Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาล ตา หู คอ จมูก - Coggle Diagram
การพยาบาล ตา หู คอ จมูก
คอ
tonsillitis
สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยง
สาเหตุ
ได้รับเชื้อแบคทีเรียโดยตรง ได้แก่ Streptococcus,Staphylococcus, Pneumococcus
ปัจจัยเสี่ยง
การอักเสบของ palatine tonsil จะเกิดขึ้นในเด็ก > ผู้ใหญ่ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ร่างกายอ่อนแอ มีการอักเสบทางเดินหายใจส่วนบน
อาการ/อาการแสดง
ตรวจร่างกาย
Acute
ทอนซิลโต บวม แดง ต่อมน้ำเหลืองที่คอใต้มุมคางโต/กดเจ็บ
Chronic
ทอนซิลโต คอแดงไม่มาก มีอาการโรคร่วม(น้ำมูกเขียวเสมหะลงคอ ฟันผุ เหงือกเป็นหนอง)
ซักประวัติ
มีไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ เจ็บคอเวลากลางคืน มีอาการปวดร้าวไปกกหู ต่อมน้ำเหลืองคอโต กดเจ็บ มีน้ำลายมาก เจ็บคอบ่อยเป็นๆ หายๆ เบื่ออาหาร และมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากทางเดินหายใจส่วนบนอุดกั้น
การพยาบาล
Medical treatment
Antibiotic
ยารักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ vitamin
Surgical treatment
tonsillectomy (เป็น ๆ หาย ๆ 3 ครั้ง/ปี) *ข้อบ่งชี้ ต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรัง, ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น
พยาธิ
Tonsil >ได้รับเชื้อ B-streptococcus,staphylococcus, Preumococcus,เชื้อจากURI >ทำให้ tonsil บวมแดง มีหนอง > tonsilitis > มีอาการปวดร้าวไปหู
ภาวะแทรกซ้อน
ภาวะหนองรอบต่อมทอนซิล (Peritonsilar abscess) เป็นการสะสมของหนองในเนื้อเยื่อรอบต่อมทอนซิล
การแพร่กระจายของการติดเชื้อ การติดเชื้ออาจลุกลามไปยังส่วนอื่น ๆ ของลำคอ เช่น คอหอยส่วนลึก เซลลูไลติส
ปัญหาระบบทางเดินหายใจ ทางเดินหายใจอุดกั้น (Airway obstruction)
ไข้รูมาติก (Rheumatic fever)เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus pyogenes ที่ไม่ได้รับการรักษา มีผลต่อหัวใจ ข้อต่อ ระบบประสาท และผิวหนัง
Obstructive sleep apnea
การรักษา
การรักษาโดยการผ่าตัดทางเดินหายใจ
การรักษาในกลุ่มโรคจำเพาะ
การรักษาโดยไม่ผ่าตัด
การรักษาอื่นๆ
การรักษาด้วยทันตอุปกรณ์
รักษาด้วยเครื่องอัดอากาศแรงดันบวก
อาการและอาการแสดง
นอนหลับไม่ราบรื่น อ่อนล้า ไม่สดชื่น รู้สึกว่านอนไม่เต็มอิ่ม หายใจขัดหรือหายใจไม่สะดวกขณะนอนหลับ มีอาการสะดุ้งผวาหรือหายใจแรงเหมือนขาดอากาศหลังจากหยุดหายใจ
ภาวะแทรกซ้อน
อ่อนเพลียในช่วงกลางวัน
ความดันสูง
อาการหัวใจวาย
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ภาวะหัวจล้มเหลว
ในผู้ป่วยเบาหวาน มีแนวโ้มดื้ออินซูลินมากขึ้น
ปัจจัยเสี่ยง
มาตราการง่วงนอน Epworth ที่สูงขึ้น (ESS)
ดัชนีออกซิเจนในเลือดต่ำ (ODI)
โรคพิษสุราเรื้อรัง
ออกซิเจนในเลือดต่ำในเวลากลางคืน (NOD)
ดัชนีมวลกาย ≥ 25 กก./ตร.ม
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับรุนแรง (AHI ≥ 30)
อายุ > 35 ปี
พยาธิสภาพ
