Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
สถานการณ์ PBL - Coggle Diagram
สถานการณ์ PBL
ปัจัยที่เกี่ยวข้อง
อายุ:เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเกิดบาดแผลไฟไหม้, การรักษา, การฟื้นตัว และผลลัพธ์โดยรวมของผู้ป่วย เนื่องจากอายุมีความสัมพันธ์กับลักษณะทางสรีรวิทยา ความสามารถในการตอบสนองต่อการบาดเจ็บ และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
น้ำหนักตัว เป็นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บจากไฟไหม้ในแง่ของการฟื้นตัว การรักษา และการพยากรณ์โรค เนื่องจากน้ำหนักตัวสะท้อนถึงสถานะสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย ซึ่งมีผลต่อระบบการตอบสนองของร่างกายและการจัดการบาดแผล รวมไปถึงการคำนวณให้สารน้ำแก่ร่างกายเพื่อทดแทน และป้องกันการเสียสมดุลน้ำและอิเลกโทรไลต์
การคำนวณสารน้ำ
การคำนวณการให้สารน้ำในผู้ป่วยที่มีบาดแผลไฟไหม้สามารถใช้สูตร Parkland Formula เพื่อคำนวณปริมาณของเหลวที่ควรให้ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก โดยสูตรนี้จะคำนวณจาก น้ำหนักตัว และ พื้นที่ผิวที่ถูกไฟไหม้ (%TBSA - Total Body Surface Area burned)
Volume of fluid (mL)= 4 time Weight (kg) %TBSA การคำนวณ น้ำหนักตัว = 70 กิโลกรัม %TBSA = 31.5%= 4 70 31.5 = 8,820 mL การแจกแจงสารน้ำ ให้ ครึ่งหนึ่ง (4,410 mL) ใน 8 ชั่วโมงแรก ให้ อีกครึ่งหนึ่ง (4,410 mL) ใน 16 ชั่วโมงที่เหลือดังนั้น ปริมาณสารน้ำที่ต้องให้รวมใน 24 ชั่วโมงแรกคือ 8,820 mL โดยจะให้ตามแผนที่กล่าวไปข้างต้น
ข้อมูลผู้ป่วย
นายสมชาย อายุ 35 ปี น้ำหนัก 70 กิโลกรัม อาชีพช่างไฟฟ้า ถูกไฟไหม้ระหว่างการทำงานซ่อมแชมระบบไฟฟ้าภายในโรงงาน ไฟลุกลามจากบริเวณเสื้อผ้าและสัมผัสผิวหนังโดยตรง เมื่อมาถึงโรงพยาบาล แพทย์ตรวจพบรายละเอียดดังนี้ใบหน้า: มีรอยแดงและบวมประมาณ 9% ของพื้นที่ร่างกาย (Rule of Nines)
ลำตัวด้านหน้า: มีแผลพุพองและรอยแดง ประมาณ 18% ของพื้นที่ร่างกายแขนขวา: บริเวณด้านนอกมีแผลพุพองและรอยแดง ประมาณ 4.5% ของพื้นที่ร่างกายรวมพื้นที่แผลไฟไหม้ (TBSA): ประมาณ 31.5% ของพื้นที่ผิวร่างกาย
บาดแผลไฟไหม้ (burn)
ระดับของบาดแผลไหม้
แผลไฟไหม้ระดับ 1 เป็นความเสียหายของ ผิวหนังที่เกิดขึ้นเฉพาะชั้นหนังกำพร้า (epidermis) ซึ่งเป็นชั้นผิวหนังด้านนอกสุด ไม่มีความเสียหายในชั้นหนังแท้ (dermis) หรือเนื้อเยื่อที่อยู่ลึกลงไปลักษณะเด่นของแผลระดับ 1 ผิวหนังแดง (Erythema): ผิวหนังบริเวณที่ถูกไฟไหม้จะแดง แต่ไม่มีตุ่มน้ำพองอาการปวด: มักรู้สึกปวดหรือแสบบริเวณที่เกิดแผล บวมเล็กน้อย: อาจมีอาการบวมในบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ ไม่มีรอยแผลลึก: ผิวหนังไม่ลอกหรือหลุด และไม่มีการทำลายเนื้อเยื่อลึก
แผลไฟไหม้ระดับ 2 เป็นการบาดเจ็บที่มีความเสียหายลึกกว่าแผลระดับ 1 โดยส่งผลกระทบ ต่อทั้งชั้นหนังกำพร้า (epidermis) และบางส่วนของชั้นหนังแท้ (dermis) ทำให้เกิดอาการและลักษณะเฉพาะที่รุนแรงขึ้น ลักษณะเด่นของแผลระดับ 2 ตุ่มน้ำพอง (Blisters) เกิดตุ่มน้ำพองที่เต็มไป ด้วยของเหลว เนื่องจากความเสียหายของเส้นเลือดฝอย ผิวหนังแดงสด: ผิวหนังมักมีสีแดงสด บางครั้งอาจมีลักษณะเป็นมันเงา อาการปวดรุนแรง: เพราะปลายประสาทที่ชั้นหนังแท้ยังทำงานอยู่ บวม: บริเวณรอบแผลมักมีอาการบวมจากการอักเสบ การลอกของผิวหนัง: ผิวหนังบริเวณที่เสีย หายอาจลอกออก
แผลไหม้ระดับที่3 (Third degree burn) บาดแผลไหม้จะลึกลงไปจนทำลายหนังกำพร้า และหนังแท้ทั้งหมด รวมทั้งต่อมเหงื่อขุมขนและเซลล์ประสาท ผู้ป่วยมักไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดที่บาดแผล อาจกินลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อหรือกระดูก บาดแผลจะมีลักษณะขาว ซีด เหลือง น้ำตาลไหม้ หรือดำ หนาแข็งเหมือนแผ่นหนัง แห้ง และกร้าน อาจเห็นรอยเส้นเลือดอยู่ใต้แผ่นหนานั้น และเนื่องจากเส้นประสาทที่อยู่บริเวณผิวหนังแท้ถูกทำลายไปหมดทำให้แผลนี้จะ ไม่มีความรู้สึกเจ็บปวด บาดแผลประเภทนี้จะไม่หายเอง จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดปลูกผิวหนัง นอกจากนี้จะมีการดึงรั้งของแผลทำให้ข้อยึดติด เมื่อหายแล้วจะเป็นแผลเป็น บางรายจะพบแผลเป็นที่มีลักษณะนูน มักเกิดจากไฟไหม้หรือถูกของร้อนนาน ๆ หรือไฟฟ้าช็อต ถือเป็นบาดแผลที่ร้ายแรง
-