Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลหู ตา คอ จมูกหู, oral cancer - Coggle Diagram
การพยาบาลหู ตา คอ จมูกหู
จมูก
Sinusitis (ไซนัสอักเสบ)
-
3.การรักษา
รักษาโดยการให้ยา
1.ให้ยาต้านจุลชีพ/ยาปฏิชีวนะ เช่น Penicillin Tetracycline Sulfonamide Quinolone(ไม่ควรให้ในเด็กและสตรีให้นมบุตร)
-
รักษาด้วยการผ่าตัด
-
ผ่าตัดใหญ่
Mucocele ต้องผ่าตัดเอาออกทั้งหมด และขยายรูเปิดของไซนัสให้กว้างขึ้น ซึ่งการผ่าตัดมีหลายเทคนิค ทั้งการผ่าตัดโดยไม่ ใช้กล้อง และการผ่าตัดผ่านกล้อง
-
ภาวะแทรกซ้อน
เยื่อบุหูชั้นกลางอักเสบ, ริดสีดวงจมูก, ท่อยูสเตเซียน (ที่เชื่อมระหว่างหูชั้นกลางและโพรงหลังจมูก) ทำงานผิดปกติ, ภาวะแทรกช้อนทางตา หรือสมอง เช่นฝีในลูกตาหรือสมอง, เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
1.การประเมินสภาพ
1.อาการแสดงของไซนัสอักเสบ ได้แก่ มีน้ำมูกข้นสีเหลืองหรือเขียวในจมูก บางครั้งอาจไหลลงคอ คัดจมูก ปวดตำแหน่งของไซนัส เจ็บคอ
2.ซักประวัติ ได้แก่ ลักษณะอาการแสดง ระยะเวลา ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิด การบรรเทาอาการก่อนมาพบแพทย์
3.ตรวจร่างกาย ได้แก่ ตรวจภายในโพรงจมูก อาการกดเจ็บบริเวณตำแหน่งไซนัส ตรวจในช่องปาก อาจพบหนองไหลจากโพรงหลังจมูก
4.การตรวจพิเศษ ส่องกล้องโพรงจมูก การเจาะไซนัส ถ่ายภาพไซนัสด้วยเอกซเรย์ และอื่นๆ
-
-
หู
ชั้นกลาง
โรค Ortitis media :
-
-
การวินิจฉัย:
- เสี่ยงต่อการติดเชื้อ เนื่องจากมีการเปิดของแก้วหู อาจทําให้เชื้อโรคเข้าสู่หูชั้นกลาง
-
สาเหตุ
-การติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส: แบคทีเรียที่พบบ่อย ได้แก่ Streptococcus pneumoniae, Haemophilus
influenzae, และ Moraxella catarrhalisไวรัส เช่น ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza virus)
-
- การอุดตันของท่อยูสเตเชียน (Eustachian tube dysfunction)
-
-
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น การติดเชื้อที่แพร่กระจายไปยังส่วนอื่น เช่น การอักเสบของกระดูกมาสตอยด์
(mastoiditis) หรือการสูญเสียการได้ยินถาวร
ชั้นนอก
เยื่อแก้วหูทะลุ
อาการ
-
-
ปวดหู มีของเหลวออกจากหู(น้ำ,หนอง)มีเสียงในหู บ้านหมุน คลื่นไส้ อาเจียน สูญเสียการได้ยิน
การวินิจฉัย:
- เสี่ยงต่อการติดเชื้อ เนื่องจากมีการเปิดของแก้วหู อาจทําให้เชื้อโรคเข้าสู่หูชั้นกลาง
-
การรักษา
- ถ้าเยื่อแก้วหูทะลุ โดยไม่มีสิ่งสกปรก หรือไม่มีการติดเชื้อในหูชั้นนอก/หูชั้นกลาง
-
-
- ถ้าเยื่อแก้วหูทะลุ โดยมีสิ่งสกปรกหรือมีการติดเชื้อในหูชั้นนอก/หูชั้นกลาง เช่น
-
-
-
สิ่งแปลกปลอมเข้าหู
อาการ
-
-
- ถ้าเป็นแมลงเข้าหู อาจมีความรู้สึกว่ามีแมลงดิ้นไปมา หรือมีเสียงดังหึ่ง ๆ อยู่ในหู
-
-
-
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง: เกิดจากมีสิ่งแปลกลอม Foriegn body เข้าไปในหู
