Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การทดสอบประสิทธิภาพ สื่อหรือชุดการสอน อาจารย์ชัยยงค์ พรหมวงศ์ - Coggle…
การทดสอบประสิทธิภาพ สื่อหรือชุดการสอน
อาจารย์ชัยยงค์ พรหมวงศ์
5.การตีความหมายผลการคำนวณ
ความคลาดเคลื่อนของผลลัพธ์ ไม่ควรเกิน .05 (ร้อยละ 5)
1.ความหมายของการทดสอบประสิทธิภาพ
การทดสอบประสิทธิภาพ
คือการทดสอบประสิทธิภาพของสื่อหรือชุดการสอน หาคุณภาพโดยพิจารณาตามขั้นตอนการพัฒนาในแต่ละขั้น
การทดสอบประสิทธิภาพใช้เบื้องต้น (Try Out)
การทดสอบประสิทธิภาพสอนจริง (Trial Run)
ประสิทธิภาพ
หมายถึง สภาวะหรือคุณภาพของสมรรถนะในการดำเนินงานตามจุดมุ่งหมาย เน้นการดำเนินการที่ถูกต้อง
2.ความจำเป็นที่จะต้องหาประสิทธิภาพ
1.สำหรับหน่วยงานผลิตสื่อหรือชุดการสอน
การทดสอบประสิทธิภาพช่วยประกันคุณภาพของสื่อหรือชุดการสอนว่าอยู่ในขั้นสูง เพื่อไม่ทำให้เกิดการสิ้นเปลืองเวลา แรงงาน และเงินทุน
2.สำหรับผู้ใช้สื่อหรือชุดการสอน
สื่อหรือชุดการสอนที่ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพจะทำหน้าที่เป็นเครื่องมือช่วยในการสอนได้ดี
3.สำหรับผู้ผลิตสื่อหรือชุดการสอน
การทดสอบประสิทธิภาพจะทำให้ผู้ผลิตมั่นใจได้ว่าเนื้อหาสาระในสาระหรือชุดการสอนมีความเหมาะสม ง่ายต่อการเข้าใจ ช่วยให้ผู้ผลิตมีความชำนาญสูงขึ้น
7.การเลือกนักเรียนมาทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน
1.สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพแบบเดี่ยว (1:1)
ให้ทดสอบประสิทธิภาพกับเด็กอ่อนก่อน ทำการปรับปรุงแล้วนำไปทดสอบประสิทธิภาพกับเด็กปานกบาง และนำไปทดสอบประสิทธิภาพกับเด็กเก่ง
2.สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพแบบกลุ่ม (1:10)
ให้ทดสอบประสิทธิภาพคละกันทั้งเด็กเก่ง ปานกลาง และเด็กอ่อน ห้ามทดสอบกับเด็กอ่อนล้วน
3.สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพภาคสนาม (1:100)
ให้ทดสอบประสิทธิภาพแบบคละเด็กเก่งและอ่อน ไม่ควรเลือกเด็กที่เก่งหรืออ่อนทั้งหมด
3.การกำหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพ
เกณฑ์
หมายถึง เป็นขีดกำหนดที่จะยอมรับว่าสิ่งใดหรือพฤติกรรมใดมีคุณภาพหรือปริมาณที่จะรับได้
เกณฑ์ประสิทธิภาพ
หมายถึง ระดับประสิทธิภาพของสื่อหรือชุดการสอนที่จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม การกำหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพ โดยการประเมินผลพฤติกรรมของผู้เรียน คือ
พฤติกรรมต่อเนื่อง (กระบวนการ)
กำหนดค่าประสิทธิภาพเป็น E1 = Efficiency of Process
พฤติกรรมสุดท้าย (ผลลัพธ์)
กำหนดค่าประสิทธิภาพเป็น E2 = Efficiency of Product
1.ประเมินพฤติกรรมต่อเนื่อง
คื่อ การประเมินกระบวนการ (Process) ที่เกิดจาก การทำโครงการ ทำรายงานกลุ่ม การทำงานที่ได้รับมอบหมาย
2.ประเมินพฤติกรรมสุดท้าย
คือ ประเมินผลลัพธ์ (Product) ของผู้เรียน พิจารณาจากการสอบหลังเรียน และการสอบไล่
4.วิธีการคำนวณหาประสิทธิภาพ
1.การใช้สูตร
2.การคำนวณโดยไม่ใช้สูตร
ใช้วิธีการคำนวณหาค่า E1 และ E2
โดย
E1
คือ
ค่าประสิทธิภาพของงานและแบบฝึกปฏิบัติ
โดยการนำคะแนนงานทุกชิ้นของนักเรียนแต่ละคนมารวม แล้วหาค่าเฉลี่ยและเทียบส่วนเป็นร้อยละ และ
E2
คือ
ประสิทธิภาพผลลัพธ์ของการประเมินหลังเรียน
โดยการนำเอาคะแนนสอบทั้งหมดมารวมกัน หาค่าเฉลี่ยแล้วหาค่าร้อยละ
6.ขั้นตอนการทดสอบประสิทธิภาพ
1.การทดสอบประสิทธิภาพแบบเดี่ยว (1:1)
เป็นการทดสอบประสิทธิภาพที่ผู้สอน 1 คน ทดสอบกับผู้เรียน 1-3 โดยใช้เด็กอ่อน ปานกลาง และเด็กเก่ง
