Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
กรณีศึกษาที่ 1, 1.นายจิรวัฒน์ บุญกล้า 015
2.นางสาวจิราวรรณ เคนรัง 016 3…
กรณีศึกษาที่ 1
อาการและอาการแสดง
- บวมเกิดจากมีเลือดออกมาจากเนื้อเยื่อรอบกระดูกที่หักมีการสะสมของซีรัมที่หักและมีเขียวซ้ำ (ecchymosis) เนื่องจากมีเลือดออกใต้ผิวหนัง
- ปวดและกดเจ็บ บวม (swelling) ฟกซ้ำ (ecchymosis) บริเวณที่หัก และจะปวดมากขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวบริเวณที่หัก
- กล้ามเนื้อหดเกร็ง การหดเกร็งของกล้ามเนื้อจะช่วยดามกระดูกที่หักไว้ตามธรรมชาติมิให้การเคลื่อนของชิ้นกระดูกมากขึ้น
- สูญเสียหน้าที่ (loss function) บริเวณที่หักจะทำงานไม่ได้ตามปกติ เช่น กระดูกขาหัก จะเดินไม่ได้เนื่องจากผู้ป่วยปวดและกระดูกหักแยกจากกัน
- ผิดรูป (deformity) เมื่อกระดูกหักรูปร่างของกระดูกจะเปลี่ยนไป เช่น ขาสั้น ขาบิด หมุนผิดปกติกระดูกโก่ง ซ้อนเกยกัน บริเวณที่หักบวมมาก และฟกช้ำ เนื่องจากเนื้อเยื่อได้รับบาดเจ็บและมีเลือดออก
- การเคลื่อนไหวผิดปกติและมีเสียงเกิดจากปลายกระดูกเสียดสีกัน
- มีแผลบริเวณผิวหนังเกิดจากกระดูกที่มจากภายในมาสู่ภายนอก หรือจากภายนอกเข้าสู่ภายใน เช่นจากกระสุนปืนจากภายนอกที่ทำให้กระดูกแตกหัก ซึ่งเป็นลักษณะของกระดูกหักแบบเปิด (compound fracture) ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อที่กระดูก
-
การรักษากระดูกหัก
- การปฐมพยาบาล สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อรักษาชีวิตของผู้ป่วยไว้แล้วจะต้องจัดท่าและยึดชั่วคราวด้วยแผ่นไม้กระดานหรือกระดานแข็งเพื่อให้กระดูกที่หักอยู่กับที่ไม่ขยับเขยื้อนไปทำอันตรายต่อเนื้อเยื่ออ่อน หลอดเลือดและเส้นประสาทโดยรอบกระดูกที่หัก ถ้ามีกระดูกโผล่ออกมากายนอก ให้ใช้ผ้าสะอาดพันปิดไว้ การเคลื่อนย้าย ผู้ป่วยต้องระวังไม่ให้มีการกระทบกระเทือน กระดูกที่ตรึงยึดชั่วคราวไว้
การรักษาพยาบาลเมื่อมาถึงโรงพยาบาลแพทย์จะประเมินความรุนแรงของกระดูกและข้อที่หักด้วยการตรวจร้างกายและการตรวจทางรังสีเมื่อประเมินสภาพได้แล้วก็ทำการจัดกระดูกให้เข้าที่และยึดดึงไว้ (reduction & retention) ซึ่งทำได้ทั้งที่ไม่ทำผ่าตัดและทำการผ่าตัดซึ่งการผ่าตัดการจัดกระดูกที่หักเข้าที่โดยการผ่าตัด (open reduction) นี้จะผ่าเข้าไปบริเวณกระดูกที่หักภายในโดยตรงและยึดตรึงไว้ด้วยโลหะภายใน (internal fixation)
- การดูแลทำความสะอาดบาดแผลผู้ป่วยกระดูกหักที่มีบาดแผลติดต่อกับผิวหนังภายนอกต้องทำความสะอาดบาดแผลก่อนที่จะมีการจัดกระดูกที่หักให้เข้าที่ในห้องผ่าตัดการทำแผลต้องล้างให้สะอาด (debridement) โดยใช้น้ำเกลือ 0.9 % ที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว 6-10 ลิตร ขึ้นอยู่กับการปนเปื้อนแล้วขจัดเนื้อเยื่อ ที่ตายและขาดเลือดไปเลี้ยงเพื่อลดการติดเชื้อที่บาดแผลและกระดูกและแผลหายเร็ว
ข้อวินิจฉัยทางกรพยาบาล
มีโอกาสเกิดการติดเชื้อเนื่องจากมีแผลเปิดบริเวณขาขวา (Risk for Infection related to Open Wound at Right Leg)
เหตุผลสนับสนุน (Rationale):
- สาเหตุ:
• การเกิดแผลเปิดเพิ่มโอกาสที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกาย
• การบวมและการอักเสบในบริเวณแผลทำให้ระบบป้องกันตนเองของร่างกายลดลง