ปัจจัยเสี่ยงอาจเกิดจากการนอนบนพื้น หรือนอนอยู่บริเวณนอกบ้านหรือกลางป่า
-
-
ภาวะแทรกซ้อน : ปล่อยให้สิ่งแปลกปลอมติดอยู่ในรูหูเป็นเวลานาน
(โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเศษพืช หรือเศษอาหาร) อาจเกิดการติดเชื้อ ทําให้หูชั้นนอกอักเสบ
-
ตา
Cataract
สาเหตุ
อายุที่มากขึ้น คือสาเหตุหลีกซองโรคต่อกระจก การได้รับแสงอัลตราไวโอเลตจากแสงแดดจัดเข้าตาเป็นเวลานานๆ อุบัติเหตุที่ดวงตา ได้รับการจระทบกระเทือนอย่าง รุนแรง โดนของมีคม สารเคมี หรือสารรังสี โรคตา หรือ โรคทางร้างกายบางโรค เช่น การติดเชื่อ โรคเบาหวาน การรับประทานยาบางชนิด เช่น ยากลุ่มสเตียรอยด์เป็นเวลานาน กรรมพันธุ์ และความผิดปกติแต่กำเนิด การติดเชื้อและการอีกเสบตั้งแต่อยู่ในครรภ์ แต่ในหลายรายต่อกระจกอาจเกิดชิ้นได้โดยไม่มีสาเหตุที่แน่ซิด
-
-
พยาธิ
เอนตาขุ่นอางการเปลี่ยนปลงทางอายภาพหรือทางชีวะเครี โปรตีน เลนมัตเป็นเลน์ขุนไม ่อุ้น้องหุ้มี่เขียวไม่มีวิดเมตา (conutar Mbgy) ไว้ที
บริเวณ equator โดยรอบ 360 ลงศาเนื่องจาก 20nule มีแรงดิงเพิ่มขึ้น lens Fiber จะถูกสร้างที่บริเวณ equator และยิดแน่นเข้าส่วนกลางเป็นคล้ายวงปีของต้นไม้ ยิ่งอายุมากชิ้นเลน์ตาจะมีขนาดหนาชิ้
-
Corneal Ulcer
สาเหตุ
แผลกระจกตาติดเชื้อเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส หรืออะแคนทามีบา มักมีสาเหตุจากอุบัติเหตุ เช่น ใบไม้บาดตา การใช้เลนส์สัมผัสที่ไม่สะอาด หรือยาหยอดตาปนเปื้อน ปัจจัยเสี่ยงรวมถึงภูมิคุ้มกันต่ำ ตาแห้ง และผู้สูงอายุพยาธิสภาพเริ่มจากเยื่อบุผิวกระจกตาเสียหาย เชื้อโรคจึงเจริญลึกสู่กระจกตา ทำให้เกิดการอักเสบ หนองในช่องหน้า ม่านตา และอาจลุกลามจนกระจกตาทะลุ อาการที่พบคือ ตาแดง ปวดตา ตาแพ้แสง ตามัว และขี้ตา การรักษามุ่งกำจัดเชื้อ ป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น กระจกตาทะลุและการติดเชื้อรุนแรง ในลูกตา
การรักษา
รักษาด้วยการใช้ยา
-ใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาต้านไวรัสเป็นหลัก
-ส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบยาหยอดตา แต่บางรายอาจต้องใช้ยารับประทานหรือยาฉีด
การผ่าตัด
- ใช้ในกรณีที่อาการรุนแรงหรือมีแผลเป็นกระจกตา
- แพทย์จะปลูกถ่ายกระจกตาโดยนำเนื้อเชื่อเก่าออกและเปลี่ยนด้วยเนื้อเยื่อใหม่จากผู้บริจาค(pobpad,2565)
พยาธิ
แผลกระจกตา (Corneal Ulcer) เป็นภาวะที่เกิดขึ้นบนเซลล์เยื่อบุผิวของกระจกตา เกิดจากการถูกทำลายหรือเสื่อมสภาพของกระจกตา โดยเมื่อเกิดแผลที่เซลล์เยื่อบุผิวของกระจกตา เชื้อโรคจะสามารถเจริญเติบโตแทรกลึกเข้าไปถึงโครงชั้นกระจกตา จากนั้นจะเกิดปฏิกิริยาสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นนำไปสู่การเกิดหนองใน ช่องหน้าม่านตา (Hypopyon) เมื่อโรคลุกลามต่อไปทำให้ชั้นเยื่อเดสซีเมททะลุเกิดเป็นภาวะกระจกตาทะลุ (Perforated corneal ulcer) โดยความรุนแรงของโรคขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สาเหตุการเกิด อายุ สุขภาพตาของผู้ป่วย เป้าหมายสำคัญที่สุดในการดูแลผู้ป่วยแผลกระจกตา คือการพยายามทำให้แผลกระจกตานั้นปิดเร็วที่สุดโดยไม่มีการติดเชื้อแทรกซ้อน (ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2560)
