Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ประเภทของทรัพย์สินทางปัญญา, เด็กหญิงฉัตรสุนทร แซ่ลิ้ม เลขที่ 16 ชั้นม.2/1 …
ประเภทของทรัพย์สินทางปัญญา
1) ลิขสิทธิ์ (Copyright)
หมายถึง สิทธิแต่เพียงผู้เดียวของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่จะกระท าการใดๆ กับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้นไม่ว่างานดังกล่าวจะแสดงออกในรูปแบบอย่างใด โดยประเภทของงานอันมีลิขสิทธิ์ที่กฎหมายก าหนดไว้ ได้แก่
1.1) วรรณกรรม (รวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์)
1.2) นาฏกรรม
1.3) ศิลปกรรม
1.4) ดนตรีกรรม
1.5) โสตทัศนวัสด
1.6) ภาพยนตร์
1.7) สิ่งบันทึกเสียง
1.8) งานแพร่เสียงแพร่ภาพ
1 more item...
2) ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม (Industrial Property)
หมายถึง ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ที่เกี่ยวกับสินค้าอุตสาหกรรมต่างๆ ความคิดสร้างสรรค์นี้อาจ
เป็นความคิดในการประดิษฐ์คิดค้น
2.1) สิทธิบัตร (Patent) เป็นการคุ้มครองการคิดค้นสร้างสรรค์ที่เกี่ยวกับการประดิษฐ์ (Invention) หรือ การออกแบบ
ผลิตภัณฑ์ (Industrial Design) ที่มีลักษณะตามที่กฎหมายก าหนด ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก
(1) สิทธิบัตรการประดิษฐ์ (Invention Patent) หมายถึง การให้ความคุ้มครองการคิดค้นที่
เกี่ยวกับลักษณะองค์ประกอบโครงสร้าง หรือกลไกของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งกรรรมวิธีในการผลิตการเก็บรักษา หรือการปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ
(2) อนุสิทธิบัตร (Petty Patent) หมายถึง การให้ความคุ้มครองการประดิษฐ์จากความคิดสร้างสรรค์ที่มีระดับการพัฒนาเทคโนโลยีไม่สูงมาก โดยอาจเป็นการประดิษฐ์คิดค้นขึ้นใหม่
หรือปรับปรุงจากการประดิษฐ์ที่มีอยู่ก่อนเพียงเล็กน้อย
(3) สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Design Patent) การให้ความคุ้มครองความคิดสร้างสรรค์ที่เกี่ยวกับรูปร่างลักษณะภายนอกของผลิตภัณฑ์ องค์ประกอบของลวดลายหรือสีของผลิตภัณฑ์ ซึ่งสามารถใช้เป็นแบบส าหรับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมรวมทั้งหัตถกรรมได้ และ
แตกต่างไปจากเดิม
2.2) แบบผังภูมิของวงจรรวม (Layout-Design of Integrated Circuits)
หมายถึง แบบ แผนผัง หรือภาพที่ท าขึ้น ไม่ว่าจะปรากฏในรูปแบบหรือวิธีใดเพื่อแสดงถึงการจัดวางและการเชื่อมต่อของวงจรไฟฟ้า เช่น ตัวน าไฟฟ้า หรือตัวต้านทาน เป็นต้น
2.3) เครื่องหมายการค้า (Trademark) หมายถึง เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือตรา ที่ใช้กับสินค้าหรือบริการ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่
(1) เครื่องหมายการค้า (Trademark) หมายถึง เครื่องหมายที่ใช้หรือจะใช้กับสินค้าเพื่อแสดง
ให้เห็นว่าสินค้าที่ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างกับสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น เช่น กระทิงแดง M-150 มาม่า ไวไว เป็นต้น
(2) เครื่องหมายบริการ (Service Mark) เครื่องหมายที่ใช้หรือจะใช้กับบริการเพื่อแสดงว่าบริการที่ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างกับบริการที่ใช้เครื่องหมายบริการของบุคคลอื่น เช่น
การบินไทย ธนาคารกรุงไทย เป็นต้น
(3) เครื่องหมายรับรอง (Certification Mark) หมายถึง เครื่องหมายที่เจ้าของเครื่องหมายรับรองใช้หรือจะใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของบุคคลอื่น เพื่อรับรองเกี่ยวกับ
สินค้าหรือบริการนั้น เช่น ตลาดต้องชม หนูณิชย์บอกต่อความอร่อย ฮาลาล เป็นต้น
(4) เครื่องหมายร่วม (Collective Mark) หมายถึง เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการสหภาพ สมาพันธ์ กลุ่มบุคคล หรือองค์กรอื่นใดของรัฐ หรือเอกชน เช่น ตราช้างของบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จ ากัด (มหาชน) เป็นต้น
2.4) ความลับทางการค้า (Trade Secret)หมายถึง ข้อมูลการค้าซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป โดยเป็นข้อมูลที่มีมูลค่าในเชิงพาณิชย์
เนื่องจากข้อมูลนั้นเป็นความลับ และมีการด าเนินการตามสมควรเพื่อท าให้ข้อมูลนั้นปกปิดเป็นความลับ
2.5) ชื่อทางการค้า (Tradename)
หมายถึง ชื่อที่ใช้ในการประกอบกิจการ เช่น ไทยประกันชีวิต ขนมบ้านอัยการ เป็นต้น
2.6) สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication)หมายถึง สัญลักษณ์ หรือสิ่งอื่นใดที่ใช้เรียกหรือใช้แทนแหล่งภูมิศาสตร์และสามารถบ่งบอกว่าสินค้าที่เกิดจากแหล่งภูมิศาสตร์นั้น เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ชื่อเสียง หรือคุณลักษณะเฉพาะของแหล่งภูมิศาสตร์
ดังกล่าว เช่น ข้าวหอมมะลิ ทุ่งกุลาร้องไห้ ผ้าไหมยกดอกล าพูน ส้มโอนครชัยศรี ไข่เค็มไชยา เป็นต้น
เด็กหญิงฉัตรสุนทร แซ่ลิ้ม เลขที่ 16 ชั้นม.2/1