เกิดจากการยุบตัวและตีบแคบของทางเดินหายใจส่วนต้นนั้นมีสาเหตุเกิดจากความไม่สมดุลกันระหว่างโครงสร้างของกระดูกใบหน้ากับปริมาณเนื้อเยื่ออ่อน (craniofacial disharmony) และ ปัจจัยด้านโครงสร้างของกระดูกที่ไม่สมดุลกัน เช่น ผู้ที่มีโครงสร้างกระดูกเล็ก และโครงสร้างใบหน้าผิดรูป เช่น กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม หรือเอ็พเพิร์ทซินโดรม สำหรับปัจจัยด้านปริมาณเนื้อเยื่ออ่อนมาก (large soff tissue)เช่น ภาวะน้ำหนักตัวมากเกินและโรคอ้วน (overweightand obesity) โรคอะโครเมกาลีและภาวะคั่งน้ำ ในผู้ป่วยหัวใจวาย หรือผู้ป่วยโรคไตวายระยะสุดท้าย เหตุการณ์เหล่านี้จะกระตุ้นนิวเคลียร์แฟคเตอร์เคปป้าบี (NK-KB) ให้มีการหลั่งสารก่อการอักเสบ (pro-infammatory cytokine) สารเหล่านี้มีผลต่อกระบวนการแข็งตัวของเลือดและการทำงานของผนังหลอดเลือดมีผลทำให้เกิดความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โรคหลอดเลือดสมองลง และอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้
CA nasopharynx
พยาธิสภาพ
มะเร็งโพรงหลังจมูก หรือ Nasopharyngeal carcinoma คือผนังโพรงหลังจมูกเกิดการเจริญเติบโต แบ่งตัวอย่างรวดเร็ว ผิดปกติ โดยที่ร่างกายแบ่งตัวของเซลล์เหล่านี้ได้ เรียกเซลล์เหล่านีว่า ’เซลล์มะเร็ง‘ เมื่อเซลล์มะเร็งเจริญทำให้โพรงหลังจมูกเกิดเป็นก้อนเนื้อและแผลมะเร็ง
สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยง
-ไม่เเน่ชัด
-ติดเชื้อ epstein-barrvirus (EBV)
-รับประทานอาหารที่มีสารไนโตรซามีนซึ่งอยู่ในอาหารพวกหมักดอง เช่น ไส้กรอก แหนม
อาการ/อาการแสดง
-อาการทางจมูก ได้แก่ คัดจมูก เลือดกำเดาไหล
-อาการทางหู ได้แก่ เสียงอื้อในหู น้ำในหูไหลออก
-ก้อนที่คอ ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต
-อาการทางประสาท ได้แก่ ปวดหัว ปวดไมเกรน
-อาการอื่นๆ น้ำหนักลด ไข้ต่ำสำลักน้ำขึ้นจมูก
การรักษา
เคมีบำบัด
เคมีบำบัดนำ (Induction/Neoadjuvant chemotherapy)
ให้ก่อนรังสีรักษา
เพื่อลดขนาดของมะเร็ง (tumor volume reduction) ในระยะ T4 หรือ N3 และกำจัดมะเร็งกระจายไปอวัยวะห่างไกลที่มีขนาดเล็ก
เคมีบำบัดพร้อมกับรังสีรักษา (Concurrent/Concomitant
chemoradiotherapy)
ให้พร้อมกับรังสีรักษาเพื่อเพิ่มการตอบสนองต่อรังสีรักษา
เคมีบำบัดตาม (Adjuvant chemotherapy)
ให้หลังรังสีรักษาเพื่อลดโอกาส
กลับคืนของมะเร็งและการกระจายไปอวัยวะห่างไกล
การผ่าตัด
Endoscopic Surgery
เหมาะสำหรับมะเร็งขนาดเล็กหรืออยู่ในตำแหน่งที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย
Open Surgery
ใช้ในกรณีที่มะเร็งมีขนาดใหญ่ หรือลุกลามไปยังโครงสร้างอื่น เช่น เบ้าตา หรือฐานกะโหลก
Maxillectom
ใช้ในกรณีที่มะเร็งลุกลามไปยังกระดูกหรือเนื้อเยื่อรอบๆ โพรงจมูก
Neck Dissection
ในกรณีที่มะเร็งแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ
CA larrynx
อาการแสดง
เจ็บคอเรื้อรัง เสียงแหบ กลืนอาหารลำบาก มีก้อนที่ข้างคอ มีก้อนเนื้อในช่องปาก เลือดกำเดาออกบ่อยๆ
การตรวจพิเศษ
การฉายภาพรังสี เพื่อดูตำแหน่งและขนาดของมะเร็ง ดูการทำลายของอวัยวะใกล้เคียงหรือไม่ ดูมีการแพร่กระจายไปยังปอดรีไม่
ภาวะแทรกซ้อน
แทรกซ้อนจากการฉายรังสี