-
ataract
สาเหตุ
การทำลายขั้วประสาทตา
ความดันในลูกตาสูง ซึ่งอาจเกิดจากความเสื่อมตามธรรมชาติ การอุดตันของท่อน้ำหล่อเลี้ยง ภายในลูกดาระบายไม่สมดุล จะทำให้ความดันเพิ่มขึ้นและทำละทำลายขั้วประสาท
ตาในที่สุด
-
-
-
พยาธิ
ลูกตาส่วนหน้าจะมีการสร้างน้ำหล่อเลี้ยงลูกตา (aqueus humor) โดย cilarybody ซึ่งเป็นอวัยวะกายในลูกตา น้ำหล่อเลี้ยงลูกตาจะมีการไหลเวียน ผ่านเข้าสู่ช่องหน้าม่านตา และระบายออกจากลูกตาทาง trabecula meshwork เพื่อรักษาระดับความดันลูกตาให้อยู่ในระดับปกติ ซึ่งในโรค ต้อหินจะมีความผิดปกติของการไหลเวียนน้ำหล่อเลี้ยงลูกตาทำให้ความดัน ลูกตาสูงขึ้น และเกิดการทำลายขั้วประสาทตาตาม
-
Retinol Detachment
พยาธิสภาพของโรค จอประสาทตาหลุดลอกมักเกิดจากมีรอยฉีกขาดของจอตาระหว่างชั้นของเซลล์รับภาพ (neurosensory retina) กับเนื้อเยื่อการรับรู้การมองเห็นชั้นนอกของลูกตา (retinal pigment epithelium, RPE) จะพบมีของเหลวที่อุดมไปด้วยโปรตีนขังอยู่ระหว่างชั้น เรียกว่า subretinal fluid หากจอประสาทตาหลุดลอกเป็นระยะเวลานานอาจเห็นเป็นช่องว่างรูปร่างเหมือนเข็มที่เกิดจากผลึกของคลอเรสเตอรอล (cholesterol clefts) ส่วนจอประสาทตาที่ลอกจนหมดอาจย่นยู่เข้าหากันจนมาชิดติดกัน ซึ่งจอประสาทตาเป็นส่วนสำคัญของตา ทำหน้าที่รับภาพและส่งสัญญาณการมองเห็นไปยังเส้นประสาท (optic nerve) และสมองส่วนเปลือกท้ายทอย (occipital cortex) เพื่อให้มองเห็นภาพจอประสาทตาจะมีการรับภาพกลับกันบน ล่างซ้ายขวา เมื่อจอประสาทตามีการหลุดลอกจะทำให้การมองเห็นภาพลดลง เช่น จอประสาทตาด้านบนหลุดลอกจะเห็นภาพด้านล่างลดลง และเมื่อจอประสาทตาส่วนขมับของจอประสาทตา (macula) หลุดลอกจะทำให้เห็นภาพด้านล่างลดลง จนเกิดรอยฉีกขาดของจอประสาทตา (retina break) ซึ่งเกิดจากจอประสาทตาบางลงกลายเป็นรู (atrophic retinal hole) หรือเกิดการดึงรั้งของน้ำวุ้นตา (vitreous traction) เกิดเป็นรอยฉีกขาดรูปเกือกม้า (horse tear) (Leksakul, 2018)
-
สาเหตุ วุ้นตาเสื่อมจากอายุ (มักพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี) การบาดเจ็บที่ตา, สายตาสั้นมาก, โรคเบาหวาน
การรักษา แบบใช้ยา การใช้ยาหยอดตาเพื่อลดอาการอักเสบและผ้องกันการติดเชื้อ แบบไม่ใช้ยา การยิงเลเซอร์ (Photocoagulation) การจี้เย็น (cryopexy) การผ่าตัด
