Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
เด็กและวัยรุ่น - Coggle Diagram
เด็กและวัยรุ่น
การพยาบาลเด็กที่มีปัญหาระบบหัวใจ
การพยาบาลเด็กโรคหัวใจแต่กำเนิด
TOF : Tetralogy of fallot ภาวะเทโทรโลจีออฟฟัลโลต์ เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะตัวเขียว
(cyanotic heart disease) เนื่องจากมีออกซิเจนในเลือดต่ำ
อาการ -เด็กดูดนมได้ไม่ดี -เจริญเติบโตช้ากว่าปกติ -ปลายมือปลายเท้าเขียวและปากเขียวโดยเฉพาะขณะร้องไห้ หรือดูดนม -หายใจเร็วกว่าปกติ -ถ้าเด็กตัวเขียวแล้วเด็กอาจนั่งยองๆ (ซึ่งท่านี้จะเหนื่อยน้อยลง)
การรักษา
การผ่าตัดชั่วคราว เพื่อนำเลือดไปยังปอดโดยต่อหลอดเลือดแดล subclavian กับหลอดเลือดแดง pulmonary ทำให้อาการเขียวลดลง
การผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติทั้งหมด เมื่อเด็กมีน้ำหนักมากกว่า 8 - 10 กก. หรืออายุเกิน 2 - 6 ปี ดูแลและรักษาไม่ให้ฟันผุ เพื่อป้องกันรักษาภาวะแทรกซ่อนคือ การติดเชื้อที่เยื่อบุหัวใจและฝีในสมอง
ASD : Atrial Septal Defect โรคหัวใจแต่กำเนิดชนิดผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่ว
อาการ
Small ASD
-ไม่มีอาการ/เหนื่อยง่าย
-วินิจฉัยได้ด้วยความบังเอิญจากการตรวจพบเสียงหัวใจผิดปกติ
Large ASD
-ช่วงวัยเด็กมักไม่มีอาการ
-อาจมี emboli จาก venous system ผ่านทาง ASD เข้าสู่ arterial system
การรักษา
ผู้ป่วยที่มี primum ASD, sinus venosus ASD และ coronary sinus ASD ทุกรายต้องได้รับการผ่าตัดทำ direct closure หรือ patch closure เนื่องจากไม่สามารถปิดได้เอง 12,13 ผู้ป่วย secundum ASD ที่มีขอบของรู้รั่ว ASD มากกว่า 5 มม. และมีแรงต้านทานหลอดเลือดในปอดน้อยกว่า 8 WU.m2 รักษาด้วยการปิดรูรั่วด้วยอุปกรณ์ผ่านสายสวนหัวใจ
การปิดผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่วแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ชนิด Secundum ด้วยอุปกรณ์พิเศษชนิด ASD occluder device ผ่านสายสวน(Transcatheter ASD secundum closure in Adults) ได้ผลสำเร็จสูงและผลแทรกซ้อนน้อยมาก
VSD : Ventricular septal defect
การรักษา
-โดยทั่วไป VSD ขนาดเล็กปิดเองหรือเล็กลงภายใน 2 ปี แต่ระวังการติดเชื้อ อย่าให้ฟันผุ ให้ยา ATB เพื่อป้องกัน Endocarditis
-ส่วน VSD ขนาดใหญ่และมีภาวะหัวใจล้มเหลวต้องได้รับยาDigitalis, ยาขับปัสสาวะ, ยาขยายหลอดเลือด
-ไม่ดีขึ้นให้รับการผ่าตัดเด็กอายุ 5 ปี หนัก 15 kg.
