Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
กรณีศึกษา ST-Elevation Myocardial Infarction (STEMI) - Coggle Diagram
กรณีศึกษา ST-Elevation Myocardial Infarction (STEMI)
พยาธิสภาพของโรค
ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น ST-Elevation Myocardial Infarction (STEMI) หรือ กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันแบบมี ST segment ยกสูง ซึ่งเกิดจากการอุดตันเฉียบพลันของหลอดเลือดหัวใจ ทำให้เกิดภาวะขาดเลือดเฉียบพลันที่กล้ามเนื้อหัวใจ ส่วนที่ได้รับผลกระทบจากกรณีศึกษานี้คือ ผนังล่างของหัวใจ (Inferior Wall MI)
เกิดการฉีกขาดของคราบไขมัน (Plaque rupture) กระตุ้นให้เกิดลิ่มเลือดอุดตัน
การไหลเวียนของเลือดลดลงหรือหยุดชะงัก ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดออกซิเจน
หลอดเลือดหัวใจตีบแคบลง จากการสะสมของไขมัน (Atherosclerosis)
เกิดเนื้อตายของกล้ามเนื้อหัวใจ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
สาเหตุของโรค
ปัจจัยเสี่ยงทั่วไปของ STEMI
โรคอ้วน
ขาดการออกกำลังกาย
ความดันโลหิตสูง (ผู้ป่วยไม่มีประวัติ)
ภาวะเครียด
เบาหวาน (แต่ผู้ป่วยไม่มีประวัติ)
ปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วยรายนี้
อายุสูง (66 ปี) ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ
ไขมันในเลือดสูง (Dyslipidemia) > LDL 144 mg/dlสูบบุหรี่ วันละ 20 มวน ต่อเนื่อง 20 ปี
ประวัติการใช้สมุนไพรและยานวด อาจมีผลต่อระบบไหลเวียนเลือด
สูบบุหรี่ วันละ 20 มวน ต่อเนื่อง 20 ปี
อาการและอาการแสดงของโรค
อาการสำคัญของผู้ป่วย
ปวดกราม ปวดคอ ปวดหลัง
คลื่นไส้ แต่ไม่อาเจียน
ใจสั่น เหงื่อออก คล้ายจะเป็นลม
Pain score: 7/10
จุกแน่นหน้าอกใต้ลิ้นปี่ ไม่มีร้าวไปที่ใด
อาการทั่วไปของ STEMI
เหงื่อออกมาก
หายใจลำบาก
เจ็บหน้าอกรุนแรง กดแน่น อาจร้าวไปแขนซ้าย คอ หรือขากรรไก
ความดันโลหิตต่ำ หรือ หัวใจเต้นผิดจังหวะ
การวินิจฉัย
ST Depression ใน V2-V5 -> อาจมีภาวะ posterior wall MI ร่วมด้วย
ผลตรวจ Troponin T = 757.00 pg/ml -> บ่งบอกถึงกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
EKG แสดง ST Elevation ใน II, III, aVF -> บ่งบอกว่าเป็น STEMI ที่ผนังล่าง (Inferior wall MI)
ค่า DTX = 179 mg/dl (อาจสัมพันธ์กับความเครียดจากโรค
ค่าไขมัน LDL สูง (144 mg/dl), HDL ต่ำ (36 mg/dl) -> ปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจ
การรักษา
การให้ยาละลายลิ่มเลือด (Thrombolytic Therapy)
ขณะให้ยา เกิด Hypotension -> ต้องเฝ้าระวังและแก้ไข
Streptokinase 1.5 mu + NSS 100 ml drip ใน 60 นาที
การดูแลหลังให้ยาละลายลิ่มเลือ
ตรวจวัด EKG ซ้ำ
ส่งต่อผู้ป่วยไปโรงพยาบาลระดับสูงกว่าเพื่อทำการสวนหัวใจ (PCI)
เฝ้าระวังความดันโลหิตต่ำทุก 5-15 นาที
การรักษาเบื้องต้น
ให้ยาแอสไพริน (ASA) และ Plavix -> ลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด
ให้สารน้ำ 0.9% NSS drip 60 cc/hr
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาลและการพยาบาลตาม Nursing Process
ภาวะความดันโลหิตต่ำ (Risk for Decreased Cardiac Output)
วัตถุประสงค์
ป้องกันภาวะช็อกจาก Hypotension
กิจกรรมพยาบาล
เฝ้าระวัง BP และให้สารน้ำตามแผนการรักษา
การให้สารน้ำช่วยเพิ่มปริมาณเลือดในระบบไหลเวียน และช่วยคงระดับความดันโลหิต
