Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ปัจจัยที่ส่งเสริมการเรียนรู้ - Coggle Diagram
ปัจจัยที่ส่งเสริมการเรียนรู้
ปัจจัยเกี่ยวกับผู้เรียน
วุฒิภาวะและความพร้อม
ความพร้อมทางอารมณ์
ผู้เรียนที่มีอารมณ์ดี มีความสุข ไม่มีเรื่องกังวลใจ ก็จะเรียนรู้ได้ดี
ความพร้อมทางสมอง
หากสมองมีการบกพร่องในการทำงาน ก็จะทำให้กระบวนการเรียนรู้เสียไปด้วย ทำให้การเรียนรู้ช้า
ความพร้อมทางร่างกาย
การเรียนรู้ของผู้เรียนจะเป็นไปได้ดี เมื่อผู้เรียนมีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์
แรงจูงใจ 29
2.1 การเร้าให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ 23
การเร้าให้เกิดความอยากรู้อยากเห็น โดยจัดสภาพห้องให้น่าสนใจ จัดมุมต่างๆ จัดป้ายนิเทศ 20
การเร้าให้เกิดความวิตกกังวล ผู้เรียนที่มีเชาว์ปัญญาสูง ถ้ามีความวิตกกังวลมากจะทำข้อสอบได้ดี
2.3 การชมเชยและการตำหนิ
เด็กโตชอบการชมเชยมากกว่าตำหนิ
เด็กหญิงให้ความสนใจในเรื่องการชมเชยและการตำหนิน้อยกว่าเด็กชาย
เด็กเก่งเมื่อถูกตำหนิจะพยายามมากกว่าเมื่อได้รับคำชม
2.4 การให้ผู้เรียนทราบความสำเร็จในการเรียน
2.5 การให้ผู้เรียนได้ทราบพัฒนาการความก้าวหน้าของตนเอง
2.6 การให้รางวัลและดารลงโทษเพื่อให้เกิดก่ารเรียนรู้ที่ดี
ควรใช้ความเหมาะสมกับเด็กแต่ละคน
การลงโทษไม่ควรรุนแรงและพร่ำเพรื่อจนเกินไป
การให้รางวัลและการลงโทษควรให้ทันทีโดยเร็ว
2.2 สร้างให้มีการแข่งขันและการร่วมมือไปพร้อม ๆ กัน
2.7 การตั้งระดับความคาดหวัง
เชาว์ปัญญา
3.1 ทฤษฎีเชาว์ปัญญา
ทฤษฎีองค์ประกอบเดียว สมรรถภาพของมนุษย์มีเพียงองค์ประกอบเดียว
ทฤษฎีสองตัวประกอบ สมรรถภาพสมองของมนุษย์ 2 องค์ประกอบ คือ องค์ประกอบทั้วไปและองค์ประกอบเฉพาะ
ทฤษฎีของเธอร์สโตน
ความเข้าใจภาษา
ความคล่องแคล่วในการใช้คำ
ความสามารถในการใช้ตัวเลข
ความจำ
การใช้เหตุผล
ความเร็วในการรับรู้
ทฤษฎีโครงสร้างเชาว์ปัญญาของกิลฟอร์ด
มิติที่ 1 เนื้อหาของการคิด
ภาพ
เสียง
สัญลักษณ์
ภาษา
พฤติกรรม
มิติที่ 2 วิธีคิด
การรู้จักและความเข้าใจ
การจำชั่วขณะ
การจำถาวร
การคิดอเนกนัย
การคิดเอกนัย
การประเมิน
มิติที่ 3 ผลการคิด
หน่วย
กลุ่ม
ความสัมพันธ์
ระบบ
การแปลงรูป
การประยุกต์
ทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์
ปัญญาด้านภาษา
ปัญญาด้านตรรกะและคณิตศาสตร์
ปัญญาด้านมิติ
ปัญญาด้านร่างกายและความเคลื่อนไหว
ปัญญาด้านดนตรี
ปัญญาด้านมนุษย์สัมพันธ์
ปัญญาด้านตนหรือการเข้าใจตนเอง
ปัญญาด้านธรรมชาติวิทยา
ความฉลาดในการคิดใคร่ครวญ
3.2 องค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อเชาว์ปัญญา
พันธุกรรม
สิ่งแวดล้อม
3.3 การวัดเชาว์ปัญญา
ในปัจจุบันวัดตามคำนิยามของเชาว์ปัญญาที่เน้นเกี่ยวกับความสามารถทั่วไป และความสามารถเฉพาะ
3.4 ระดับเชาว์ปัญญา
140 ขึ้นไป อัจฉริยะ
120-139 ฉลาด
110-119 ค่อรข้างฉลาด
90-109 ปกติหรือปานกลาง
80-89 ต่ำกว่าปกติ
70-79 ปัญญาทึบ
ต่ำกว่า 70 ปัญญาอ่อน
3.5 ลักษณะแลการจัดการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนที่แตกต่างกันด้านเชาว์ปัญญา
ลักษณะของเด็กที่เด่นทางปัญญาหรือเด็กปัญญาเลิศ เป็นนักอ่าน เป็นผู้นำของเพื่อนร่วมวัย เป็นผู้มีวินัยในตนเอง มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นผู้ที่แก้ปัญหาได้ดี มีความรวดเร็ว ว่องไว
การสอนเด็กปัญญาเลิศ ใช้คำถามที่ต้องใช้ความคิดระดับสูง ฝึกการใช้เหตุผลให้มาก ส่งเสริมการค้นพบ จัดระยะเวลาในการเรียนรู้ให้เหมาะสม
ลักษณะของเด็กที่ด้อยทางปัญญาหรือเด็กเรียนช้า ไม่ค่อยมีสมาธิ อยู่ไม่นิ่ง พฤติกรรมไม่คงที่ มีความสนใจระยะสั้น
การสอนเด็กที่บกพร่องทางปัญญาหรือเด็กเรียนช้า ควรสอนนักเรียนเป็นรายบุคคล และต้องดำเนินการสอนเป็นขั้นๆ อย่างช้าๆ
การจำ
4.1 พฤติกรรมการจำ
การเรียนรู้ ผู้ที่สามารถจำได้มักเกิดการเรียนรู้ที่แท้จริง มีเหตุ มีผล มีหลักเกณฑ์
ความสามารถในการสะสม เป็นการรวบรวมประสบการณ์ต่างๆ ซึ่งเกิดจากการเรียนรู้ทั้งทางตรงและทางอ้อม
ความสามารถในการถ่ายถอดได้ การระลึกได้เอง การจำได้เมื่อได้สัมผัสอีกครั้ง
4.2 หลักและวิธีการในการจำที่ดี
การเรียนเกิน เป็นการทบทวนซ้ำแล้วซ้ำอีก
การทดสอบตนเอง เป็นการตรวจสอบขณะฝึกฝน
การจัดระเบียบ เป็นการจัดสาระข้อมูลอย่างมีระบบ
การสร้างรหัส เป็นการกำหนดสัญลักษณ์
การจัดบันทึก
ปัจจัยเกี่ยวกับลักษณะการจัดการเรียนรู้