อาการ
VSD ขนาดเล็ก
-ไม่มีอาการผิดปกติ
-อาจตรวจพบโดยฟังเสียง murmur ในขณะที่ไปตรวจสุขภาพ อาจฟังได้ตั้งแต่อายุ 1-2 สัปดาห์หลังคลอด หรือคลำ Intercostal space ที่ 3 3 -4ด้านซ้ายได้ Systolic Thrill
VSD ขนาดกลาง
-เด็กจะมีอาการเหนื่อยง่าย ดูดนมแล้วเหนื่อยมากจนต้องพักบ่อยๆ
-เหงื่อออกมาก น้ำหนักตัวน้อยหรือเลี้ยงไม่โต
-มีอาการแสดงของภาวะหัวใจวาย -ติดเชื้อทางเดินหายใจบ่อย
-ตรวจร่างกายพบ Systolic thrill ที่ขอบซ้ายของกระดูกอก
-มี Precordial impulse แรงบริเวณอกซ้าย
-ฟังเสียงหัวใจ S1 ปกติ S2 ดังกว่าปกติ และมี Pansystolic murmur
VSD ขนาดใหญ่
-เด็กจะมีอาการหายใจเร็ว เหนื่อยง่ายมาก โดยเฉพาะเวลาดูดนม เหงื่อออกมาก
-มีอาการหัวใจวายตั้งแต่ 1 เดือน -เขียวขณะร้องไห้
-ตรวจร่างกายพบทรวงอกด้านซ้ายนูน ในเด็ก >6 เดือนมี Systolic thrill
-ฟัง'ได้ Systolicjection murmur ที่ Sternum อาจมี Diastolic rumblingmurmur ที่ Apex
-เมื่อหัวใจห้องล่างทั้งซ้ายและขวามีความเท่ากันอาจเกิด หรือ Lt. to Rt.Shunt เรียกว่า Bidirectional flow
-ถ้ามี Rt. to Lt. Shunt จะมีเลือดด่าไปปนกับเลือดแดงใน Lt. ventricleและ Aorta เด็กจะเขียว เรียกภาวนี้ว่า"Eisenmenger complex"
PDA :Patent ductus arteriosus
อาการ
PDA ขนาดเล็กผู้ป่วยมักไม่มีอาการตรวจร่างกายพบหัวใจไม่โตหรือโตเล็กน้อย
ภาพรังสีทรวงอกขนาดหัวใจปกติหรืออาจมีหัวใจห้องล่างซ้ายโตเล็กน้อย
PDA ขนาดปานกลางผู้ป่วยอาจมีอาการเหนื่อยง่ายเล็กน้อยมีการติดเชื้อที่ทางเดิน
หายใจบ่อย ๆ ภาพรังสีทรวงอกขนาดหัวใจโตปานกลางหัวใจห้องล่างซ้ายโต
PDA ขนาดใหญ่ ผู้ป่วยจะมีอาการมากตั้งแต่วัยทารกโดยเฉพาะในรายที่เกิดก่อน
กำหนดจะมีอาการของหัวใจวาย (Left heart failure) คือเหนื่อยหอบ หายใจเร็ว
เหงื่อออกมาก ขณะดูดนมน้ำหนักตัวไม่เพิ่มขึ้น การตรวจร่างกายจะพบการเต้น
ของหัวใจผิดปกติมีเสียงฟู (Machinery Indomethadn)
การรักษา
การรักษาด้วยยา
ให้อินโดเมทาซิน (indomethacin) 0.2 มก. /กก.
ทางหลอดเลือดดำช้าๆและซ้ำอีก 2 ครั้งในขนาด 0.1 มก. /กก. ทุก 12-24 ชั่วโมง
การรักษาด้วยการผ่าตัด
2.1 การใช้คลิบหนีบหลอดเลือด ductus arteriosus หรือตัดductus ให้ขาดออกจากกันแล้วเย็บติดทั้ง 2 ด้าน
2.2 Rashkind umbrella technique โดยการใส่สายสวนหัวใจและอุปกรณ์ ที่มีลักษณะเป็น coil คล้ายร่มที่เรียกว่า amplatzer เข้าไปปิดดูรัว
TGV : Transposition of great arteries/vessels
ภาวะที่ aorta และ pulmonary artery อยู่สลับที่กัน โดย aorta จะออกจาก ventricle ขวาแต่ pulmonary artery ออกจาก ventricle ซ้ายแทน
อาการ -ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการเขียวตั้งแต่ 2 -3 วันแรกหลังคลอด หายใจเร็ว ดูดนมได้ช้า มีหัวใจวาย ตับโต เด็กจะเจริญเติบโตช้ากว่าปกติ
การรักษา
การรักษาทั่วไป
-แนะนำอาหารที่ถูกต้อง ป้องกันและรักษาภาวะเลือดจาง
-ดูแลสุขภาพฟัน
-ป้องกันการติดเชื้อเข้าสู่หัวใจและภาวะขาดน้ำ
-ให้ออกซิเจนและรักษาภาวะหัวใจวาย
-ให้ยา digitalis และ ยาขับปัสสาวะ
-ให้ Prostaglandin ในระยะหลังคลอดใหม่ๆ จะทำให้ ductus arteriosus เปิดอยู่ต่อไป ทำให้ผู้ป่วยเขียวน้อยลง และให้แพทย์ทำ atrial sepfal defect โดยใช้ balloon catheter หรือการผ่าตัด