• การใส่ Long Leg Cast อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการสะสมของเชื้อโรคหากไม่ดูแลรักษาความสะอาดอย่างเหมาะสม
- หลักฐานสนับสนุน: • มีแผลเปิดบริเวณขาขวา พร้อมอาการบวมแดง • การประเมินพบว่าต้องดูแลแผลและป้องกันการติดเชื้อ
เป้าหมายการพยาบาล
- ผู้ป่วยไม่มีอาการติดเชื้อบริเวณแผล เช่น ไม่มีหนอง แผลไม่บวมแดงเพิ่มขึ้น และไม่มีไข้
- แผลบริเวณขาขวาได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ลดโอกาสการติดเชื้อ
- ผู้ป่วยและครอบครัวสามารถดูแลแผลและป้องกันการติดเชื้อได้อย่างถูกต้อง
กิจกรรมการพยาบาล
- การประเมินสังเกตลักษณะแผล เช่น อาการบวมแดง มีหนอง กลิ่นผิดปกติ หรือการอักเสบที่เพิ่มขึ้น เพื่อติดตามอาการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วย
- ประเมินสัญญาณชีพ เช่น ไข้ ชีพจรเร็ว ที่อาจบ่งชี้ถึงการติดเชื้อ เพื่อติดตามสภาพอาการปัจจุบัน
- การล้างแผลด้วยเทคนิคปลอดเชื้อ (Sterile technique) และใช้ยาฆ่าเชื้อตามคำสั่งแพทย์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อบริเวฯบาดแผล
- เปลี่ยนผ้าปิดแผลอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค
- สอนผู้ป่วยและครอบครัวเกี่ยวกับการล้างมือและการดูแลแผล เพื่อส่งเสริมการดูแลตนเอง
- ให้ยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษา และเฝ้าระวังผลข้างเคียงของยา เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับยาตามแผนการรักษา
- การให้คำแนะนำ สอนผู้ป่วยและครอบครัวเกี่ยวกับสัญญาณเตือนของการติดเชื้อ เช่น อาการบวมแดงมากขึ้น มีหนอง หรือไข้ เพื่อให้ผู้ป่วยมีความรู้เกี่ยวกับการดูแลตนเอง
- แนะนำการปฏิบัติตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อน เช่น หลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลโดยตรง เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
เกณฑ์การประเมินผล:
- สัญญาณชีพของผู้ป่วยอยู่ในเกณฑ์ปกติT 36.5-37.4 c
P 60-100 ครั้ง/นาที , R 18-24 ครั้ง/นาที , BP systolic 90-140 mmHg diastolic 60-90 mmHg
- แผลไม่มีสัญญาณการติดเชื้อ เช่น ไม่มีหนอง บวมแดง หรือกลิ่นผิดปกติ
- ผู้ป่วยไม่มีไข้ หรืออาการที่บ่งบอกถึงการติดเชื้อระบบปิด
- ผู้ป่วยและครอบครัวสามารถดูแลแผลและปฏิบัติตามคำแนะนำในการป้องกันการติดเชื้อได้
พร่องกิจวัตรประจำวันเนื่องจากการใส่ Long Leg Cast (Self-Care Deficit related to Limited Mobility from Long Leg Cast)
-
เป้าหมายการพยาบาล:
- ผู้ป่วยสามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันพื้นฐานได้ด้วยตัวเองในระดับที่เหมาะสม
- ผู้ป่วยได้รับความช่วยเหลือในการทำกิจกรรมที่ไม่สามารถทำเองได้อย่างปลอดภัย
- ลดความรู้สึกพึ่งพาผู้อื่น และเพิ่มความมั่นใจในการดูแลตนเอง
กิจกรรมการพยาบาล:
- ประเมิน:
• ประเมินความสามารถในการทำกิจกรรมประจำวัน เช่น การอาบน้ำ การเปลี่ยนท่าในเตียง
• ประเมินข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวและปัจจัยที่ส่งผลต่อการพร่องกิจวัตร
- ส่งเสริมการดูแลตนเอง:
• กระตุ้นให้ผู้ป่วยทำกิจกรรมที่สามารถทำได้เอง เช่น ใช้มือทำความสะอาดส่วนบนของร่างกาย
• สอนเทคนิคการเคลื่อนไหวที่ปลอดภัย เช่น การเปลี่ยนท่าทางในเตียง