ผลข้างเคียง: เจ็บคอ, กลีนลำบาก, เสียงแหบ, น้ำหนักลด, คอแห้ง, ผิวหนังบริเวณคอเปลี่ยนสี, หายใจลำบาก, ต่อมไทรอยต์ถูกทำลาย, พังผืดสายเสียง
แทรกซ้อนจากยาเคมีบำบัด
ผลข้างเคียง: เม็ดเลือดขาวต่ำ, เสี่ยงติดเชื้อ, เกล็ดเลือดต่ำ, ผมร่วง, อ่อนเพลีย, คลื่นไส้, ท้องเสีย, แผลในปาก
ยาเคมีบำบัดร่วมการฉายรังสีช่วยลดขนาดก้อนมะเร็งและควบคุมการแพร่กระจายได้ตึกว่าการรักษาแบบเดี่ยว
แทรกซ้อนจากการผ่าตัด
หากผ่าตัดกล่องเสียงออกทั้งหมด ผู้ป่วยจะพูดไม่ได้และต้องเจาะคอถาวร แต่ในบางกรณีอาจผ่าตัดบางส่วนเพื่อรักษาการพูดได้
ผลข้างเคียง: กลืนลำบาก, อาหารสำลัก, เลือดออก, รูเจาะคอตีบ, รู้รั่วทางเดินอาหาร
การรักษา
การรักษาโดยใช้ยา
การรักษาด้วยยามุ่งเป้า (Targeted Therapy)
ใช้ยาที่มุ่งเป้าไปยังโปรตีนหรือกลไกเฉพาะของเซลล์มะเร็งเช่น Cetuximab ซึ่งยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
• ใช้ในกรณีที่ไม่สามารถรักษาด้วยเคมีบำบัดได้
ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy)
ใช้ยาที่กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ทำลายเซลล์มะเร็ง เช่น
Pembrolizumab
• เหมาะสำหรับมะเร็งที่ลุกลามมากและไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่น
เคมีบำบัด (Chemotherapy)
ใช้ยาเพื่อยับยั้งหรือทำลายเซลล์มะเร็ง เช่น Cisplatin, 5-Fluorouracil
โดยใช้ร่วมกับการฉายรังสีในกรณีมะเร็งระยะลุกลาม หรือเพื่อควบคุมการ
แพร่กระจาย
การผ่าตัด
การผ่าตัดกล่องเสียงทั้งหมด (Total Laryngectomy)ใช้ในกรณีที่มะเร็งแพร่กระจายไปมากและไม่สามารถเก็บกล่องเสียงได้ โดยผู้ป่วยต้องใช้ท่อช่วยหายใจถาวรและอาจต้องฝึกการพูดใหม่
การผ่าตัดกล่องเสียงบางส่วน (Partial Laryngectomy)
ใช้ในกรณีที่มะเร็งจำกัดอยู่ในบริเวณเล็ก ๆ ของกล่องเสียง
• สามารถเก็บเสียงและการพูดได้
การผ่าตัดต่อมน้ำเหลือง (Neck Dissection)
ใช้ในกรณีที่มะเร็งแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ
การรักษาโดยไม่ใช้ยา
การฉายรังสี (Radiotherapy)
เป็นการฉายรังสีพลังงานสูงเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง
•ใช้ในกรณีที่มะเร็งอยู่ในระยะเริ่มต้น (Stage HIl)
หรือใช้ร่วมกับการผ่าตัดในกรณีที่มีการแพร่กระจาย
สาเหตุ
การฉายรังสี
การติดเชื้อไวรัส ex.HPV
มลพิษทางอากาศ
การอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุกล่องเสียง
ฮอร์โมนเพศ
แอลกอฮอล์
พันธุกรรม
บุหรี่
ปัจจัยเสี่ยง
ภาวะกรดไหลย้อน
การสัมผัสสารก่อมะเร็ง
Oral cancer
ปัจจัยเสี่ยง
แอลกอฮอล์ Alcohol จะถูกเปลี่ยน (metabolize) เป็น acetaldehyde ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง
ยาสูบ บุหรี่ (Tobacco, Cigarette) เป็นสาเหตุสำคัญที่สุดของการเกิดมะเร็ง โดยมีสารก่อมะเร็ง (carcinogen)
หมาก (Betel quid) ประกอบด้วยใบพลู ลูกหมาก ปูนแดง และใบยาสูบซึ่งมีสารประกอบที่เป็นสารก่อมะเร็งมากมาย
พยาธิสภาพ
พยาธิสภาพที่พบบ่อยที่สุดคือ squamous cell carcinomas (SCC)มะเร็งชนิดนี้เกิดจากเยื่อบุผิว และอาจมีลักษณะณะที่เห็นด้วยตาเปล่าเป็น infiltrative ulcerative exophytic หรือ verrucous ลักษณะทางพยาธิของ SCC มีได้ตั้งแต่ well-
