Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
แพทย์แผนไทย - Coggle Diagram
แพทย์แผนไทย
เวชกรรมแผนไทย
คัมภีร์
ตำราแพทย์แผนไทยเดิม
(แพทยศาสตร์สงเคราะห์ ฉบับอนุรักษ์) 2550
โรคนิทาน
กล่าวถึงกองธาตุ 4 กำเริบ-หย่อน-พิการ
ชวดาร
กล่าวถึงพิษอาหารทำให้ลมโลหิตกำเริบ
ตักกะศิลา
กล่าวถึงไข้พิษทั้งปวง
มุจฉาปักขันทิกา
กล่าวถึงโรคปัสสาวะ มุตกิตมุตฆาฎ
จลนสังคหะ - ธาตุบรรจบ
กล่าวถึงโรคอุจจาระธาตุ (จะละนะสังคหะ อุจจาระธาตุ 4 ประการ)
สรรพคุณยา
กล่าวถึง
มหาโชตรัต
กล่าวถึงโรคระดูสตรี
ประถมจินดา
กล่าวถึงพรหมปโรหิตแรกปฐมกาล - การปฏิสนธิแห่งทารก - กำเนิดโลหิตระดูสตรี ครรภทวารกำเนิด โรคกุมาร
ธาตุวิวรณ์
กล่าวถึงกองธาตุทั้ง 4 โรคโลหิตสตรี
ธาตุวิภังค์
กล่าวถึงกองธาตุพิการตามฤดู
สมุฏฐานวินิจฉัย
กล่าวถึงสาเหตุโรค
คัมภีร์กษัย
กษัยมี 26 จําพวก แบ่งเป็น อุปปาติกะ 18 และเกิดแต่กองธาตุสมุฏฐาน 8
กษัยเป็นอุปปาติกะโรค
กษัยลัน
จากนํ้าเหลือง ลมพัดเป็นฟอง ท้องลั่น ถ่วงหัวหน่าว
กษัยราก
อาเจียนลมเปล่า ท้องลั่น ตีงทั้งกาย
กษัยเหล็ก
ท้องน้อยแข็งเป็นหิน ไหวตัวไม่ได้
กษัยปู
เกิดจากโลหิตคุมกัน ท้องว่างเหมือนปูเดิน กินอาหารแล้วดีขึ้น
กษัยจุก
ลมเข้าเส้น เส้นพองในท้อง จุกมาก ต้องนอนคว่ำ หงายไม่ได้
กษัยปลาไหล
ขัดอุจจาระปัสสาวะ อีเหลือง แดง ถ้าลามไปชายตับจะปวดมาก เมื่อยกระดูก
กษัยปลาหมอ
ข้างขึ้นปวดขายตับม้ามปอด ข้างแรมปวดหัวหน่าว อาการเหมือนปลาไหล
กษัยปลาดุก
เลือดนํ้าเหลืองระคนกัน เกิดในกระเพาะอาหาร ถ้าหญิงเป็นจะจับเข้ามดลูก อาการเหมือนคนท้อง ท้องโต ข้างขึ้นยอกยอดอก ข้างแรมปวดหัวหน่าว
กษัยปลวก
เกิดจากสันฑฆาต ปวดทรวงอก หายแล้วเป็นอีก อาการคล้ายฝีปลวก แต่ไม่มีหนอง
กษัยลิ้นกระบือ
ลิ่มเลือดติดอยู่ชายตับ(ชายโครงขวา) ตัวร้อนเป็นเวลา จุกแน่น ไส้พอง เป็นมานกษัย
กษัยเต่า
เกิดจากดานเสมหะ ตั้งชายโครงซ้ายขวาเท่าฟองไข่เป็ด จุกยอดอก ผิวเหลือง เลือดออกทวารหนักเบา
กษัยดาน
ตั้งอยู่ยอดอกแข็งเหมือนหิน ลามถึงท้องน้อย ถูกเย็นแล้วปวด ถ้าถามถึงหัวหน่าวเป็นอทิสยะโรค (โรครักษายาก)
กษัยท้น
= GERD กินอาหารแล้วทันไปยอดอก
กษัยเสียด
เกิดตั้งแต่นิ้วหัวแม่เท้าตามเส้นตะคริว เสียดชายโครง แก้ด้วยการนวด
กษัยเพลิง
(กษัยไฟ)แบ่งได้ดังนี้
ปาคะนี
ลูกตาแดง ตาเจ็บ
ปริทัยหัคคีและปริณามัคคี
กินอาหารมันจะพะอืดพะอม
สันตัปปัคคี
ร้อนภายใน ตัวเย็น เสียดสีข้าง ปวดหัว เวียนหน้าตา
กษัยน้ำ
เกิดจากเลือด น้ำเหลือง เสลด ปวดขัดยอดอก เหมือนฝีมะเร็งทรวง ฝีปลวก
กษัยเชือก