- ให้คำแนะนำแก่ครอบครัว:
• สอนสมาชิกในครอบครัวเกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้ป่วยในกิจวัตรประจำวัน
• แนะนำการดูแลเฝือก เช่น การป้องกันไม่ให้เปียกหรือเกิดการกดทับ
- ให้การช่วยเหลือ:
• ช่วยผู้ป่วยในกิจกรรมที่ไม่สามารถทำเองได้ เช่น การจัดท่าให้เหมาะสมในเตียง การทำความสะอาดร่างกาย
• จัดหาอุปกรณ์ช่วย เช่น ไม้เท้า, วีลแชร์, หรืออุปกรณ์สำหรับช่วยเหลือในการเคลื่อนไหว
เกณฑ์การประเมินผล:
- ผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมประจำวันบางส่วนได้ด้วยตนเอง เช่น การล้างหน้า การแต่งตัว
- ผู้ป่วยได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมและปลอดภัยในกิจกรรมที่ไม่สามารถทำได้
- ผู้ป่วยมีความมั่นใจและแสดงความพึงพอใจในการดูแลตนเอง
- ไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากการจำกัดการเคลื่อนไหว เช่น แผลกดทับ หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง
-
ภาวะแทรกซ้อนของกระดูกหัก
ภาวะแทรกซ้อนระยะแรก
- การเสียเลือด ถ้าเสียเลือดมากอาจเกิดภาวะ shock และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ในรายกระดูกต้นขา หัก อาจเสียเลือดได้ถึง 2.5 ลิตร กระดูกเชิงกราน (pelvis) หักอาจเสียเลือดได้มากกว่า 3 ลิตรขึ้น
- ไขมันอุดตันหลอดเลือด (fat embolism) เป็นภาวะแทรกช้อนรุนแรง ทำให้เสียชีวิตได้ เป็นภาวะที่ไขมันในกระดูกกระจายเข้าสู่กระแสเลือดไปอวัยวะต่างๆ ก่อให้เกิดพยาธิสภาพจากการขาดเลือดโดยเฉพาะสมองและปอด ภาวะนี้พบในผู้ป่วยที่มีกระดูกหักหลายแห่ง อาการและอาการแสดงมีสับสน ซึมเจ็บหน้าอก เหนื่อยง่ายหายใจเร็ว ซีด PO น้อยกว่า 60 มม.ปรอท มีไข้สูง มีผื่น จุดเลือดออกใต้ผิวหนัง (petechia) บริเวณคอ หน้าอกไหล่และรักแร้และที่เยื่อบุตา (conjunctiva) ของเปลือกตาล่าง
- อันตรายต่อเนื้อเยื่อ เส้นประสาท กล้ามเนื้อ เอ็น อวัยวะภายใน และข้อ เช่น Radial nerve จะเกิด อันตรายเมื่อมีกระดูกหักบริเวณ mid shaft of humerus กระดูกสันหลังหักหรือเคลื่อนอาจเกิดอัมพาดจากการ ที่กระดูกสันหลังกดทับไขสันหลัง
ภาวะแทรกข้อนระยะหลัง
- การเจริญของกระดูกผิดปกติ ในรายกระดูกหักผ่าน epiphyseal plate
- กระดูกติดเชื้อ มักเกิดในรายกระดูกหักแบบเปิด ที่ได้รับการรักษาไม่ถูกต้อง
- ภาวะความดันเพิ่มขึ้นในช่องกล้ามเนื้อ (compartment syndrome) จะพบในบริเวณส่วนขาและแขนบ่อยกว่าตำแหน่งอื่น อาการและอาการแสดงมีปวดมากเมื่อเหยียดกล้ามเนื้อ ให้ยาแก้ปวดไม่ทุเลา การรับความรู้สึกผิดปกติ เช่น การปวดแสบปวดร้อน หรือ ชา (paresthesia) ซีด (pallor) จับชีพจรบริเวณที่มีพยาธิสภาพไม่ได้ (pulseless) และเคลื่อนไหวส่วนนั้นไม่ได้ตามปกติ (paresis หรือ paralysis)
- การติดของกระดูกผิดรูป (mal union) หรือไม่ติด (non union) หรือติดช้า (delay union)
- Avascular necrosis กระดูกตายจากการขาดเลือด เช่น กระดูกต้นขาส่วนคอหัก มักขาดเลือดไปเลี้ยงหัวกระดูก ทำให้หัวกระดูกต้นขาตาย
ความหมายของโรค
Motorcycle accident with close fracture right femur with fracture right tibia หมายถึง
การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ที่ทำให้กระดูกต้นขาขวา (Right Femur) และกระดูกหน้าแข้งขวา (Right Tibia) เกิดการหักโดยที่ผิวหนังบริเวณดังกล่าวยังคงปิดอยู่ (Close fracture)