การรักษาทางศัลยกรรม -โดยการทะลุระหว่างผนังกั้นปอด atrium ด้วย balloon เพื่อให้เกิด mixed blood มากขึ้น หรือทำการผ่าตัด เพื่อให้เกิดทางติดต่อระหว่าง atrium ทั้งสองเป็นต้น
การพยาบาลเด็กโรคหัวใจที่เกิดขึ้นภายหลัง
Rheumatic Heart Disease โรคหัวใจรูมาติก
อาการ
minor criteria
Fever (ไข่): มักจะเป็นแบบไข้ต่ำ
Arthalgia: มีการปวดตามข้อโดยตรวจไม่พบอาการอักเสบคือปวดบวมแดงและร้อนมักจะเป็นตามข้อใหญ่ ๆ และปวดมากกว่า 2 ข้อขึ้นไป
Previous Rheumatic fever or RHD (Rheumatic heart disease)
increase ESR, C-Reactive protein lag leukocytosis
Prolonged P-R interval
major criteria
1.Carditis เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด พบร้อยละ 80 พบเสียง murmur ที่ apex จากภาวะ mitral valve ตับหรือ
หัวใจโต หัวใจวาย เช่น ไอ เจ็บหน้าอกหอบเหนื่อย ตับโต บวม
Polyarthritis การอักเสบของข้อ
อาการแสดงทางผิวหนังมี 2ลักษณะ-Erythema marginatum : เป็นผื่น แดงไม่ดัน ขอบผื่น จะหยักและสีแดงชัดเจนมักพบบริเวณแขน ขา ลำตัว เป็นๆ หายๆ(อาการเกิดชั่วคราวคล้ายลมพิษ)-Subcutaneous nodule : เป็นก้อนรีๆ ใต้ผิวหนัง จับให้คลื่อนไหวได้มักจะเป็นใกล้ๆข้อ เป็นปุ่มๆ ติดกับ เอ็นและกระดูก
Choreaเป็นความผิดปกติในการเคลื่อนไหวร่วมกับ มีอารมณ์แปรปรวนมีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อโดยเจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจร่วมกับ มีกล้ามเนื้ออ่อนแรงทำ ให้พูดไม่ชัด เขียนหนังสือไม่ค่อยเป็นตัวเป็นข้อบ่งชี้ว่า จะเกิดโรคหัวใจรูมาติคตามมา
การรักษา
ให้ยากำจัดเชื้อโรค Beta hemolytic streptococcusได้แก่ ยา Penicillin, Erythromycin
ให้ยาสำหรับลดการอักเสบ ได้แก่ Salicylate และSteroid
ให้นอนพัก 2 - 6 สัปดาห์เคลื่อนไหวไปมาในห้อง
ถ้ามี Chorea (อาการทางสมอง)ให้ Phenobarbital,Diazepam
ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจวาย ให้ ditalls ร่วมกับยาขับปัสสาวะเพื่อช่วยในการขยายหลอดเลือด
Infective Endocarditis โรคเยื่อบุหัวใจอักเสบ
อาการ -ในรายที่ไม่รุนแรงไม่มีอาการแสดง อาการทั่วไปจะเริ่มจากการติดเชื้อ คือมีไข้สูงลอยในแต่ละวัน มีหนาวสั่นร่วมด้วยเหงื่อออกตอนกลางคืน อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร
-ในรายที่มีอาการรุนแรงจะพบความผิดปกติของ T-wave อาการเนื่องจากมีพยาธิสภาพของหัวใจ ถ้ามีลิ้นหัวใจดีบหรือรั่ว เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ จะมีอาการหัวใจล้มเหลวหัวใจโตขึ้น หัวใจมีเสียง murmur
-มีอาการของลิ่มเลือดอุดตันทั่วร่างกาย ได้แก่ janeway lesion, Roth spot , osler's node จุดจ้ำเลือดเล็กๆบริเวณผิวหนังเยื่อบุตาหรือในปาก
การรักษา
1.รักษาเฉพาะคือให้ยาปฏิชีวนะ เป็นสิ่งส่าคัญที่สุดในการรักษา โดยให้ยาตามเชื้อที่ตรวจพบยาที่ต้องให้มีระดับความเข้มข้มสูง จึงทำลายเชื้อได้ ดังนั้นจึงต้องให้ยาทางหลอดเลือดดำ และต้องให้ยาในระยะเวลานานพอ ที่จะกำจัดเชื้อให้หมดไป การให้ยาปฏิชีวนะนาน4-6 สัปดาห์ หลังให้ยาอาการจะดีขึ้นภายใน 2-3 วัน ไข้ลดและหายใน 1 สัปดาห์ หลังการรักษาแม้ว่าเชื้อโรคจะยังไม่หมดไป
2.การรักษาทั่วไป ได้แก่ การให้เด็กนอนพัก และดูแลเพื่อให้ได้รับสารอาหารเพียงพอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงสร้างภูมิต้านทานต่อเชื้อโรค ซึ่งในรายที่เป็นมานานมักมีภาวะขาดสารอาหารร่วมด้วยนอกจากนี้ยังต้องรักษาภาวะแทรกซ้อนตามอาการ