ภาวะความดันโลหิตต่ำอาจเกิดจากผลข้างเคียงของ Streptokinase หรือจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย ซึ่งทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่ดี
ปรับระดับศีรษะ 30 องศา
การยกศีรษะขึ้นเล็กน้อยช่วยให้เลือดไหลเวียนกลับหัวใจดีขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงของภาวะปอดบวมน้ำ
สังเกตอาการข้างเคียงของยา Streptokinase
ยาละลายลิ่มเลือดอาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกหรือความดันโลหิตต่ำเฉียบพลัน ซึ่งต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว
ภาวะวิตกกังวลและกลัวการเสียชีวิต (Anxiety related to Acute Illness)
วัตถุประสงค์
ลดความเครียดของผู้ป่วย
กิจกรรมพยาบาล
ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการรักษา
การให้ข้อมูลที่ถูกต้องช่วยลดความกลัวของผู้ป่วยเกี่ยวกับอาการและกระบวนการรักษา ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกมั่นใจมากขึ้น
ดูแลให้ผู้ป่วยพักผ่อนเพียงพอ
ความเครียดและความวิตกกังวลอาจกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้นและอาจเพิ่มภาวะขาดเลือด
ดูแลให้ผู้ป่วยพักผ่อนเพียงพอ
การสนับสนุนด้านจิตใจจากพยาบาลและครอบครัวสามารถช่วยลดความวิตกกังวล และช่วยให้ผู้ป่วยร่วมมือในการรักษาได้ดีขึ้น
ภาวะขาดเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ (Decreased Cardiac Tissue Perfusion)
วัตถุประสงค์
เพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังหัวใจ
กิจกรรมพยาบาล
Monitor EKG และสัญญาณชีพทุก 5-15 นาที
การเปลี่ยนแปลงของ EKG สามารถบ่งบอกถึงการลุกลามของภาวะหัวใจขาดเลือดหรือการเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
การตรวจสัญญาณชีพบ่อยๆ ช่วยให้สามารถเฝ้าระวังภาวะความดันโลหิตต่ำและภาวะช็อกที่อาจเกิดขึ้นได้
ประเมินภาวะเลือดออกจากยา Streptokinase
Streptokinase เป็นยาละลายลิ่มเลือดที่เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเลือดออก เช่น เลือดออกในทางเดินอาหารหรือสมอง ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
เฝ้าระวังอาการเจ็บหน้าอก
อาการเจ็บหน้าอกเป็นตัวบ่งชี้ความรุนแรงของภาวะขาดเลือดไปเลี้ยงหัวใจ หากอาการแย่ลง อาจหมายถึงการอุดตันที่รุนแรงขึ้นหรือลิ่มเลือดยังคงมีอยู่
ภาวะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจาก STEMI (Risk for Complications)
วัตถุประสงค์
ลดภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือ หัวใจล้มเหลว
กิจกรรมพยาบาล
สังเกตภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
STEMI มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นหัวใจหยุดเต้นได้
เตรียมพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิต (Defibrillator)
หากเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะแบบรุนแรง เช่น Ventricular Tachycardia (VT) หรือ Ventricular Fibrillation (VF) จำเป็นต้องมีเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าเพื่อช่วยชีวิตอย่างทันท่วงที
ส่งต่อไปโรงพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ
ผู้ป่วย STEMI อาจต้องได้รับการรักษาขั้นสูง เช่น การทำ PCI (Percutaneous Coronary Intervention - การสวนหัวใจและขยายหลอดเลือด) หรือ CABG (Coronary Artery Bypass Graft - การทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ) ซึ่งต้องอาศัยโรงพยาบาลที่มีอุปกรณ์และบุคลากรที่เชี่ยวชาญ