- กระดูกหน้าแข้ง (Tibia): เป็นกระดูกสำคัญที่ช่วยในการเคลื่อนไหวและรับน้ำหนัก หากหักร่วมกับ Femur จะทำให้การเคลื่อนไหวของขาผิดปกติอย่างมาก
- Close fracture: กระดูกหักโดยไม่มีแผลเปิดทะลุผิวหนัง ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเมื่อเทียบกับกระดูกหักแบบเปิด (Open fracture)
. กระดูกต้นขา (Femur): เป็นกระดูกที่แข็งแรงและใหญ่ที่สุดในร่างกาย หากเกิดการหัก แสดงว่าได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรง ซึ่งอาจส่งผลต่อการเดินและการรับน้ำหนักของขา
การบาดเจ็บนี้ เกิดจากแรงกระแทกที่เกิดขึ้นระหว่างอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ซึ่งส่งผลต่อกระดูกและเนื้อเยื่อโดยรอบ เช่น เส้นประสาท เส้นเลือด และกล้ามเนื้อในบริเวณดังกล่าว
-
พยาธิสภาพ
เมื่อกระดูกหัก จะเกิดการฉีกขาดของเยื่อหุ้มกระดูก เนื้อเยื่อกระดูก และหลอดเลือดบริเวณที่หัก ทำให้มีเลือดออก ซึ่งปริมาณเลือดอาจมากจนเป็นอันตรายถึงชีวิต เมื่อเลือดหยุดไหลจะเกิดก้อนเลือด (hematoma) รอบกระดูกที่หัก ก้อนเลือดนี้ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการซ่อมแซมกระดูก (bone healing)
การหักทำให้กระดูกสูญเสียความมั่นคง ส่งผลให้เคลื่อนไหวได้ยาก เกิดอาการปวด ชา และบวม เนื่องจากการอักเสบและการขยายตัวของหลอดเลือด โปรตีนที่รั่วออกมายังเนื้อเยื่อรอบๆ ก่อให้เกิดอาการบวม บริเวณที่หักอาจสั้นลงเนื่องจากแรงดึงของกล้ามเนื้อทำให้กระดูกเกยกัน และเมื่อคลำจะได้ยินเสียงกรอบแกรบ (crepitus) จากการเสียดสีกันของปลายกระดูก
หากกระดูกหักใกล้ข้อ อาจทำให้เอ็นกระดูกและเยื่อหุ้มข้อฉีกขาด เกิดเลือดออกและการบวมเพิ่มขึ้น หากอาการบวมเรื้อรัง พังผืด (fibrosis) อาจพัฒนา โดยเฉพาะบริเวณใกล้ข้อ ทำให้ข้อแข็งและขยับไม่ได้ นอกจากนี้ กระดูกที่เคลื่อนผิดตำแหน่งอาจทำให้เส้นประสาท กล้ามเนื้อ เอ็น และอวัยวะใกล้เคียงได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม.
อุบัติการ (Incidence)
อุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์เป็นสาเหตุหลักของการบาดเจ็บที่เกี่ยวข้องกับกระดูกหักในประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยแรงงานที่มีความเสี่ยงจากการใช้รถจักรยานยนต์ในชีวิตประจำวัน
สาเหตุ
สาเหตุกระดูกหัก
- มีแรงกระทำต่อกระดูกสูงกว่าปกติจะทนได้ เช่น ถูกรถชน และอาจกระทำที่กระดูกโดยทางตรงหรือทางอ้อม
สรุป
ผู้ป่วยชายไทยอายุ 36 ปี ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ ส่งผลให้กระดูกต้นขาขวาและกระดูกหน้าแข้งขวาหักแบบปิด ได้รับการรักษาโดยการใส่เฝือก Long Leg Cast และให้ยาแก้ปวด Morphine พร้อมการเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน เช่น Compartment Syndrome การพยาบาลเน้นลดความปวด ดูแลแผล และฟื้นฟูสมรรถภาพ
1.นายจิรวัฒน์ บุญกล้า 015
2.นางสาวจิราวรรณ เคนรัง 016 3.นางสาวจุฑาทิพย์ มาลัยทอง 017 4.นางสาวชญาดา แสวงนิล 018
5.นางสาวชนิดา นกพรม 020 6.นางสาวนฤมล ถี่ถ้วน 043
7.นางสาวนฤมล เพียรทอง 044
8.นางสาวนลันพร พลายละหาร 046 9.นายภูเบศว์ ดอกกุหลาบ 080 10.นางสาวสุพัชชา คงสว่าง 105
-