differentiated จนถึง poorly-differentiated พยาธิสภาพชนิด well / moderately well-differentiated มักพบกับมะเร็งของริมฝีปาก จมูก ช่องปาก และกล่องเสียง ส่วนมะเร็งชนิด poorly-differentiated มักพบที่มะเร็ง
ของoropharynx, nasopharynx, hypopharynx และ supraglottisymphoepithelioma มีลักษณะเป็น
undifferentiated carcinoma และมี lymphocyte infitration และพบได้จากมะเร็งของ nasopharynx, base of the tongue, tonsil และ hypopharynx และตอบสนองต่อรังสีดีมาก
ภาวะแทรกซ้อน
ปัญหาการกลื่นและการพูด: เกิดจากการผ่าตัดหรือการรักษาอื่น ๆ
ภาวะทุพโภชนาการ: ผลจากความเจ็บปวดและการรับประทานอาหารลำบาก
การติดเชื้อในช่องปาก: เพิ่มความเสี่ยงจากแผลและการอักเสบ
การแพร่กระจายของมะเร็ง: ไปยังต่อมน้ำเหลืองหรือตำแหน่งอื่น
ยื่อบุช่องปากอักเสบ (oral Mucositis) พบมากในผู้ป่วยที่รับการฉายรังสีหรือเคมีบำบัด
การกลับเป็นซ้ำของโรค: มีผลต่อการพยากรณ์โรคและคุณภาพชีวิต
อาการแสดง
อาการเยื่อบุช่องปากอักเสบ เป็นการอักเสบของเยื่อบุช่องปากเมื่อได้รับการฉายรังสีบริเวณช่องปาก อาการที่พบ ได้แก่ เยื่อบุช่องปากมีสีแดง มีอาการบวม มีแผล มีอาการเจ็บใน ช่องปาก
การรักษา
การรักษาแบบมุ่งเป้า
ใช้ยาเฉพาะที่ออกฤทธิ์ต่อโปรตีนหรือโมเลกุลที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง เช่น Cetuximab ซึ่งเป็นยาต้าน EGFR (Epidermal Growth Factor Receptor) เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีลักษณะทางพันธุกรรมเฉพาะ
ภูมิคุ้มกันบำบัด
กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง
ยาที่ใช้ เช่น Pembrolizumab, Nivolumab
ซึ่งเป็นยากลุ่ม Immune Checkpoint Inhibitors
มักใช้ในกรณีที่มะเร็งมีการลุกลามหรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่น
เคมีบำบัด
ใช้ยาที่มีฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็งทั่วร่างกาย
เช่น Cisplatin, Carboplatin, 5-Fluorouracil (5-FU)
มักใช้ร่วมกับการฉายรังสี หรือในกรณีมะเร็งแพร่กระจาย
จมูก
sinusitis
อาการ
มีน้ำมูกข้นในจมูก หรือมีน้ำมูก/สารคัดหลั่งไหลลงคอ
น้ำมูกมีสีเหลือง เขียวหรือสีน้ำตาล
น้ำมูกมีกลิ่นเหม็นหรือกลิ่นคาว
คันจมูก
จมูกไม่ได้กลิ่น
อาจหูอื้อ ปวดหู
สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยง
การติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจตอนบน ระยะแรกเกิดจากเชื้อไวรัสโรคหวัด ซึ่งจะไปทำให้เยื่อบุจมูกอักเสบ
การติดเชื้อของฟัน โดยเฉพาะฟันกรามน้อยและฟันกรามแถวบน
โรคติดเชื้ออื่นๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่ โรคหัด โรคไอกรน
การว่ายน้ำ ดำน้ำ ซึ่งอาจเกิดการสำลักน้ำเข้าไปในจมูกและในไซนัสได้ ซึ่งอาจมีเชื้อโรคเข้าไป
มีสิ่งแปลกปลอมในจมูก เช่น เมล็ดผลไม้ จึงก่อการอุดตันโพรงจมูก
พยาธิสภาพ
ติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณโพรงจมูก
อักเสบ บวม
Sinusตีบ ตัน
Oxygen ต่ำ
Bacteria เจริญเติบโตเพิ่มขึ้น
WBC ลดลง
เซลล์ขนถูกทำลาย
1 more item...