ปัญหาและผลกระทบต่อแบบแผนสุขภาพ 1. การรับรู้และการดูแลสุขภาพ ปัญหา : ขาดความรู้เรื่องโรคและการปฏิบัติตัว ผลกระทบ : การรักษาล้มเหลว, เกิดภาวะแทรกซ้อน 4. กิจวัตรประวันและการออกกำลังกาย ปัญหา: เคลื่อนไหวจำกัด, ทำกิจวัตรประจำวันไม่ได้ ผลกระทบ: เกิดอาการปวดเมื่อย, คุณภาพชีวิตลดลง 6. สติปัญญาและการรับรู้ ปัญหา: การมองเห็นลดลง ผลกระทบ: รู้สึกด้อยค่าและเป้นภาระ 8. บทบาทและสัมพันธภาพ ปัญหา: ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในครอบครัวหรือการงานได้ ผลกระทบ: สัมพันธภาพกับคนรอบข้างลดลง 9. เพศสัมพันธ์และการเจริญพันธุ์ ปัญหา: ขาดความมั่นใจในความสัมพันธ์ ผลกระทบ: หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดคู่ครอง 10. การเผชิญความเครียดและการทนต่อความเครียด ปัญหา: เครียดจากความกังวลเรื่องการมองเห็น ผลกระทบ: ซึมเศร้า, ขาดแรงจูงใจในการฟื้นฟู 11. ความเชื่อและค่านิยม ปัญหา: ความเชื่อที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคและการรักษา ผลกระทบ: ปฏิบัติตัวผิด, ส่งผลให้โรคลุกลาม
-
คอ
CA larynx
การตรวจร่างกาย
-
อาการแสดง เจ็บคอเรื้อรัง เสียงแหบ กลืนอาหารลำบาก มีก้อนที่ข้างคอ มีก้อนเนื้อในช่องปาก เลือดกำเดาออกบ่อยๆ
การตรวจพิเศษ การฉายภาพรังสี เพื่อดูตำแหน่งและขนาดของมะเร็ง ดูการทำลายของอวัยวะใกล้เคียงหรือไม่ ดูมีการแพร่กระจายไปยังปอดรึไม่
ซักประวัติทั่วไป เช่น อายุ เพศ เชื้อชาติ อาชีพ ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคมะเร็ง เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอล เคี้ยวหมาก ซักประวัติเกี่ยวกับอาการของโรค ระยะเวลาที่มีอาการที่บ่งบอกว่าเป็นมะเร็ง
การรักษา
- การรักษาโดยไม่ใช้ยาการฉายรังสี (Radiotherapy) การฉายรังสีพลังงานสูงเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง ใช้ในกรณีที่มะเร็งอยู่ในระยะเริ่มต้น (Stage I-II)หรือใช้ร่วมกับการผ่าตัดในกรณีที่มีการแพร่กระจาย
- การรักษาโดยใช้ยา เคมีบำบัด (Chemotherapy)ใช้ยาเพื่อยับยั้งหรือทำลายเซลล์มะเร็ง เช่น Cisplatin, 5-Fluorouracilใช้ร่วมกับการฉายรังสีในกรณีมะเร็งระยะลุกลามหรือเพื่อควบคุมการแพร่กระจาย การรักษาด้วยยามุ่งเป้า (Targeted Therapy)ใช้ยาที่มุ่งเป้าไปยังโปรตีนหรือกลไกเฉพาะของเซลล์มะเร็งเช่น Cetuximab ซึ่งยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งใช้ในกรณีที่ไม่สามารถรักษาด้วยเคมีบำบัดได้
ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy)ใช้ยาที่กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ทำลายเซลล์มะเร็ง เช่น Pembrolizumabเหมาะสำหรับมะเร็งที่ลุกลามมากและไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่น
- การผ่าตัด (Surgery)การผ่าตัดกล่องเสียงบางส่วน (Partial Laryngectomy)ใช้ในกรณีที่มะเร็งจำกัดอยู่ใบริเวณเล็ก ๆ ของกล่องเสียงสามารถเก็บเสียงและการพูดได้การผ่าตัดกล่องเสียงทั้งหมด (Total Laryngectomy)ใช้ในกรณีที่มะเร็งแพร่กระจายไปมากและไม่สามารถเก็บกล่องเสียงได้ผู้ป่วยต้องใช้ท่อช่วยหายใจถาวรและอาจต้องฝึกการพูดใหม่การผ่าตัดต่อมน้ำเหลือง (Neck Dissection)ใช้ในกรณีที่มะเร็งแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ
สาเหตุเเละปัจจัยเสี่ยง
บุหรี่ แอลกอฮอล์ การอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุกล่องเสียง มลพิษทางอากาศ การติดเชื้อไวรัส ex. HPV การฉายรังสี ฮอร์โมนเพศ พันธุกรรม
ภาวะเเทรกซ้อน
- การผ่าตัด หากผ่าตัดกล่องเสียงออกทั้งหมด ผู้ป่วยจะพูดไม่ได้และต้องเจาะคอถาวร แต่ในบางกรณีอาจผ่าตัดบางส่วนเพื่อรักษาการพูดได้ ผลข้างเคียง: กลืนลำบาก, อาหารสำลัก, เลือดออก, รูเจาะคอตีบ, รูรั่วทางเดินอาหาร
- การฉายรังสี ผลข้างเคียง: เจ็บคอ, กลืนลำบาก, เสียงแหบ, น้ำหนักลด, คอแห้ง, ผิวหนังบริเวณคอเปลี่ยนสี, หายใจลำบาก, ต่อมไทรอยด์ถูกทำลาย, พังผืดสายเสียง
- ยาเคมีบำบัด ผลข้างเคียง: เม็ดเลือดขาวต่ำ, เสี่ยงติดเชื้อ, เกล็ดเลือดต่ำ, ผมร่วง, อ่อนเพลีย, คลื่นไส้, ท้องเสีย, แผลในปาก ยาเคมีบำบัดร่วมการฉายรังสีช่วยลดขนาดก้อนมะเร็งและควบคุมการแพร่กระจายได้ดีกว่าการรักษาแบบเดี่ยว
-
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
-
-
-
เหตุผล
การประเมินการหายใจอย่างใกล้ชิดช่วยให้สามารถตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของการหายใจได้ทันท่วงที หากมีการหายใจลำบากหรือภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจที่เพิ่มขึ้น สามารถดำเนินการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว
การจัดท่านอนศีรษะสูงช่วยลดการอุดตันของทางเดินหายใจ ลดแรงดันในช่องอกและช่วยให้อากาศสามารถเข้าไปในปอดได้ดีขึ้น ทำให้หายใจสะดวก
ในกรณีที่การหายใจล้มเหลวหรือการอุดกั้นทางเดินหายใจรุนแรง การเตรียมอุปกรณ์ช่วยหายใจ (เช่น ท่อช่วยหายใจ) จะช่วยให้สามารถดูแลผู้ป่วยได้ทันทีหากจำเป็น
การให้ออกซิเจนเป็นการบำบัดที่สำคัญเพื่อรักษาระดับออกซิเจนในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ซึ่งเป็นการป้องกันภาวะขาดออกซิเจน
เสมหะที่สะสมในทางเดินหายใจอาจเพิ่มการอุดกั้น ทำให้การหายใจลำบาก การดูดเสมหะจะช่วยให้ทางเดินหายใจเปิดโล่งและหายใจได้สะดวกขึ้น
ภาวะหายใจล้มเหลวสามารถเกิดขึ้นได้หากมีการอุดกั้นของทางเดินหายใจที่รุนแรง การเฝ้าระวังภาวะนี้จะช่วยให้สามารถดำเนินการช่วยเหลือผู้ป่วยได้ทันที
การบันทึกสัญญาณชีพเป็นการตรวจสอบและติดตามการทำงานของร่างกาย เช่น ความดันโลหิต อัตราการหายใจ และอัตราการเต้นของหัวใจ การบันทึกช่วยให้สามารถประเมินสถานะของผู้ป่วยและตรวจพบปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ทันเวลา
-
-
Tonsillitis
-
การซักประวัติ
มีไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ เจ็บคอเวลากลางคืน มีอาการปวดร้าวไปกกหู ต่อมน้ำเหลืองคอโต กดเจ็บ มีน้ำลายมาก เจ็บคอบ่อยเป็นๆหายๆ เบื่ออาหาร และมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากทางเดินหายใจส่วนบนอุดกั้น
