Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
สาเหตุภาวะแทรกซ้อนและการพยาบาลผู้ป่วยที่มีอาการบวม ความหมาย สาเหตุ…
สาเหตุภาวะแทรกซ้อนและการพยาบาลผู้ป่วยที่มีอาการบวม
ความหมาย สาเหตุ และการพยาบาลผู้ป่วยที่มีไข้
ความหมาย สาเหตุ และการพยาบาลผู้ป่วยที่มีไข้
ความหมาย
อาการไข้ คือ การที่อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นมากกว่าอุณหภูมิปกติ โดยอุณหภูมิปกติ คือ 37 องศาเซลเซียส โดยไข้เป็นอาการไม่ใช่โรค เป็นอาการที่ร่างกายตอบสนอง เมื่อมีการเจ็บป่วยจากสาเหตุบางอย่าง ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ สาเหตุหนึ่งที่พบบ่อย คือ การติดเชื้อ การวินิจฉัยโรคจะประเมินจากอาการอื่นที่พบร่วมด้วย เช่น ผู้ป่วยที่มีไข้ ร่วมกับไอ น้ำมูก เจ็บคอ จะทำให้สงสัยว่าผู้ป่วยจะมีไข้จากการติดเชื้อหวัด ถ้ามีไข้ร่วมกับปัสสาวะแสบขัด จะทำให้สงสัยว่ามีทางเดินปัสสาวะติดเชื้อ
สาเหตุของไข้
ไข้สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยอาจ เป็นผลจากโรคหรือปัจจัยบางประการที่กระตุ้นให้ เกิดไข้ได้ เช่น การติดเชื้อ ภูมิคุ้มกันในร่างกาย โรค เกี่ยวกับการอักเสบ การตากแดดเป็นเวลานาน หรืออาหารเป็นพิษ
การพยาบาลผู้ป่วยที่มีไข้
การพยาบาลผู้ป่วยที่มีไข้ควรประกอบด้วยการประเมินอาการไข้
การให้การดูแลสภาพร่างกายเพื่อช่วยลดอุณหภูมิ เช่น การเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น และการให้ยาลดไข้ตามที่แพทย์สั่ง นอกจากนี้ควรเตรียมน้ำและผ้าเพื่อใช้ในการเช็ดตัว โดยควรแจ้งผู้ป่วยและคอยเฝ้าระวังว่ามีอาการข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งการดูแลผู้ป่วยควรมีความใกล้ชิดและเป็นกันเองเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ป่วยด้วย
สาเหตุภาวะแทรกซ้อนและการพยาบาลผู้ป่วยที่มีอาการบวม
. สาเหตุของอาการบวม
การบวมจากปัญหาไต เมื่อไตทำงานผิดปกติ การขับของเหลวส่วนเกินออกจากร่างกายจะลดลง ทำให้เกิดการสะสมของของเหลวในเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ
โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease) - การทำงานของไตลดลง ส่งผลให้เกิดการสะสม ของเหลวและโซเดียมในร่างกาย
โรคไตอักเสบ (Glomerulonephritis) - การอักเสบของหน่วยไต (Glomeruli) ทำให้เกิด การรั่วของโปรตีนในปัสสาวะ ซึ่งลดความดัน ออสโมซิสในหลอดเลือดและทำให้ของเหลวไหล ออกจากหลอดเลือดไปสะสมในเนื้อเยื่อ
โรคไตจากเบาหวาน (Diabetic Nephropathy) - ความเสียหายของไตจากโรคเบาหวานที่ควบคุม ไม่ดี ทำให้เกิดการสะสมของเหลว
กลุ่มอาการเนฟโรติก (Nephrotic Syndrome) - ภาวะที่โปรตีนในปัสสาวะรั่วออกมามาก ทำให้ ระดับโปรตีนในเลือดลดลง (Hypoalbuminemia) และเกิดอาการบวมทั่วร่างกาย
ไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury) - การสูญเสียการทำงานของไตอย่างรวดเร็ว เช่น จากภาวะช็อก การติดเชื้อ หรือการได้รับสารพิษ