3.การรักษาโดยการผ่าตัด ในรายที่มีลิ้นหัวใจรั่วและมีอาการหัวใจวายที่รุนแรง จำเป็นต้องได้รักษาการผ่าตัดซ่อมแซมลิ้นหัวใจหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจ
การพยาบาลเด็กที่มีภาวะหัวใจวาย
อาการของหัวใจซีกซ้ายวาย หายใจเร็ว ปีกจมูกบาน หายใจลำบาก หน้าอกบุ๋ม และมีการหดตัวของกล้ามเนื้อที่ช่วยในการหายใจ ฟองหรือมีเลือดปน และฟังได้เสียง crepitation เนื่องจากมี pulmonary congestion
2.อาการของหัวใจซีกขวาวาย หลอดเลือดดำที่คอโป้งพอง หน้าบวม ตาบวม ดับโด บางรายอาจมีม้ามโดคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ปวดท้อง แน่นอึดอัดท้อง แขนขาเย็น บวม
การรักษา
1.พร่อง O2 -ดูแลจัดท่าศีรสูง -ให้O2
2.น้ำเกิน -ให้ยาขับปัสสาวะ ระวังเสียโพแทสเซียม -I/O -จำกัดน้ำ
3.หัวใจบีบตัวไม่ดี -ให้ยาDigitalis obs PRก่อนใช้ยา
การให้คำแนะนำในการดูแลผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจ
การให้ยา
-ควรให้เด็กได้รับยาอย่างสม่ำเสมอ
-จัดตารางเวลาอย่างชัดเจน
-สังเกตอาการที่บ่งบอกว่าหัวใจทำงานผิดปกติ
เช่น หายใจเร็ว ตัวเขียว ขาบวม
-หากพบอาหารรุนแรง ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
การได้รับโภชนาการที่เหมาะสม
-หลีกเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมต่ำ
-เน้นอาหารที่มีโปรตีนย่อยง่าย
-หากเด็กมีภาวะหัวใจล้มเหลว ควรจำกัดปริมาณของเหลวที่ได้รับตามแพทย์สั่ง
การพยาบาลเด็กที่มีปัญหาระบบประสาทกล้ามเนื้อและกระดูก
การพยาบาลเด็กที่มีภาวะความดันในช่องกะโหลกศีรษะสูง
Hydrocephalus
ภาวะน้ำคั่งในกะโหลกศีรษะ
อาการ
ภาวะน้ำคั่งในกะโหลกศีรษะสูงแบบเฉียบพลัน
(Acute Hydrocephalus)
-ความดันเพิ่มรวดเร็ว ปวดหัว
-คลื่นไส้ อาเจียน หมดสติ
-เสียชีวิต
ภาวะน้ำคั่งในกะโหลกศีรษะสูงแบบเรื้อรัง
(Chronic Hydrocephalus)
-เนื้อสมองเหี่ยว ความดันในกะโหลกศีรษะเพิ่มแต่ช้ากว่ากลุ่มเฉียบพลัน
-หน้าฝากนูน ปวดหัว อาเจียน หงุดหงิด
-ซึม ความจำเสื่อม ตามัว ตาเหล่
-หาบใจเสียงดัง หายใจไม่ได้ หยุดหายใจ
-ศีรษะโตผิดปกติเมื่อเทียบกับขนาดตัว
-หลอดเลือดดำบริเวณศีรษะมีขนาดใหญ่กว่าปกติ
-กระหม่อมใหญ่และตึงมากกว่าปกติ
-รอยประสานของกะโหลกศีษะแยกจากกัน
-ถ้ารุนแรงอาจมีอาเจียน ซึม
-เลี้ยงไม่โต (failure to thrive)
-ความดันกะโหลกศีรษะสูง
การรักษา
เจาะหลังร่วมกับใช้ยา : รักษาประดับประคองในกลุ่ม communicating hydrocephalus ที่เป็นแต่กำเนิด/เกิดภายหลัง
การรักษาด้วยการผ่าตัด
-ผ่าตัดแก่ไขสาเหตุ : เอาเนื้องอกออก
-ผ่าตัดเปลี่ยนทางเดินน้ำไขสันหลัง : ทำ shunt มี 2 วิธี
-อยู่ภายในกะโหลกศีรษะ (intracranial shunt)
-อยู่ภายนอกกะโหลกศีรษะ (extracranial shunt)
extracranial shunt มี 4 วิธี
Ventriculo peritoneal shunt (V-P shunt)
Ventriculo atrial shunt (V-A shunt)
Ventriculo pleural shunt
Lumbar subarachnoid peritoneal shunt
การผ่าตัด revise shunt มี 2 วิธี
Elective revise shunt
Emergency revise shun
Brain tumor โรคเนื้องอกสมอง
อาการ
1.อาการที่เกิดจากเนื้องอกสมองไปรบกวนการทำงานที่ปกติของสมองเฉพาะจุด