การรักษา
แบบใช้ยา
ยาต้านจุลชีพ/ยาปฏิชีวนะ
ยากลุ่มTetracycline
ยากลุ่มSulfonamide
ยากลุ่มPenicillin
ยากลุ่ม Quinolone
แบบไม่ใช้ยา
ล้างจมูก
ประคบร้อน
สูดน้ำมันหอมระเหย
ดื่มน้ำมากๆ
อยู่ในอากาศแห้ง
การผ่าตัด
ผ่าตัดเล็ก
ช่วยแก้ไขการอุดตัน
แก้ไขแหล่งติดเชื้อเช่นถอนฟันผุ
ผ่าตัดใหญ่ Mucocele
ผ่าตัดโดยไม่ใช้กล้อง
ผ่าตัดผ่านกล้อง
Nasal polyps
พยาธิสภาพ
พยาธิสภาพของริดสีดวงจมูก เป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายในโพรงจมูกที่พบได้บ่อย ลักษณะจะเป็นติ่งเนื้อกึ่งใสสีคล้ายผลองุ่นปอก เปลือก มักจะพบหลาย ๆ ก้อน ลักษณะเป็นก้อนสีขาว เทา หรือเหลืองผิวเรียบเป็นมันและมักพบข้างเดียวหรือทั้งสองข้างของโพรง จมูก ในรายที่ริดสีดวงจมูกโตมากอาจห้อยลงมาทางด้านหน้าของโพรงจมูกเห็นเป็นก้อนจุกที่อยู่ที่รูจมูกได้ หรือบางรายริดสีดวง อาจยื่นมาทางด้านหลังของโพรงจมูกเห็นเป็นก้อนย้อยลงไปคอได้ เมื่อริดสีดวงจมูกมีขนาดโตขึ้นจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการคัดแน่น จมูก ซึ่งจะเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ มีน้ำมูกและการได้กลิ่นลดลง หรือไม่ได้กลิ่น มีกลิ่นเหม็นในจมูก หูอื้อ เป็นต้น ในบางรายทำให้เกิด โรคแทรกซ้อน เช่น ไซนัสอักเสบภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ เป็นต้นน
text
อาการ
มีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล
หายใจไม่สะดวก
พูดเสียงขึ้นจมูก
รับกลิ่นน้อยลง
สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยง
โรคหืดและโรคภูมิแพ้ในจมูก
พันธุกรรม
สิ่งแวดล้อมและอาชีพ
แอลกอฮอล์
ภาวะแทรกซ้อน
การติดเชื้อไซนัสเรื้อรัง
การสูญเสียการรับรู้กลิ่นและรส
ปัญหาการนอนหลับ: อาการคัดจมูกและหายใจลำบาก
การติดเชื้อที่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ
การรักษา
การรักษาแบบใช้ยา
ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก ตัวอย่างยา Fluticasone, Budesonide, Mometasone
ยาสเตียรอยด์ชนิดรับประทานหรือฉีด ตัวอย่างยา Prednisolone
การรักษาแบบไม่ใช้ยา
การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ (Saline Nasal Irrigation)
การผ่าตัด
การผ่าตัดเอาริดสีดวงจมูกออกแบบธรรมดา (Simple polypectomy) การใช้ลวดคล้องและ ดึงออกมา
การผ่าตัดริดสีดวงจมูกและไซนัสด้วยวิธีส่องกล้องเข้าไปในโพรงไซนัส หรือ การผ่าตัด ผ่านทางจมูกโดยใช้กล้องเทโล สโคป (Endoscopic sinus surgery - ESS)
หู
หูชั้นนอก
สิ่งแปลกปลอมในหูชั้นนอก
อาการและอาการแสดง
• ถ้าเป็นแมลงเข้าหู อาจมีความรู้สึกว่ามีแมลงดิ้นไปมา หรือมีเสียงดังหึ่ง ๆ อยู่ในหู หรือมีอาการปวดเจ็บ หู เลือดออก เวียนศรีษะ
• ถ้าเป็นวัตถุแปลกปลอมเข้าหู อาจรู้สึกมีอะไรกลิ้งไปมาในรูหู หรือมีเสียงดังขลกขลักเวลาเคี้ยวอาหาร
หรือเวลาอ้ำปาก-หุบปาก
• ถ้าเป็นวัตถุชิ้นโตที่อุดแน่นรูหู ทำให้มีอาการปวดหู หูอื้อ หูดึง การได้ยินลดลง