การอุดตันในทางเดินปัสสาวะ เช่น นิ่วในไตหรือเนื้องอกที่ขัดขวางการระบายของ ปัสสาวะ
ภาวะแทรกซ้อนของอาการบวม
การสะสมของของเหลวในอวัยวะสำคัญ
น้ำท่วมปอด (Pulmonary Edema):
หายใจเสียงดัง หรือมีอาการเหนื่อยง่าย โดยเฉพาะเวลานอนราบป็นภาวะฉุกเฉินที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
ของเหลวสะสมในปอด ทำให้หายใจลำบาก
ภาวะบวมน้ำทั่วร่างกาย (Anasarca):
การบวมอย่างรุนแรงทั่วตัว ทำให้ผิวหนังตึง เจ็บ
และเกิดแผลกดทับ
ความดันโลหิตสูง (Hypertension)
การสะสมของโซเดียมและน้ำในร่างกายจากการ ทำงานของไตที่ลดลงจะเพิ่มปริมาณเลือดและ ความดันโลหิต
ความดันโลหิตสูงอาจทำให้เกิดปัญหาหัวใจและ หลอดเลือด เช่น หัวใจล้มเหลวหรือโรคหลอดเลือด สมอง
การติดเชื้อ
เซลลูไลติส (Cellulitis): การติดเชื้อในชั้นผิวหนัง และเนื้อเยื่ออ่อนบริเวณที่บวม
การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ: เนื่องจาก การไหลเวียนของปัสสาวะผิดปกติ
แผลเรื้อรัง
การบวมเรื้อรัง โดยเฉพาะที่ขา อาจทำให้เกิด แผลที่รักษายาก
เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด แผลติดเชื้อ และการ เสียหายของเนื้อเยื่อ
หัวใจล้มเหลว (Heart Failure)
การสะสมของเหลวในร่างกายเพิ่มภาระให้กับ หัวใจ ส่งผลให้หัวใจทำงานหนักเกินไปและอาจ นำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว
สมดุลเกลือแร่ในร่างกายผิดปกติ
โพแทสเซียมสูง (Hyperkalemia): ไตที่ทำงาน บกพร่องอาจขับโพแทสเซียมออกจากร่างกายได้ไม่ ดี ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือหยุด เต้นได้
ความผิดปกติของโซเดียมและแคลเซียม: อาจ ส่งผลต่อระบบประสาทและกระดูก
ภาวะโปรตีนในเลือดต่ำ (Hypoalbuminemia)
การรั่วของโปรตีนในปัสสาวะ เช่น ในกลุ่มอาการ เนฟโรติก (Nephrotic Syndrome) จะลดระดับ โปรตีนในเลือด ทำให้แรงดันออสโมซิสลดลงและ เกิดอาการบวมรุนแรง
ภาวะไตวายเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease
Progression)
หากไม่รักษา อาการบวมอาจเป็นสัญญาณของ
การเสื่อมของไตที่ลุกลามไปสู่ภาวะไตวายเรื้อรัง
และอาจต้องฟอกไตหรือปลูกถ่ายไตในระยะ
สุดท้าย
การเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
ในกรณีที่มีการสะสมของของเหลวในอวัยวะ สำคัญ เช่น ปอดหรือหัวใจ หรือความดันโลหิตสูง รุนแรง อาจนำไปสู่การเสียชีวิต
การพยาบาลผู้ป่วยที่มีอาการบวมได้ถูกต้อง
1.ประเมินระดับและลักษณะของการบวม
2.บันทึกสารน้ำเข้า/ออก เพื่อควบคุมปริมาณน้ำ
3.ติดตามผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ
4.เฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลงของลักษณะบริเวณที่บวมของผู้ป่วย
5.ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับยาตามแผนการรักษา
นายภูเบศวร์ ดอกกุหลาบ 66124301081