Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
โรคต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia: BPH) - Coggle Diagram
โรคต่อมลูกหมากโต
(Benign Prostatic Hyperplasia: BPH)
ความหมาย/นิยามของโรค
BPH เป็นการขยายขนาดของต่อมลูกหมาก (prostate grand) ที่ไม่ได้เกิดจากมะเร็ง พบบ่อยในผู้ชายที่มีอายุมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อการไหลของปัสสาวะทำให้เกิดอาการ เช่น ปัสสาวะติดขัด ปัสสาวะไม่สุด ซึ่งอาจนำไปสู่โรคติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ โรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ หรือโรคไต
การตรวจพิเศษ
การทดสอบการกลั้นและการปล่อยปัสสาวะ
cystoscopy เพื่อดูภายในกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะ
ultrasound เพื่อประเมินต่อมลูกหมากและทางเดินปัสสาวะ
การตรวจร่างกาย
จะพบ lower urinary tract smptoms ได้แก่ ปัสสาวะบ่อย (urgency, frequency) ปัสสาวะกลางคืน (nocturia) ปัสสาวะไหลช้า (weak stream) และปัสสาวะไม่สุด (incomplete bladder emptying) อาการเหล่านี้เกิดจากทั้งกลไกการอุดกั้นเชิงกล (static component) และกลไกการหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบ (dynamic component)
การตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก (digital rectal exam; DRE) เพื่อดูขนาดและลักษณะ
Lab
การตรวจเลือดเพื่อดูระดับ PSA (prostate-specific antigen)
พยาธิสรีรวิทยา
กลไกการอักเสบ การอักเสบเรื้อรังในต่อมลูกหมากจะเพิ่มความรุนแรงของ BPH โดยไซโตไคน์ที่กระตุ้นการอักเสบ เช่น interleukin-6 (IL-6) และ tumor necrosis factor-alpha
(TNF-α) จะกระตุ้นการเพิ่มจำนวนเซลล์และการเกิดพังผืด
บทบาทของ growth factors 1) fibroblast growth factors (FGFs) จะเพิ่มจำนวนเซลล์สโตรมาและการสร้างหลอดเลือดใหม่ ซึ่งส่งเสริมการเจริญเติบโตของโครงสร้างต่อมลูกหมาก และ 2) insulin-like growth factor-1 (IGF-1) ช่วยให้เซลล์เติบโและอยู่รอด เพิ่มขนาดต่อมลูกหมาก
การเพิ่มจำนวนเซลล์ในเยื่อบุ (epithelial cells) และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (stromal cells) โดยเฉพาะใน transition zone ของต่อมลูกหมาก ทำให้เกิดปมเนื้อ (nodules) ไปกดเบียดท่อปัสสาวะและทำให้เกิดอาการปัสสาวะผิดปกติ
อายุและพันธุกรรม 1) ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อ BPH เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน ความสามารถในการซ่อมแซมเซลล์ และ oxidative stress และ 2) พันธุกรรมจะส่งผลต่อตัวรับแอนโดรเจนและปัจจัยการเจริญเติบโต
ปัจจัยทางฮอร์โมน 1) DHT(Dihydrotestosterone) จะกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ต่อมลูกหมาก โดยเปลี่ยนจากเทสโทสเตอโรนผ่านเอนไซม์ 5-alpha-reductase และ 2) ฮอร์โมนเอสโตรเจน: เมื่ออายุมากขึ้นระดับของเอสโตรเจนที่สัมพันธ์กับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนจะเพิ่มขึ้น จะทำให้เนื้อเยื่อต่อมลูกหมากไวต่อ DHT มากขึ้น โดยการเพิ่มจำนวนตัวรับแอนโดรเจน
การอุดกั้นทางเดินปัสสาวะส่วนล่างจากต่อมลูกหมากที่โตขึ้นกดเบียดท่อปัสสาวะ ทำให้ bladder เพิ่มแรงดันเกิดการปรับตัว เช่น กล้ามเนื้อหนาตัว
ประวัติ/ปัจจัยเสี่ยง
การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน testosterone มีผลต่อการพัฒนาของ BPH
ประวัติมีคนในครอบครัวเป็นโรคนี้จะมีความเสี่ยงสูงขึ้น
โรคประจำตัว: เช่น DM, โรคหัวใจ, โรคอ้วน
อายุเกิน 50 ปี