-ชักกระตุก หรือเกร็งเฉพาะที่ -อ่อนแรงของขา แขน หรือกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า
-มองเป็นภาพซ้อน -สับสน
2.อาการที่เกิดจากการไหวเวียนของน้ำในสมองผิดปกติ
-ปวดศีรษะ -คลื่นไส้ อาเจียน -เสียการทรงตัว
-ซึมลง -อาจเสียชีวิตได้ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ทันท่วงที
การรักษา
การฉายแสง
-เนื้องอกบางชนิดต้องได้รับการฉายแสงในตำแหน่งก้อนเนื้องอกหลังผ่าตัดร่วมกับการฉาย Whole spinal axisด้วย ได้แก่medulloblastoma, PNET, Germ cell tumor withCSF seedings
การใช้ยาต้านเนื้องอก
-ยาเคมีบำบัด
-ยาต้านการเจริญเติบโตของเส้นเลือด
-Immunotherapy
การผ่าตัด
-Craniotomy การผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะแล้วปิดกะโหลก
-การเจาะระบายน้ำในช่องโพรงสมอง (external ventriculardrainage)
-การผ่าตัดเพื่อดัดชิ้นเนื้องอกมาตรวจบางส่วน(tumor biopsy) โดยอาจใช้วิธีการเจาะรู (stereotacticbiopsy)หรือ ส่องกล่อง(endoscopic biopsy) ขึ้นกับตำแหน่งของเนื้องอก
Head injury
การบาดเจ็บศีรษะ
อาการ
สมองได้รับการกระทบกระเทือน
(Brain concussion)
-ปวดศีรษะและหายได้เอง
-หมดสติไปเพียงชั่วครู่
-เมื่อพื้นแล้วจะรู้สึกมึนงง จำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้
-ฟกช้ำที่หนังศีรษะ
-กะโหลกศีรษะร้าว
กะโหลกศีรษแตกและมีบาดเจ็บที่สมอง
สมองฟกช้ำ(Brain contusion)หรือ
สมองฉีกขาด(Brain laceration)
-ชัก เกร็ง
-หมดสติหลังบาดเจ็บทันทีนาน
เป็นชั่วโมง เป็นวัน เป็นสัปดาห์ เป็นเดือน
-อาจมีอัมพาตครึ่งซีก
-รุนแรงอาจเสียชีวิตได้
ไม่รุนแรงอาจฟื้นคืนสติได้
-ปากเบี้ยวพูดไม้ชัดหรือพูดไม่ได้
-คลื่นไส้ อาเจียน
-ปวดศีรษะ
-สับสน เพ้อ เอะอะ
-แขนขาเป็นอัมพาต
-หลงๆ ลืมๆหรือบุคลิกภาพเปลี่ยนไปจากเดิม
เลือดออกในสมอง(Intracranial hemorrhage)
-ชีพจรเต้นช้า
-ซึมลงเรื่อยๆ
-ปวดศีษะ
-คลื่นไส้ อาเจียน
-แขนขาเป็นอัมพาต
-หายใจตื่นชัด
-ความดันเลือดสูง
-คอแข็ง
-รูม่านตาทั้ง 2ข้างไม่เท่ากัน
เด็กทารก
-ร้องเสียงแหลม
-ซึม
-อาเจียน
-มีการชัก
-แขนขาอ่อนแรง
-กระหม่อมโป่งตึง
การพยาบาลเด็กที่มีปัญหาการติดเชื้อในระบบประสาท
Encephalitis ไข้สมองอักเสบ
อาการ
ผู้ป่วยมักแสดงอาการหลังได้รับเนื้อ 5 - 15 วัน
อาการเริ่มแรกของโรคสมองอักเสบจากเชื้อไวรัส มักเกิดอย่างเฉียบพลัน โดยเริ่มมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดบริเวณต้นคอ คอแข็ง อาเจียน หายใจไม่สม่ำเสมอ ซึมลงการเคลื่อนไหวผิดปกติ อาจมีชักร่วมด้วย
ถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ไข้จะค่อยๆลดลงสู่ปกติ และ
อาการทางสมองจะค่อยๆดีขึ้น แต่ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้
ป่วยที่รอดชีวิตจะยังมีความผิดปกติทางสมองเหลืออยู่เช่น
เกร็ง อัมพาต ชัก ปัญญาอ่อน หงุดหงิดง่าย พูดไม่ชัด
ถ้าเนื้อสมองถูกทำลายมาก ผู้ป่วยจะมีอาการโคม่า มีการชักบ่อย ม่านตาขยาย จอประสาทตาบวม การรู้สติเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การหายใจล้มเหลว
การรักษา
-ให้ผู้ป่วยได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ ผู้ป่วยบางรายอาจจำเป็นต้องเจาะคอ หรือใช้เครื่องช่วยหายใจ เพื่อป้องกันสมองขาดออกซิเจน
-ให้ยาระงับชักยาลดอาการบวมของสมองยานอนหลับยาลดไข้ยารักษาการติดเชื้อไวรัสเช่น Acyclovir
-ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ เพื่อรักษาสมดุลย์ของปริมาณน้ำเข้า-ออกของร่างกาย
Meningitis
เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
อาการ
2.เยื้อหุ้มสมองมีอาหารระคาย( Meningeal lrritation)
-ปวดศีรษะมาก -ปวดบริเวณคอ คอแข็ง
-ระยะแรก เด็กจะมีอาการซึม
-อาการแย่ลง หมดสติหรือชัก ภายในระยะ 4 - 5 วัน
-เด็กโต Kernig's sign Positive -Brudzinski's sign Positive
3.มีความดันในกะโหลกศีรษะสูง
-สมองบวม -มีน้ำหรือหนอว ในช่องใต้เยื่อหุ้มสมอง
1.อาการติดเชื้อ
-มีไข้ หนาวสั่น เบื่ออาหาร
การรักษา
รักษาตามอาการ
1.ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ เพื่อรักษาภาวะสมดลของน้ำและอิเลคโตไลท์ เมื่ออาเจียนมาก หรือรับประทานอาหารไม่ได้
2.ใช้เครื่องช่วยหายใจ ในผู้ป่วยที่มีปัญหาการหายใจ หรือภาวะหมดสติ
3.ให้ยาปฏิข็วนะ ในผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อจากแบดทีเรีย
4.ให้ยาลดไข้ เมื่อมีใช้สูง และบรรเทาอาการปวด
5.ให้ยาลดอาการบวมของสมอง เมื่อมีอาการม่านตาขยายโตขึ้นหัวใจเต้นช้า หรือเด็กมีอาการซึมลง
6.ให้ยากันชัก ในผู้ป่วยที่มีอาการชักเกร็ง เช่นยาฟีโนบาร&บิทัล ( Phenobarbital )ยาเฟนิโทอิน ( Phenytoin)
7.ให้ยานอนหลับ เพื่ออดอาการกระสับกระส่าย
รักษาเฉพาะ
-ให้ยาปฏิชีวนะ ให้สอดคล้องกับเชื้อที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรค
-โดยดูจากผล การเพาะเชื้อจากน้ำไขสันหลัง
การพยาบาลเด็กที่มีอาการชัก
Febrile Convulsion ภาวะชักจากไข้สูง
การรักษา
-ถ้ามีอาการชักให้ยากันชักที่ใช้ทั่วๆ ไป คือ Valium ให้ทางหลอดเลือดดำจนผู้ป่วยหยุดชักถ้าเป็น Primary Febrile Convulsion ควรให้ยาลดไข้ร่วมกับยากันชัก (Phenobarbital) อาจให้ยาลดไข้โดยการเหน็บทางทวารหนัก การรักษาสาเหตุของการติดเชื้อขึ้นอยู่กับอวัยวะส่วนที่เป็น
อาการ
1.Simple febrile seizure ภาวะชักจากไข้ธรรมดา
จะเป็นการมักแบบชักเกร็ง กระตุกทั้งทั้งตัว(generalized tonic clonicseizure) ไม่รู้สึกตัว ปัสสาวะอุจาระราด อาจมีหายใจลำบากร่วม มีน้อยรายที่มีอาการเฉพาะที่เด็กจะมีอาการชักเป็นช่วงสั้นๆ นานไม่เกิน 5 นาที ตรวจไม่พบความผิดปกติของระบบประสาท และจะไม่มีอาการชักซ้ำภายใน 24ชั่วโมง
2.Compiex febrile seizure
ภาวะชักจากไข้แบบซับซ้อน
เป็นอาการชักจากไข้ที่มีอาการรุนเเรงนานเกิน 15 นาที ขึ้นไป มีอาการชัก
ซ้ำภายใน 24 ชั่วโมง ติดต่อกันหลายครั้ง มีอาการเกร็งกระตุกเฉพาะชัก
ของร่างกายมักพบเด็กมีความผิดปกติของระบบประสาทมาก่อน
Epilepsy โรคลมชัก
อาการ -เด็กจะมีอาการชักโดยแสดงลักษณะการชัก อวัยวะที่แสดงอาการ และระยะเวลาขึ้นอยู่กับชนิดของโรคลมชัก เช่น เกร็ง กระตุก หรือเกร็งและเหม่อลอย ล้มลง ความรู้สึกสมองมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจนถึงขึ้นหมดสติ
การรักษา
หยุดอาการชักโดยเร็ว ด้วยยากันชัก
-ช่วยให้ผู้ป่วยพ้นจากอันตรายและป้องกันอันตรายจากการชัก เช่น ป้องกันการขาดออกซิเจน ป้องกันการบาดเจ็บที่ศีรษะจากอุบัติเหตุ
-จัดท่านอนให้นอนศีรษะต่ำ ตะเคงหน้าไปด้านใดด้านหนึ่ง
-ดูแลทางเดินหายใจให้โล่งโดยการดูดเสมหะ
-ไม่ใช้ไม้กดลิ้นหรือนิ้วหรือวัตถุสอดเข้าไปในปาก หรืองัดปากผู้ป่วย เพราะอาจทำให้ฟันหัก ตกลงไปอุดหลอดลมได้