การรักษา
หากสิ่งมีชีวิตเข้าหูใช้alcohol 70% / mineral oil หยอดลงไป แล้วใช้เครื่องมือคีบออกมา
หากสิ่งไม่มีชีวิต ใช้นํ้าเกลือ/นํ้าสะอาด หยอดจนเต็มรูหู แล้ววตะแคงหู เทนํ้าออกหรือใช้ที่ล้างหู
หากของแข็ง ควรไปพบให้แพทย์ใช้เครื่องมือคีบออกเพื่อความปลอดภัย
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
เกิดจากมีสิ่งแปลกลอม Foriegn body เข้าไปในหู
ปัจจัยเสี่ยงอาจเกิดจากการนอนบนพื้น หรือนอนอยู่บริเวณนอกบ้านหรือกลางป่า หรือการอุ้มสัตว์เลี้ยงพาดบ่า
มีความเสี่ยงต่อการมีแมลงไต่เข้าหู เกิดจากการชอบแคะหูหรือปั่นหู แล้วมีเศษสําลีหรือกระดาษทิชชูติดอยู่ในรูหู
ภาวะแทรกซ้อน
ปล่อยให้สิ่งแปลกปลอมติดอยู่ในรูหูเป็นเวลานาน (โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเศษพืช หรือเศษอาหาร)
อาจเกิดการติดเชื้อ ทําให้หูชั้นนอกอักเสบ มีอาการไข้ ปวดหู หูอื้อการได้ยินลดลง มีนํ้าหนองไหล
เยื่อแก้วหูทะลุ
อาการและอาการแสดง
ปวดหู มีของเหลวออกจากหู (น้ำ ,หนอง) มีเสียงในหู บ้านหมุน คลื่นไส้ อาเจียน สูญเสียการได้ยิน
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
ของมีคมเเคะหู(สําลีปั่นหู)
จากเเรงอัดดันถูกกระทบกระเเทกจากบริเวขมับเเรงๆ(ชกมวย)
ว่ายนํ้า(จากความดันอากาศที่เปลี่ยนเเปลงรวดเร็ว,นํ้ากระเเทกเข้าหูอย่างรุนเเรง
ติดเชื้อหูชั้นกลาง/กระดูกมาสตอยด์(เกิดหนองเเละความดันสูง)
อุบัติเหตุ(การเเตกของกระดูกขมับ)
การรักษา
เยื่อแก้วหูทะลุ โดยไม่มีสิ่งสกปรก หรือไม่มีการติดเชื้อในหูชั้นนอก/หูชั้นกลาง ไม่ต้องให้ยาอะไร แม้แต่ยาหยอดหูเพียงแต่แนะนําไม่ให้นํ้าเข้าหู โดยใช้สําลีชุบวาสลีน
ถ้าเยื่อแก้วทะลุ โดยมีสิ่งสกปรกหรือมีการติดเชื้อในหูชั้นนอก/หูชั้นกลาง เช่น ใช้เครื่องมือที่ไม่สะอาดแคะหู หรือเยื่อแก้วหูทะลุ แล้วมีนํ้าสกปรกเข้าหู กรณีนี้แพทย์ต้องพยายามนําสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่ในช่องหูชั้นนอก และหูชั้นกลางออกให้มากที่สุด แล้ววให้ยาต้านจุลชีพชนิดรับประทานและชนิดหยอด
ภาวะแทรกซ้อน
การสูญเสียการได้ ยินอาจเกิดขึ้นได้ชั่วคราวจนกว่าการฉีกขาดของเยื่อแก้วหูจะหายเป็นปกติ ระดับความรุนแรงของการสูญเสียการได้ยินนั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดและตําแหน่งเยื่อแก้วหูที่ขหูชั้นกลางอักเสบหรือการติดเชื้อแบคทีเรียในหูชั้นกลาง บางรายอาจมีติดเชื้อในหูชั้นกลางซํ้า ๆ หรือเรื้อรัง นําไปสู่การสูญเสียการได้ยิน Cholesteatoma คือ ก้อนในหูชั้นกลาง เกิดจากการที่มีเซลล์ผิวหนังตกค้างสะสมภายใน แต่พบได้น้อยและติดเชื้อซํ้า
หูชั้นใน
อาการและอาการแสดง
การตรวจสมรรถภาพการได้ยิน (Audiometry) แพทย์จะทำการประเมินความสามารถในการได้ยินช่วงความถี่เสี่ยงและความดังในระดับแตกต่างกันไป รวมถึงความสามารถในการแยกแยะคำที่ออกเสียงคล้ายคลึงกัน
