นบุคคลล้มละลายตามมาตรา 61 หรือจะยกเลิกคำสั่งพิทักษ์ซับเด็ดขาดโดยเปลี่ยนหนี้ให้เป็นหนี้ตามคำขอประนอมหนี้
•หากลูกหนี้ผิดนัดตามข้อตกลงในคำขอประนอมหนี้ ศาลจะพิพากษาลูกหนี้เป็นบุคคลล้มละลายตามมาตรา 60
• กระบวนการขอปลดหนี้ภายหลังล้มละลาย:
•การปลดหนี้ดำเนินการตามมาตรา 63 โดยมีวิธีการออกจากล้มละลายทั้งหมด 4 รูปแบบ ได้แก่
1.พ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายโดยคำสั่งศาล
2.ขอปลดจากล้มละลายตามมาตรา 67/1 และมาตรา 71
3.พ้นจากล้มละลายโดยอัตโนมัติตามมาตรา 81/1
4.ลูกหนี้ขอประนอมหนี้หลังล้มละลายหรือให้ศาลสั่งยกเลิกการล้มละลายตามมาตรา 135(1)-(4)