Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
โรคความดันโลหิตสูง, อาการอื่นๆ ที่อาจพบ ได้แก่ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย…
โรคความดันโลหิตสูง
พยาธิสภาพ
ความดันโลหิตสูงจะทำให้เกิดหลอดเลือดแข็งและตีบ เมื่อหัวใจบีบตัวหัวใจจะบีบ เลือดไปยังหลอดเลือดแดงทำให้เกิดความดันโลหิตซึ่งเกิดจากการบีบตัวของหัวใจ และแรงต้านทานของหลอดเลือด หัวใจคนเราเต้น 60-80 ครั้ง ความดันก็จะเพิ่มขณะ ที่หัวใจบีบตัวและลดลงขณะที่หัวใจคลายตัว ความดันโลหิตขอวคนเราไม่เท่ากัน ตลอดเวลาขึ้นกับท่าความเครียด การออกกำลังกาย การนอนหลับ ปกติของคนเรา คือ 120/80 มิลิเมตรปรอท แต่ไม่ควรเกิน 140/90 หากสูงกว่านี้แสดงว่าเป็นโรค ความดันโลหิตสูง โรคความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรคหัวใจ โรคไต โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคอัมพาต โรคหัวใจเป็นโรคที่มีอัตราตายสูง
โรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ (Primary Hypertension or Essentialon ) โดยมีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้องเช่น กรรมพันธุ์ การรับ ประทานเกลือมาก โรคอ้วน การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา และขาดการออกกำลัง กาย โรคความต้นโลหิตสูงชนิดนี้ มักถึงวัยสูงอายุ และมักมีประวัติทาง ครอบครัว หรือกรรมพันธุ์ เช่น มีพ่อแม่พี่น้อง หรือสมาชิกในครอบครัวเป็นโรค นี้อยู่มักเป็นกับคนอ้วน
โรคความดันโลหิตสูงชนิดทราบสาเหตุ (Secondary Hypertension) ความดันโลหิตสูงชนิดนี้ พบจำนวนน้อยและสามารถ รักษาให้หายขาดได้ มักเกิดจากสาเหตุการได้รับยา หรือฮอร์โมนบาง ชนิด และโรคต่างๆ ที่พบได้บ่อย คือ โรคไต โรคของต่อมไร้ท่อ และ ความผิดปกติของหลอดเลือดแดงใหญ่
การรักษา
การรักษาโดยใช้ยา
1.ยาขับปัสสาวะ Diuretics เป็นยาที่ส่งผลต่อการท่างานของไต โดยจะช่วยขับโซเดียมส่วนเกินและนำออกจากร่างกาย รวมไปถึง ลดความดันโลหิตลง
-
2.ยาในกลุ่มเบต้า บล็อกเกอร์ (Beta Blockers) เป็นยาปิดกั้นการ ทำงานของเบต้า รีเซ็ปตอร์ที่ทำให้หัวใจเต้นช้าและมีแรงด้านน้อย ลง ส่งผลให้หัวใจบีบตัวในการส่งเลือดน้อยลง จึงช่วยในการลด ความดันโลหิตลงได้
-
3.ยาในกลุ่มเอซีอี อินฮิบิเตอร์ (Angiotensin-Converting Enzyme Inhibitors: ACE Inhibitors) เป็นยาที่ช่วยยับยั้งการทำงานของ แองจีโอเทนซิน 2 (Angiotensin II) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้หลอด เลือดเกิดการตีบต้นและเพิ่มความดันโลหิตให้สูงขึ้น
รายเยี่ยมได้รับยา Nifedipine วันละ 1 ครั้ง หลังอาหารเช้า ยาในกลุ่มแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ (Calcium Channel Blockers) เป็นยาที่ช่วยหลอดเลือดคลายตัว
4.ยาในกลุ่มแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ (Calcium Channel Blockers) เป็นยาที่ช่วยหลอดเลือดคลายตัวเช่น ยาแฮมโลดิปืน (Amlodipine) และยาติลไทอะเซม (Diltiazem)
-
5.ยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง (Centrally Acting Agents) เพื่อช่วยระงับสารสื่อประสาทที่ทำให้หลอดเลือดตีบตัน ซึ่งจะลดความดันโลหิดลง เช่น ยาโคลนิตีน (Clonidineclonidine) และเมทิล โดปา (Methyldopa)