• การทดสอบสมรรถภาพการทรงตัว ส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยจะสามารถกลับมาเดินทรงตัวได้หลังมีอาการบ้านหมุน แต่บางรายอาจมีปัญหา เรื่องการทรงตัวอย่างต่อเนื่อง
• การตรวจวินิจฉัยด้วยภาพทางการแพทย์และการตรวจด้วยวิธีอื่นๆ เพราะอาการของโรคน้ำในหูชั้นในผิดปกติหรือน้ำในหูไม่เท่ากันนั้นมี ความคล้ายคลึงกับอาการของโรคอื่น ๆ
การตรวจการกระตุกหรือการเคลื่อนไหวของลูกตา (Electronystagmogram หรือ Videonystagmography) เป็นการตรวจประเมิน การทรงตัวโดยวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของลูกตาผ่านการมอง ตามวัตถุและการขยับศีรษะ นอกจากนี้แพทย์อาจทําการตรวจ Caloric Test ซึ่งเป็นการหยอดน้ำ/สมที่มีอุณหภูมิต่างจากร่างกายเข้าไปในหูเพื่อดูการตอบสนองของหูชั้นใน
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
ไม่ทราบสาเหตุ
เชื่อว่าเกิดจากการคั่งของน้ำในหูชั้นใน
ความดันในหูชั้นในเพิ่มขึ้น
การมีน้ำในส่วน laryrinth ของหูชั้นใน
(endolymph) มากเกินไป
-ปัจจัยเสี่ยงคือ จะเป็นมากในหมู่วัยกลางคน 40-60ปีขึ้นไป พบในเพศหญิงมากกว่าชายเล็กน้อย มีความเสี่ยงมากขึ้นหากมีประวัติคนในครอบครัวเคยเป็น การรับ
ประทานอาหารโซเดียมสูง คาเฟอีน และสารนิโคติน และการรับได้เสียงที่ดังต่อเนื่องเป็นเวลาต่อเนื่องนานๆ
ผลกระทบต่อแบบแผนสุขภาพของผู้ป่วยที่มีปัญหาการได้ยิน
การับรู้และการดูแลสุขภาพ
อาหารและการเผาผลาญ
กิจกรรมและการออกกำลังกาย
การพักผ่อนนอหลับ
สติปัญญาและการรับรู้
6.สติปัญญาและการรับรู้
บทบาทและสัมพันธภาพ
การปรับตัวและความทนทานต่อความเครียด
การรักษา
การรักษาหลักคือ รักษาอาการเวียนศีรษะ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงอาหารเค็ม, พักผ่อนให้เพียงพอ และรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ผู้ป่วยส่วน ใหญ่รับประทานยาแก้เวียนศีรษะได้ผลดี ทั้งนี้การใช้ยาธิชินกับอาการของผู้ป่วยแต่ละราย บางรายเพียงแต่รับประทานยาแก้อาการเวียนศีรษะเป็นครั้งคราว บางรายมีอาการเวียนศีรษะบ่อยจน รบกวนชีวิตประจำวันอาจจำเป็นต้องรับประทานยาต่อเนื่องเป็นเดือนหรือเป็นปี ผู้ป่วยส่วนน้อยที่มีอาการรุนแรงรับประทานยาแล้วได้ผลไม่เต็มที่ แพทย์อาจพิจารณาฉีดยาเข้าไปในหูชั้นกลาง เพื่อให้ ยาซึมผ่านเข้าไปในหูชั้นในหรือใช้วิธีการผ่าตัด แต่เนื่องจากโรคนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด จึงยังไม่มีวิธีป้องกันไม่ให้เกิดโรค และไม่ได้เป็นโรคที่ร้ายแรง ถ้าได้รับการรักษาอย่างถูกต้องต่อเนื่อง ก็ จะควบคุมอาการเวียนศีรษะได้และสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
หูชั้นกลาง
การรักษา
รับประทานยาต้านจุลชีพ (antibiotic) เพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุ ซึ่งควรรับประทานเป็น ระยะเวลาอย่างน้อย 10-14 วัน