2.การทดสอบประสิทธิภาพแบบกลุ่ม (1:10)
เป็นการทดสอบประสิทธิภาพที่ผู้สอน 1 คน ทดสอบกับผู้เรียน 6-10 คน (คละผู้เรียนที่เก่ง ปานกลาง อ่อน)
3.การทดสอบประสิทธิภาพภาคสนาม (1:100)
เป็นการทดสอบประสิทธิภาพที่ผู้สอน 1 คน ทดสอบกับผู้เรียนทั้งชั้น
9.บทบาทของครูขณะกำลังทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน
1.บทบาทของครูในขณะทดสอบแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม
คอยสังเกตและบันทึกพฤติกรรมนักเรียนอย่างใกล้ชิด
สังเกตและปฎิสัมพันธ์ของนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตปฎิบัติสัมพันธ์ที่มีผู้พัฒนาขึ้นแล้ว
พยายามรักษาสุขภาพจิต ไม่คาดหวังหรือเครียดกับความเหนื่อยที่ทุ่มเทในการผลิตสื่อ หรือการไม่ได้รับความร่วมมือจากนักเรียน
สร้างบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเองกับนักเรียน ยิ้มแย้มแจ่มใส
ต้องชี้แจงว่าการสอบครั้งนี้ไม่มีผลต่อการสอบไล่ปกติของนักเรียนแต่ประการใด
ให้นักเรียนศึกษาและประกอบกิจกรรมจากสื่อตามธรรมชาติ โดยครูทำทีว่าไม่สนใจ และไม่ได้จับผิด
หากสังเกตว่านักเรียนคนใดมีปัญหาระหว่างการทดสอบ อย่าให้ความสนใจเป็นพิเศษ แต่ให้บันทึกไว้และซักถามพูดคุยในภายหลัง
2.บทบาทของครูภาคสนามกับนักเรียนทั้งชั้น
ครูพยายามอธิบายประเด็นต่างๆ อย่างชัดเจน
ขณะนักเรียนทดสอบอยู่ ครูงดใช้เสียงดัง ไม่พูดเกินความจำเป็น
ขณะนักเรียนทดสอบอยู่ ครูเดินตามกลุ่มต่างๆ เพื่อสังเกตพัฒนาการของนักเรียนในการทำงานกลุ่ม ไม่ควรนั่งประจำกลุ่ม
เมื่อให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ครูชี้แจงว่าไม่ต้องรีบเร่ง หัวหน้าเก็บสื่อให้เรียบร้อยก่อนเปลี่ยนกลุ่ม
เปลี่ยนกลุ่มได้ 3 วิธี 1.เปลี่ยนพร้อมกันทุกกลุ่ม 2.กลุ่มใดเสร็จก่อนให้ไปทำงานกลุ่มสำรอง 3.หากมี 2 กลุ่มเสร็จพร้อมกัน ให้สลับกลุ่มกันทันที
หลังจากการทดสอบสิ้นสุดลง ให้ชื่มนักเรียนที่ให้ความร่วมมือ
แจ้งผลการทดสอบหลังเรียนให้กับนักเรียนทราบ
8.ข้อควรคำนึงในการทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน
1.การเลือกผู้เรียนเข้าร่วมการทดสอบประสิทธิภาพ
ควรเลือกนักเรียนที่เป็นตัวแทนตามแนวทางการสุ่มอย่างถูกต้อง
2.การเลือกเวลาและสถานที่ทดสอบประสิทธิภาพ
ควรหาสถานที่และเวลาที่ปราศจากสิ่งรบกวน ไม่ร้อนอบอ้าว
3.การชี้แจงวัตถุประสงค์และวิธีการ
ต้องชี้แจงให้นักเรียนทราบถึงวัตถุประสงค์ของการทดสอบ และการจัดห้องเรียนแบบศูนย์การเรียนรู้
4.การรักษาสถานการณ์ตามความเป็นจริง
สำหรับการทดสอบภาคสนาม ต้องรักษาสภาพการณ์ให้เหมอนที่เป็นอยู่ในห้องเรียนทั่วไป
5.ดำเนินการสอนตามขั้นตอน
ครูจะต้องดำเนินการสอนตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในแต่ละระบบการสอน
10.สิ่งที่ควรปฎิบัติหลังทดสอบประสิทธิภาพ
นำผลงานและแบบฝึกของนักเรียนมาตรวจ โดยให้คะแนนทุกกิจกรรม แล้วหาค่าเฉลี่ยและทำเป็นค่าร้อยละ
นำผลการสอบหลังเรียนมาหาค่าเฉลี่ยและทำเป็นค่าร้อยละ
นำผลการสอบก่อนเรียนและหลังเรียนมาเขียนแผนภูมิเปรียบเทียบ
นำสื่อการสอน มาปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมให้ดีขึ้น
11.การยอมรับหรือไม่ยอมรับประสิทธิภาพ
มี 3 ระดับ
1.สูงกว่าเกณฑ์ 2.เท่าเกณฑ์ 3.ต่ำกว่าเกณฑ์
12.ปัญหาจากการทดสอบประสิทธิภาพ
1.การหาพัฒนาการทางการเรียนรู้ คือ ผู้เรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
2.การหาค่าประสิทธิภาพทวิผล คือ กระบวนการควบคู่ผลลัพธ์โดยกำหนดค่าประสิทธิภาพเป็น E1/E2 เพื่อหาความสัมพันธ์
3.การหาความพึงพอใจของครูและนักเรียน โดยการประเมินคุณภาพของสื่อ