-
6.ยาในกลุ่มแอลฟา-บล็อกเกอร์ (Alpha-blockers) ช่วยให้กล้าม เนื้อคลายตัวและขยายหลอดเลือดเพื่อให้เลือดไหลเวียนได้อย่าง สะดวก เช่น ด็อกซาโซซิน (Doxazosin) และยาพราโซ ซิน (Prazosin
-
การรักษาโดยไม่ใช้ยา
-
-
- รับประทานอาหารที่มีโซเดียมต่ำ
รายเยี่ยมควบคุมอาการโดย การควบคุมอาหารที่มีรส้ค็มโดยเน้นการปรุงอาหารทานเอง ไม่ได้มีการออกกำลังกาย หรือการควบคุมน้ำหนักที่เป็นเเบบเเผนชัดเจน
-
-
อาการและการแสดง
- เลือดกาเดาไหล เป็นอาการที่พบไม่บ่อย ในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปี ขึ้น ไป
-
- ปวดศีรษะแบบไมเกรน (migraine) หรือปวดศีรษะข้างเดียว อาการปวดศีรษะแบบไม เกรนกับโรคความดันโลหิตสูงพบว่ามีความสัมพันธ์กัน โดยผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงจะเป็นไม เกรนมากกว่าคนปกติ
-
-
- ปวดศีรษะ อาการปวดศีรษะจากโรคความดันโลหิตสูงพบได้ไม่บ่อยนัก โดยทั่วไปจะ ปวดตึงบริเวณท้ายทอย ต้นคอ มีอาการวิงเวียนศีรษะโดยเฉพาะเวลาตื่นนอนในตอนเช้า และจะทุเลา ลงเอง อาจมีอาการคลื่นไส้ ตาพร่ามัว
-
การวินิจฉัย
การซักประวัติ
-
- ประวัติการเกิดความดันโลหิตสูง เริ่มเป็นเมื่อใด เคยรับประทานยาอะไรบ้าง ผลของการใช้ยาลดความดันโลหิต และอาการข้างเคียง
-
-
- ประวัติการรับประทานยาบางอย่าง เช่น ยาคุมกำเนิด steroids amphetamine และการดื่มแอลกอฮอล์
-
- ประวัติการได้รับเกลือโซเดียม และน้ำหนัก
-
- ปัจจัยด้านจิตสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น อาชีพ อารามณ์เครียด วัฒนธรรมหรือพฤติกรรม การบริโภคอาหาร
-
- ปัจจัยเสี่ยงเกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น การสูบบุหรี่ ความอ้วน ระดับไขมันในเลือดและการออกกำลังกาย
-
การตรวจร่างกาย
- วัดความดันโลหิต วัดแขนทั้งสองข้าง ติดตามค่าความดันโลหิตจะใช้ช้างที่สูงกว่า ให้วัดซ้ำ 2 ครั้งแล้วน่ามาหาค่าเฉลี่ย หากวัดได้ค่าต่างกันเกิน 20/10 mmHg. จากการวัดซ้ำหลายๆ ครั้ง แสดงถึงความผิดกติของหลอดเลือด ให้ส่งต่อไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจประเมิน
-
- สังเกตลักษณะทั่วไปของผู้ป่วยที่อาจแสดงถึงความผิดปกติ เช่น หน้ากลมตำแหน่งที่มีไขมันมาก ซึ่งเป็นลักษณะ Cushing syndrome อาจเป็นสาเหตุของความดันโลหิตสูง
-
- การตรวจดู fundi ของตาโดยใช้ opthamoscope ถ้ามีเลือดออก ไม้ exudates หรือหัวประสาทตาบวมแสดงว่าผู้ป่วยมีความดันโลหิตสูงรุนแรง
-
- การตรวจระบบหัวใจและหลอดเลือด ผู้ป่วยอาจมีอาการเจ็บหน้าอก กล้ามเนื้อหัวใจตาย ซึ่งตรวจโดยการฟังอัตราการเต้นของหัวใจ การตรวจคลื่นไฟฟ้า (EKG) การถ่ายภาพรังสีดูขนาด
-
-
-
-
ภาวะแทรกซ้อน
- หัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมอง
-
-
-
-
-
-
- โรคเมตาบอลิก หรือภาวะที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญ พลังงาน
-
- อาการอื่นๆ ที่อาจพบ ได้แก่ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย นอนไม่หลับ ใจสั่น อาจชัก หมดสติ เป็นอัมพาต และอาจเสียชีวิตได้
-
-