-สังเกตการหายใจ ถ้าผู้ป่วยเด็กมีปัญหาการหายใจ ต้องให้ออกซิเจนหรืออาจต้องเตรียมใส่ Endotracheal tube และใช้เครื่องช่วยหายใจ
การพยาบาลเด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว
Cerebral palsy สมองพิการ
อาการ
2.ในเด็ก Hypotonia and ataxia
-พบตัวอ่อนปวกเปียก
-เลี้ยงง่าย พัฒนาการช้า
3.ในเด็ก Extrapyramidal
-มีอาการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของ ปาก ลิ้น เช่น กัดฟันแน่น หน้าแสยะ
-อาการ Chorea athetoid -อาการ Athetiod ความดึงตัวของกล้ามเนื้อ จะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ท่าให้ควบคุมการเคลื่อนไหวไม่ได้ -มีการเคลื่อนไหวของมือและเท้ามาก
-บางรายอาจมีคอเอียง ปากเบี้ยวร่วมด้วย -จะเห็นได้ขัดเจน เมื่ออายุมากกว่า 1 ปี
1.อาการแสดงเริ่มต้น Spastic quadriplegia
-ควบคุมศีรษะ และลำตัวไม่ได้
-หลังแอ่นไปข้างหลังมากกว่า
-พัฒนาการของกล้ามเนื้อมัดเล็ก และมัดใหญ่ช้า
การรักษา
การรักษาโดยใช้ยา
ยาคลายกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย เช่น ยาไดอาซีแพม
ยาบาโคลเฟน ยาไตรเฮกซีเฟนิดิล เป็นต้น
ยาอื่น ๆ เพื่อบรรเทาอาการต่าง ๆ จากโรค Cerebral Palsy เช่น ยานอนหลับ ยากันชัก ยาระบาย ยาบรรเทาอาการปวด เป็นต้น
การบำบัดรักษา
-กายภาพบำบัด เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ การทรงตัว การเคลื่อนไหว และป้องกันการหดตัวของกล้ามเนื้อ
-กิจกรรมบำบัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายส่วนบน ปรับปรุงท่าทาง และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถประกอบกิจวัตรประจำวันได้
-นันทนาการบำปัด เพื่อกระตุ้นให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมทางด้านศิลปะ วัฒนธรรม กีฬา และกิจกรรมอื่นๆ ที่ได้ใช้ทักษะทางร่างกาย สติปัญญา และความสามารถ
-อรรถบำบัด เพื่อพัฒนาทักษะการพูดและการสื่อสารของผู้ป่วย โดยอาจใช้วิธีต่าง ๆ ประกอบการบำบัด -การปรับปรุงวิธีรับประทานอาหาร ด้วยการฝึกบริหารลิ้นและการกลืนอาหาร
การผ่าตัด
-การผ่าตัดลดความดึงของกล้ามเนื้อโดยผ่าคลายเฉพาะกล้ามเนื้อที่ยึดตึง, การย้ายเอ็น เพื่อสร้างความสมดลของข้อ
-การผ่าตัดกระดูก ในรายที่กระดกถูกดึงจนผิดรูปแล้ว ซึ่งอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษาว่ามีความเหมาะสมในการผ่าตัดหรือไม่
การใช้อุปกรณ์เสริมร่วมกับการรักษา
แว่นตา แว่นขยาย เครื่องช่วยฟัง
อุปกรณ์ช่วยพยุง เป็นต้น รวมทั้งกายอุปกรณ์ชนิดต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตประประจำวันได้สะดวกยิ่งขึ้น
การป้องกันและช่วยเหลือเด็กที่ได้รับอุบัติเหตุและสารพิษ
อุบัติเหตุในเด็กในแต่ละช่วงวัย
Burn บาดแผลไหม้
ระดับความลึกของบาดแผลไฟไหม้้
ระดับที่สอง -บาดแผลระดับที่สองชนิดตื้น ชั้นหนังกำพร้าและหน้าแท้ ส่วนที่อยู่ตื้นๆจึงหายได้เร็ว
ระดับที่สาม -บาดแผลไหม้จะลึกลงไปจนทำลายหนังกำพร้าและหนังแท้ทั้งหมด
รวมทั้งต่อมเหงื่อขุมขนและเซลล์ประสาท
ระดับที่แรก -การไทม์จะจากัดอยู่ที่ผิวหนังชั้นกำพร้าบาดแผลจะและแดง ไม่มีต้มพอง เจ็บปวดหรือแสบร้อนจะใช้เวลารักษาประมาณ7วัน โดยไม่ทั้งรอยแผล
การรักษาเบื้องต้น
-ล้างด้วยน้ำสะอาดที่อุณหภูมิปกติ ช่วยลดการหลั่งสารที่ทำให้เกิดอาการปวดบริเวณบาดแผล
