Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน (Acute Pancreatitis ) - Coggle Diagram
ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน (Acute Pancreatitis )
ข้อมูลผู้ป่วย
ชายไทย อายุ 45 ปี อาชีพ รับจ้าง
อาการสําคัญ:ปวดท้องบริเวณลิ้นปี่ อาเจียน 2 ครั้ง ก่อนมา รพ. 2 ชั่วโมง
ประวัติปัจจุบัน:ก่อนมาโรงพยาบาล 2 ชั่วโมง ญาติสังเกตว่า ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องบริเวณลิ้นปี่หลังจากนั้นมีอาการหอบเหนื่อย หายใจเร็ว 2 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล ซึมลง ตาตัวเหลืองหายใจยังคงเร็วจึงพามาโรงพยาบาล
ประวัติอดีต:มีประวัติดื่มสุราทุกวันมาประมาณ 15 ปีวันละ ½ ขวด สูบบุหรี่ 10 มวน/วัน
พยาธิ
น้ำย่อยของตับอ่อนมีเอนไซม์บางชนิดที่สามารถย่อยทำลายผนังเซลล์ได้การอักเสบที่ตับอ่อนมีความ รุนแรงได้หลายระดับ ส่วนใหญ่ตับอ่อนบวมธรรมดา (edematous pancreatitis) สามารถหายเป็นปกติได้ขณะอักเสบจะมีน้ำในท้อง มี fat necrosis ซึ่งเกิดจากการที่ (ipase ย่อยไขมันเป็น fatty acid และ glycerol ต่อมา fatty acid จับแคลเซียมเกิดตะกอนเป็นจุดขาวๆ ทั่วไปในช่องท้อง อาจพบในโพรงปอดหรือเยื่อหุ้มหัวใจไดซึ่งเป็นผลมาจาก lipase ที่ไปตามกระแสเลือด ระดับแคลเซียมในเลือดลดลง ถ้าการอักเสบรุนแรงเนื้อ ตับอ่อน จะตาย (necrosis) หรือมีเลือดออกเพราะเส้นเลือดถูกย่อยทำลายด้วย
อาการและอาการแสดง
ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องรุนแรงที่ลิ้นปี่และชายโครง ปวดร้าวทะลุไปกลางหลังและปวดตลอดเวลา อาจเกิดอาการหลังการรับประทานอาหารที่มีไขมันมาก หรือดื่มแอลกอฮอล์มาก อาการปวด มักจะเป็นมากเวลานอนราบ ผู้ป่วยบางรายต้องลุกขึ้นนั่งก้มตัวเพื่อให้อาการปวดทุเลาลง มักมีอาการคลื่นไส้อาเจียน แต่ไม่มีน้ำ ย่อยออกมา ถ้าเป็นรุนแรงอาจช็อคได้ พบว่าผู้ป่วยปวดมาก ชีพจรเต้นเร็ว มีไข้อาจเห็นตาเหลืองจางๆ ท้องอืดเล็กน้อย กดเจ็บและแข็งเกร็งทั่วไปโดยเฉพาะที่หน้าท้องด้านบน ถ้าเป็นรุนแรงมาหลายวันอาจเห็น รอยเขียว ช้ำ ที่สีข้าง (Grey-Turner's sign) หรือรอบสะดือ (Cullen's sign) ซึ่งเป็นผลจากเลือดที่ ออกใน retroperitoneum เซาะมาตามผนังหน้าท้อง ส่วนผู้ป่วยที่ช็อคจะซีดเย็น มือและริมฝีปากเขียวคล้ำ ความดันโลหิตตก
ภาวะแทรกซ้อน
ลำไส้ที่ไม่ทำงานหรือทำงานลดลงเนื่องจากตับอ่อนอักเสบ (Acute Pancreatitis) เป็นอาการที่พบได้และอาจมีความเสี่ยง
ในระดับหนึ่ง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและการจัดการรักษาอย่างเหมาะสม
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
• การสะสมของแก๊สและของเสียในลำไส้
• ภาวะลำไส้อุดตัน
• เสี่ยงต่อการติดเชื้อในลำไส้
• ภาวะขาดสารอาหาร
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
Amylase ในเลือดและปัสสาวะเป็นการตรวจที่สำคัญ
Calcium ในเลือดบอกความรุนแรงในการพยากรณ์โรค ซึ่งเป็นผลการตายจากไขมัน
Hyperglycemia เพราะตับอ่อนอักเสบหลั่งอินซูลินน้อยกว่าปกติ
หรือเพราะ Amylase ไปเปลี่ยน glycogen ในตับให้เป็น glucose
การตรวจพิเศษ
CT Scan, ultrasound, ERCP
แนวทางการรักษา