รับประทานยาแก้แพ้ (antihistamine), ยาลดบวม, ยาหดหลอดเลือด (oral decongestant) และพ่น จมูกด้วยยาหดหลอดเลือด (topical decongestant) เพื่อท่าให้เยื่อบุบริเวณรูเปิดของท่อยูสเตเขียนยุบบวม ทำให้ ท่อยูสเตเชียนเปิดได้กว้างขึ้น ทำให้สารจากการอักเสบ หรือหนองที่อยู่ในหูชั้นกลาง สามารถระบายออกจากท่อยูส เดเขียนนี้ได้สะดวกขึ้น
รับประทานยาแก้ปวด หรือลดไข่เท่าที่จําเป็น
การรักษาโดยการผ่าตัด
การเจาะเยื่อแก้วหู (myringotomy) เพื่อระบายหนองในหูชั้นกลางออก จะช่วยลดอาการปวดหูลงได้ มาก มักท่าในรายที่ให้ยาเต็มที่แล้ว อาการผู้ป่วยไม่ดีขึ้น เช่น ยังคงปวดมาก มีไข้สูง หรือ ต้องการหนองไปย้อม เชื้อ หรือเพาะเชื้อเพื่อหาชนิดของเชื้อก่อโรค ในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือผู้ป่วยหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน ที่มีภาวะแทรกซ้อนเช่นโพรงกระดูกมาสดอยด์อักเสบเฉียบพลัน, ฝีหลังหู, เยื่อหุ้มสมองอักเสบ, ฝีในสมอง, อัมพาด ของกล้ามเนื้อใบหน้า เนื่องจากเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 มีการอักเสบ หลังผ่าตัด เยื่อแก้วหูจะปิดได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์
การผ่าตัดโพรงกระดูกมาสตอยด์ (mastoidectomy) มักท่าในกรณีที่มีการอักเสบของโพรงกระดูก มาสดอยด์ มีหนองขังอยู่ภายในโพรงกระดูกมาสดอยด์ และไม่มีทางออก โดยเป็นการผ่าตัดบริเวณหลังหูเข้าสู่ โพรงกระดูกมาสตอยด์ และน่าหนอง หรือการอักเสบที่อยู่ภายในออก
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
การติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส: แบคทีเรียที่พบบ่อย ได้แก่ Streptococcus pneumoniae, Haemophilus influenzae, และ Moraxella catarrhalisไวรัส เช่น ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza virus)
การอุดตันของท่อยูสเตเชียน (Eustachian tube dysfunction) ท่อยูสเตเขียนที่บวมอาจเกิดจากการคิด เชื้อในทางเดินหายใจส่วนบน
การสะสมของของเหลวในหูชั้นกลาง ทําให้เกิดการอักเสบและติดเชื่อ
อายุ:เด็กเล็ก (โดยเฉพาะอายุต่ากว่า 2 ปี) มีความเสี่ยงสูงเนื่องจากท่อยูสเตเขียนสั้นและแคบ
การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน เช่น ไข้หวัด ซึ่งสามารถแพร่กระจายไปยังหูชั้นกลาง
การสัมผัสกับควันบุหรี่ การสัมผัสควันบุหรี่เป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดการติดเชื้อ
อาการและอาการแสดง
ปวดหูข้างที่เป็น อาจรู้สึกแน่นๆภายในหู หรือมีเสียงดังในหู
ไข้สูง เด็กเล็กอาจร้องไม่หยุด โดยเฉพาะเวลากลางคืน และกระวนกระวาย อาจดึงใบหูขข้างที่ปวด และอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และชักได้
หูอื้อ ระดับการได้ยินลดลง โดยอาการดังกล่าวมักจะมีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบนนํามาก่อน
อาการปวดหู, ไข้และหูอื้อ จะลดลง หลังจากเยื่อแก้วหูทะลุ และมีหนองไหลออกมาแล้ว
ภาวะแทรกซ้อน
การติดเชื้อที่แพร่กระจายไปยังส่วนอื่น เช่น การอักเสบของกระดูกมาสดอยด์ (mastoiditis) หรือการสูญเสียการได้ยินถาวร