-หลังจากนั้นซับด้วยผ้าแห้งสะอาด แล้วสังเกตว่าผิวหนังมีรอยถลอก มีตุ่มพองใส หรือมีสีของผิวหนังเปลี่ยนไป ควรรีบไปพบแพทย์
Drowning การจมน้ำ
1.การจมน้ำเค็ม (Salt-water Drowning)
-ทำให้เกิดภาวะ pulmonary edema
-ปริมาตรน้ำที่ไหลเวียนในร่างกายลดลงเกิดภาวะ hypovolemia
-ระดับเกล็อแรในร่างกายสูงขึ้น หัวใจเต้นผิดปกติหัวใจวาย ช็อกได้
2.การจมน้ำจืด (Fresheater-Drowning)
-จะซึมผ่านเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิตของปอดอย่างรวดเร็ว เกิด hypervolemia
-ทำให้ระดับเกลือแรในเลือดลดลงหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจวาย
-อาจเกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตกhemolysis
วิธีการช่วยเด็ก
ให้รีบเช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า ใช้ผ้าคลมตัวเพื่อทำให้เกิดความอบอุ่น จัดให้นอนในทำตะแคงกึ่งคว่ำ แล้วนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
กรณีที่เด็กหมดสติ
ดูว่าเด็กมีลมหายใจอยู่ไหม ถ้าไม่ ให้โทร. เรียกหน่วยรถพยาบาลหรือหน่วยกู้ภัยโดยด่วน จากนั้นให้นวดหัวใจสลับกับการช่วยหายใจ
Animal bite สัตว์กัด
การปฐมพยาบาลเบื้องตันสุนัข/แมวกัดสิ่งสำคัญที่สุด หลังจากโดนสุนัขกัดควรรีบทาความสะอาดบาดแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่อย่างน้อย 15 นาที ใส่ยาฆ่าเชื่อ/ห้ามเลือดและรีบไปโรงพยาบาลเพื่อรับการฉีดวัดซีนป้องกัน โรคพิษสุนัขบ้าแมลงมีพิษ:เอาเหล็กในออกด้วยเล็บ หรือใช้วัสดุแข็งขอบแข็งเขี่ยแล้วใช้แหนมคีบออกทำแผลทายาใช้สำหรับแมลงกัดทากากรณีแพ้รุนแรงรีบน้ำส่งโรงพยาบาล
-แมลงมีพิษเช่นผึ้งต่อแตนตะขาบ
-สัตว์เลี้ยงกัดเช่นสุนัขแมว
สารพิษ/สิ่งแปลกปลอม
สารพิษ
สารพิษมักเป็นสารที่ใช้ภายในบ้านเช่น ผงซักฟอก น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด
การรักษาเบื้องต้น
-สารพิษที่ได้รับโดยวิธีรับประทานลดการดูดซึมสามารถทำได้โดยการให้ผู้ป่วยดื่มน้ำ1หรือ2แก้วหรืออาจจะให้น้ำนมแทนน้ำก็ได้และถ้ามีผงถ่านก็อาจจะให้ผู้ป่วยรับประทานผงถ่านผสมน้ำโดยในผู้ใหญ่ให้ประมาณาณ 50 - 100 กรัมในเด็กให้ 25 กรัม
-ข้อห้ามในการทำให้ผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษอาเจียนคือสารพิษชนิดที่เป็นพวกกรดหรือด่างสารพิษ
ชนิดที่เป็นพวกน้ำมันเบนซิน,น้ำมันก๊าดหรือผลิตภัณฑ์จากน้ำมันปิโตรเลีย
-สารพิษได้รับทางผิวหนังการให้ความช่วยเหลือสามารถทำได้โดยถอดเสื้อผ้าหรือสิ่งปกคลุมออกแล้วล้างด้วยน้ำสะอาด
สิ่งแปลกปลอม
อาการ
-ขณะหายใจหน้าอกบุ๋ม
-หายใจเข้ามีเสียงดัง
-หายใจลำบาก
-มีอาการไอรุนแรง เขียว สำลัก
การรักษา
เด็กโต
-ใช้เทคนิคกดบริเวณหน้าท้อง เรียกว่า Heimlich Manueverทำในท่านั่งหรือยืนโน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย
-ผู้ช่วยเข้าด้านหลัง ใช้แขนสอดโอบผู้ป่วยไว้
-มือซ้ายประคองมือขวาที่กำไว้ใต้ลิ้นปี่ดันกำมือขวาเข้าใต้ลิ้นปี่อย่างรวดเร็วเพื่อให้เกิดแรงดันที่ช่องท้อง
-ดันเข้าใต้กระบังลมผ่านช่องทรวงอกดันสิ่งแปลกปลอมหลุดออก
เด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี
-สลับอุ้มเด็กนอนหงายบนแขน ใช้นิ้วกดลงเเละวางมือขวาบนหน้าอก chest thrust อย่างละ 5 ครั้งจนกว่าสิ่งแปลกปลอมจะหลุด
-วางเด็กลงบนแขนโดยศีรษะต่ำ ตบหลัง Back Blow
-เปิดปากเด็กเพื่อดูสิ่งแปลกปลอม