Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
กฎหมายล้มละลาย - Coggle Diagram
กฎหมายล้มละลาย
หลักเกณฑ์การฟ้องคดีล้มละลาย
มาตรา ๗: ลูกหนี้ที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว
ลูกหนี้ที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวสามารถถูกศาลพิพากษาให้ล้มละลายได้
ลูกหนี้ต้องมีภูมิลำเนาหรือประกอบธุรกิจในราชอาณาจักร
การฟ้องต้องเกิดขึ้นภายในกำหนดเวลาหนึ่งปีก่อนการขอให้ล้มละลาย
มาตรา ๘: เหตุที่สันนิษฐานว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
การโอนทรัพย์สินให้แก่บุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของเจ้าหนี้
การโอนทรัพย์สินโดยการแสดงเจตนาลวงหรือฉ้อฉล
การกระทำเพื่อประวิงการชำระหนี้ เช่น การหลบหนีหรือซ่อนตัว
ลูกหนี้ถูกยึดทรัพย์ตามหมายบังคับคดี
มาตรา ๙: การฟ้องของเจ้าหนี้
เจ้าหนี้สามารถฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลายได้เมื่อมีหนี้สินล้นพ้นตัว
ลูกหนี้ต้องมีหนี้ไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาทสำหรับบุคคลธรรมดา และสองล้านบาทสำหรับนิติบุคคล
หนี้ต้องสามารถกำหนดจำนวนได้แน่นอน
หลักเกณฑ์การฟ้องของเจ้าหนี้มีประกัน
มาตรา ๑๐: เงื่อนไขการฟ้องของเจ้าหนี้มีประกัน
เจ้าหนี้ต้องไม่เป็นผู้ต้องห้ามในการบังคับการชำระหนี้
ต้องระบุในฟ้องว่าหากลูกหนี้ล้มละลาย เจ้าหนี้ยอมสละหลักประกัน
มาตรา ๑๑: การวางเงินประกันค่าใช้จ่าย
เจ้าหนี้ต้องวางเงินประกันค่าใช้จ่ายจำนวนห้าพันบาทเมื่อยื่นคำฟ้อง
ศาลมีอำนาจเรียกให้วางเงินประกันเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร
มาตรา ๑๓: การพิจารณาคดีล้มละลาย
ศาลต้องกำหนดวันนั่งพิจารณาและส่งหมายเรียกให้ลูกหนี้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วัน
ศาลต้องพิจารณาความจริงตามมาตรา ๙ หรือ ๑๐
หลักเกณฑ์การฟ้องของเจ้าหนี้มีประกัน
มาตรา ๑๐: เงื่อนไขการฟ้องของเจ้าหนี้มีประกัน
เจ้าหนี้ต้องไม่เป็นผู้ต้องห้ามในการบังคับการชำระหนี้
ต้องระบุในฟ้องว่าหากลูกหนี้ล้มละลาย เจ้าหนี้ยอมสละหลักประกัน
มาตรา ๑๑: การวางเงินประกันค่าใช้จ่าย
เจ้าหนี้ต้องวางเงินประกันค่าใช้จ่ายจำนวนห้าพันบาทเมื่อยื่นคำฟ้อง
ศาลมีอำนาจเรียกให้วางเงินประกันเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร
มาตรา ๑๓: การพิจารณาคดีล้มละลาย
ศาลต้องกำหนดวันนั่งพิจารณาและส่งหมายเรียกให้ลูกหนี้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วัน
ศาลต้องพิจารณาความจริงตามมาตรา ๙ หรือ ๑๐
การปลดจากการล้มละลาย
มาตรา ๖๗/๑: การปลดจากล้มละลาย
บุคคลล้มละลายสามารถได้รับการปลดจากล้มละลายเมื่อศาลมีคำสั่งปลด
ต้องมีการแบ่งทรัพย์สินชำระให้แก่เจ้าหนี้ไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบ
มาตรา ๗๑: เงื่อนไขการปลดจากล้มละลาย
ศาลสามารถกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับทรัพย์สินที่จะพึงได้มาในอนาคต
บุคคลที่เคยถูกพิพากษาล้มละลายมาก่อนจะต้องรอระยะเวลาที่กำหนด
มาตรา ๑๓๖: ผลของการยกเลิกการล้มละลาย
คำสั่งยกเลิกการล้มละลายไม่ทำให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากหนี้สิน
ลูกหนี้ยังคงมีความรับผิดชอบต่อหนี้สินที่เกิดขึ้นก่อนการยกเลิก
การประชุมเจ้าหนี้
มาตรา ๓๑: การประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรก
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องเรียกประชุมเจ้าหนี้เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับการประนอมหนี้
ต้องโฆษณากำหนดวันเวลาและสถานที่ประชุมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วัน
มาตรา ๓๖: การคัดค้านมติของที่ประชุม
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สามารถยื่นคำขอให้ศาลห้ามปฏิบัติตามมติที่ประชุมได้
ต้องยื่นคำขอภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ประชุมเจ้าหนี้ลงมติ
มาตรา ๔๕๑: การขอประนอมหนี้
ลูกหนี้สามารถทำความตกลงในเรื่องหนี้สินโดยการขอประนอมหนี้
ต้องยื่นคำขอภายในกำหนดเจ็ดวันหลังจากยื่นคำชี้แจงเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สิน
การยื่นคำขอรับชำระหนี้
ขั้นตอนการยื่นคำขอรับชำระหนี้ มาตรา ๒๗
เจ้าหนี้ต้องยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลาสองเดือน
คำขอรับชำระหนี้ต้องทำตามแบบพิมพ์และแนบเอกสารที่เกี่ยวข้อง
เจ้าหนี้ไม่มีประกันสามารถขอรับชำระหนี้ได้แม้ว่าหนี้ยังไม่ถึงกำหนดชำระ
การตรวจสอบคำขอรับชำระหนี้
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องนัดลูกหนี้และเจ้าหนี้เพื่อตรวจสอบคำขอ
มีอำนาจออกหมายเรียกเจ้าหนี้หรือลูกหนี้มาสอบสวน
คำขอรับชำระหนี้อาจถูกยกหรืออนุญาตให้ได้รับชำระหนี้บางส่วน
การประนอมหนี้
การประนอมหนี้ก่อนล้มละลายมาตรา๔๕
ลูกหนี้สามารถทำความตกลงในเรื่องหนี้สินโดยวิธีขอชำระหนี้บางส่วน
ต้องยื่นคำขอประนอมหนี้ภายในกำหนดเจ็ดวัน
คำขอประนอมหนี้ต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการชำระหนี้
การประนอมหนี้ภายหลังจากศาลพิพากษาให้ล้มละลายมาตรา๖๓
ลูกหนี้สามารถเสนอคำขอประนอมหนี้ได้หลังจากศาลพิพากษาให้ล้มละลาย
ศาลมีอำนาจสั่งให้ยกเลิกการล้มละลายหากเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้
การประนอมหนี้ไม่ทำให้บุคคลที่เกี่ยวข้องหลุดพ้นจากความรับผิด
บทนิยามศัพท์
ความหมายของคำศัพท์ในกฎหมายล้มละลาย มาตรา๖
"รัฐมนตรี" หมายถึง รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
"เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์" หมายถึง บุคคลที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ให้ปฏิบัติการแทน
"เจ้าหนี้มีประกัน" หมายถึง เจ้าหนี้ที่มีสิทธิเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้ในทางจำนองหรือจำนำ
"กระบวนพิจารณาคดีล้มละลาย" หมายถึง กระบวนพิจารณาที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้