สาเหตุ
ได้รับเชื้อแบคทีเรียโดยตรง ได้แก่ Streptococcus,
Staphylococcus,
Pneumococcus
ปัจจัยเสี่ยง
การอักเสบของ palatine tonsil จะเกิดขึ้นในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ร่างกายอ่อนแอ มีการอักเสบทางเดินหายใจส่วนบนก่อน
พยาธิ
Tonsil ได้รับเชื้อ B-streptococcus,staphylococcus,Pneumococcus ทำให้ tonsil บวมแดง มีหนอง จึงทำให้ tonsillitis มีอาการปวดร้าวไปหู
การรักษา
-
-Surgical treatment tonsillectomy (เป็นๆหายๆ 3ครั้ง)
ข้อบ่งชี้ chronic tonsillitis, obstructive sleep apnea syndrome
ภาวะแทรกซ้อน
-
2.การแพร่กระจายของการติดเชื้อ การติดเชื้ออาจลุกลามไปยังส่วนอื่นๆของลำคอ เช่น คอหอยส่วนลึก เซลลูไลติส
- ปัญหาระบบทางเดินหายใจ ทางเดินหายใจอุดกั้น(Airway obstruction)
4.ไข้รูมาติก (Rheumatic fever) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย streptococcus pyogenes ที่ไม่ได้รับการรักษา มีผลต่อหัวใจ ข้อต่อ ระบบประสาท และผิวหนัง
ผลกระทบต่อแบบแผนสุขภาพ
1.แบบแผนการเผาผลาญและโภชนาการ (Nutritional-Metabolic Pattern) ผู้ป่วยมีอาการรับประทานอาหารและดื่มน้ำลำบาก เนื่องจากเจ็บคอมากเวลากลืนอาหาร
2.แบบแผนการขับถ่าย (Elimination Pattern)
ผู้ป่วยเจ็บคอมากเวลากลืนอาหาร มีไข้สูง มีภาวะขาดน้ำ ส่งผลต่อการขับถ่ายปัสสาวะน้อย
3.แบบแผนการทำกิจกรรมและการออกกำลังกาย (Activity-Exercise Pattern)
ผู้ป่วยรู้สึกอ่อนเพลีย และไข้สูง ผู้ป่วยหยุดกิจกรรมหนักเนื่องจากเจ็บคอและอ่อนแรง
4.แบบแผนการนอนหลับและการพักผ่อน (Sleep-Rest Pattern) ผู้ป่วยมักจะนอนกรน เจ็บคอทำให้นอนไม่หลับ โดยเฉพาะตอนกลางคืน
CA nasopharynx
-
-
-
-
มะเร็งหลังโพรงจมูก หรือ Nasopharyngeal คือ ผนังโพลงหลังจมูกเกิดการเจริญเติบโต แบ่งตัวอย่างรวดเร็ว ผิดปกติ โดยที่ร่างกายแบ่งตัวของเซลล์เหล่านี้ได้ เรียกเซลล์เหล่านี้ว่า “เซลล์มะเร็ง” เมื่อเซลล์มะเร็งเจริญทำให้โพรงหลังจมูกเกิดเป็นก้อนเนื้อและแผลมะเร็ง
oral cancer
พยาธิ
-
-
เป็น infiltrative ulcerative exophytic หรือ verrucous ลักษณะทางพยาธิของ SCC มีได้ตั้งแต่ well-differentiated จนถึง poorly-
differentiated พยาธิสภาพชนิด well / moderately well-differentiated มักพบกับมะเร็งของริมฝีปาก จมูก ช่องปาก และกล่องเสียง ส่วนมะเร็งชนิด poorly-differentiated มักพบที่มะเร็ง
ของ oropharynx, nasopharynx, hypopharynx และ supraglottis
lymphoepithelioma มีลักษณะเป็น undifferentiated carcinoma และมี lymphocyte infitration และพบได้จากมะเร็งของ
nasopharynx, base of the tongue, tonsil ba& hypopharynx
-
-
-
การซักประวัติ
มีแผลในช่องปากไม่หายภายใน2สัปดาห์ มีเนื้องอกหรือก้อนในช่องปาก ปวดไม่สบายในช่องปาก มีปัญหากลืนหรือพูดจาช่องปากโดยไม่มีสาเหตู
-