1.งดน้ำและอาหาร และใส่สายยางไปในกระเพาะอาหาร เพื่อดูดเอาลม และน้ำย่อยในกระเพาะออกทางเครื่องดูดสุญญากาศ เพื่อลดอาการท้องอืดแน่น และป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียน ซึ่งจะทำให้ตับอ่อนลดการสร้างน้ำย่อยที่ผลิตที่ตับอ่อน
2.ให้น้ำเกลือ หรือน้ำเกลือแร่ทดแทน ถ้างดอาหารเป็นเวลานานให้ทางเส้นเลือดดำเป็น 0.9 % NSS 1000 cc IV 120 cc/hrs
3.ให้ยาแก้ปวด ตามแผนการรักษาของแพทย์
4.ให้ยาปฏิชีวนะ ในรายที่มีการติดเชื้อร่วมด้วย Cef-3 2 gm. IV OD
สาเหตุ
นิ่วในถุงน้ำดีและท่อน้ำดีไปอุดตันทำให้มีการไหลย้อนกลับของน้ำดีเข้าไปในตับอ่อน ทำให้เกิดตับอ่อนอักเสบได้
สุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ที่ทำลายเนื้อตับอ่อน ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงการหลั่ง น้ำย่อย ตับอ่อนและเกิดมีการตกตะกอนของโปรตีนในท่อตับอ่อนเกิดการอุดตันส่งผลให้ตับอ่อนอักเสบ
โรคติดเชื้อไวรัส เช่น mumps, coxsackie, DHF, leptospirosis
ความผิดปกติทาง metabolic เช่น hypercalcemia (ส่วนใหญ่เกิดจาก hyperparathyroid) และ hyperlipidemia
การบาดเจ็บที่ช่องท้อง เช่น ถูกกระแทกรุนแรงจนทำให้เนื้อเยื่อตับอ่อนฉีกขาด
การอุดตันของท่อตับอ่อน เช่น มะเร็งตับอ่อน, pancreas divisum (เป็นความผิดปกติแต่กำเนิด)
ภาวะแทรกซ้อนจากการทำ ERCP หรือ fine needles aspiration (การเจาะดูดตับอ่อนด้วยเข็ม)
Collagen disease ทำให้เกิด vasculitis เช่น SLE, thrombocytopenic purpura
ยาบางชนิด เช่น Thiazide, furosemide, tetracycline, sulphonamide, corticosteroid, ACEI, methyldopa และ estrogen เป็นต้น
10.ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด
ข้อวินิจฉัยการพยาบาล
ปัญหาที่ 1: ปวดเฉียบพลันจากภาวะตับอ่อนอักเสบ
ข้อมูลสนับสนุน
S : ผู้ป่วย ปวดท้องบริเวณลิ้นปี่
O : CT พบ pancreatitis
การพยาบาล
1.ประเมินความปวดใช้มาตรวัดความปวด (Pain Scale 0-10) และสังเกตการแสดงออกทางสีหน้า ท่าทาง
2.บรรเทาความปวดให้ยาแก้ปวดตามแผนการรักษา เช่น Opioid (Morphine) อย่างระมัดระวัง
3.จัดท่านอนตะแคงงอเข่า หรือท่า Fowler’s เพื่อลดการกดทับช่องท้อง ลดการกระตุ้นตับอ่อน
4.งดอาหารและน้ำ (NPO) เพื่อลดการกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อย
5.ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ (IV Fluid) แทนดูแลสภาพแวดล้อมให้สงบ
6.ลดแสง เสียงรบกวน เพื่อให้ผู้ป่วยได้พักผ่อน
ปัญหาที่ 2: เสี่ยงต่อภาวะช็อกเนื่องจากการอักเสบเฉียบพลันและสูญเสียน้ำ
ข้อมูลสนับสนุน
O : ความดันโลหิตต่ำ BP = 90/50mmHg
ชีพจรเร็วHR = 110 ครั้ง/นาที
หายใจเร็วRR = 26 ครั้ง/นาที
มีไข้สูงT = 38.9 °C
การพยาบาล
1.เฝ้าระวังสัญญาณชีพตรวจวัดสัญญาณชีพทุก 15-30 นาที จนกว่าผู้ป่วยจะคงที่
2.ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ (IV Fluid)ปรับสมดุลของสารน้ำและอิเล็กโทรไลต์ตามแผนการรักษา บันทึกปริมาณสารน้ำเข้า-ออก (I/O) เพื่อติดตามภาวะขาดน้ำและประสิทธิภาพของการให้สารน้ำ
3.ประเมินอาการแสดงของภาวะช็อกสังเกตอาการ เช่น ผิวเย็นซีด ปัสสาวะน้อยลง ซึมลง ชีพจรเบาเร็ว
4.รายงานแพทย์ทันทีหากพบความผิดปกติ เช่น BP ลดลงต่อเนื่อง หรือปัสสาวะออกน้อยกว่า 0.5 mL/kg/hr