ตั้งแต่หัวหน่าวหยั่งขึ้นถึงหัวใจ แข็งดุจแท่งเหล็ก ให้จุกเียด ขัดอุจจาระปัสสาวะ ปัสสาวะดำเป็นมัน บางทีให้ร้อนให้หนาว นวดจึงคลายลงบ้าง ถ้าไม่ได้นวดย่อตัวไม่ได้ ดุจบุคคลเอาเอาเหล็กมาเสียบไว้
กษัยลม
เกิดเพื่ออังคาระวาตประมวลกันเข้าตั้งเหนือสะดือเท่าผลมะเดื่อ กระทำให้จุกเสียดให้แน่นหน้าอกเป็นกำลัง หายใจขัด หายใจสะอื้น ให้บริโภคอาหารไม่ได้ เสียวแปลบปลาบไปทุกเส้นขน เหมือนโดนเข็มแทงทั้งตัว
กษัยเพื่อธาตุวิบัติ (คือ กล่อน 5 แล้วมี น้ำ ลม ไฟ อีกอย่างละ 1 ไม่นับธาตุดิน)
เตโชกษัย
วาโยกษัย
อาโปกษัย
ปถวีกษัย
กษัยกล่อน 5
กษัยกล่อนเอ็น 2 ประการ
กษัยกล่อนแห้ง 4 ประการ
กษัยกล่อนน้ำ 4 ประการ
กษัยกล่อนลม 4 ประการ
กษัยกล่อนหิน 4 ประการ
วุฒิโรค
กล่อนทักขิณะวุฒิ
กล่อนประวาตะวุฒิ
กล่อนตุริตะวุฒิ
กล่อนอชิณะวุฒิ
กษัย 7 จำพวก
กษัยเชือกควาย
เป็นเกลียวอยู่ริมสะดือ ปวดจุก อีฉี่เหลืองดังขมิ้น
กษัยปลา
กษัยลิ้นกระบือ
กษัยเลือด
กษัยปลาไหล
กษัยแช่
กษัยเถา
คัมภีร์ฉันทศาสตร์
กายนคร
ดวงจิต คือ กษัตริย์
ข้าศึก คือ โรคภัย
แพทย์ คือ ทหาร
อย่าโกรธ
ปิตตัง คือ วังหน้า
อาหาร คือ เสบียง
ทับ 8 ประการ
สำรอกทับซาง
ซางทับสำรอก เป็นสำรอกแล้วมีซางแทรก ขึ้นคอ ไอ นอนผวา ตัวร้อน ตาเหลือก
กำเดาทับซางและละออง ท้องเสีย แล้วละอองขึ้น ไอ จากนั้นตัวร้อน
ซางทับกำเดา ปวดหัวตัวร้อน แล้วเม็ดขึ้นในคอ กินข้าวไม่ได้ หลังแข็ง
กำเดาทับซาง ถ่ายเป็นมูกเลือดดำ แล้วตัวร้อน เข้าให้น้ำสมอไทย เที่ยงให้ยาหอมผักหนอก
ท้องเสียทับก๋าเคา
ตับทรุดทับซาง เป็นซางแล้วซางไปกินตับ ถ่ายกลิ่นเหม็นคาว เป็นมูกเลือด ตัวร้อน
ทับช้ำใน เด็กหกล้มจนช้ำใน เป็นไข้ แล้วตับทรุด ท้องเสียเน่าเหม็น หายใจขัด ตาย
คัมภีร์ตักกะศิลา
ว่าไว้อย่างย่อ
กองพิกัดสมุฏฐานและยา 9 รส
ว่าไว้อย่างย่อ
สตรีน้ำนมดี
อกผายไหล่ผึ้ง ตาเล็ก เต้ากลมดังดอกบัว หัวนมเล็กขอบแดง น้ำนมเขียวรสหวาน
ไหล่สอบ หน้ากลม นมบัวตูม ผิวเหลือง กลิ่นตัวดังดอกการะเกด นมข้นหวาน
เต้ากลมปลายงอน นมข้นรสหวานมัน
น้ำนมขาวเหมือนสังข์
สตรีน้ำนมชั่ว (คล้ายคัมภีร์ปฐมจินดา)
มือสั้น ตัวยาว นมยาน หัวนมเล็ก กลิ่นกายดังน้ำล้างเนื้อ – หญิงยักขินี
กลิ่นตัวดังชาย เสียงแพะร้อง เดินผิดปกติ นมรูปคอ - หญิงหัสดี
ตาเหลือก ไหล่ลู่ นมห่างปลายแบน เสียงกา นมเปรี้ยว
เสียงนกพิราบ กลิ่นตัวสาบแพะ เต้ารูปคอ นมรสฝาด
สรุปน้ำนมไม่ดี : นมเปรี้ยวเขียวคาว ดังน้ำหอยแมลงภู่ต้ม, นมเขียวกลิ่นแพะ
น้ำนมเป็นโทษ
เพื่อลม รสเปรี้ยว สีขุ่นเขียว น้ำหอยแมลงภู่ต้ม
เพื่อปถวี สีเขียวคาว กลิ่นสาบแพะ
เพื่อโลหิต หยดน้ำแล้วกระจายหาย ไม่เกาะเป็นหยด
น้ำนมพิการ
สาเหตุ 3
อยู่ไฟไม่ได้
ระดูขัด
มีครรภ์
น้ำนมเป็นโทษเพื่อลม
หยดน้ำนมทดสอบ
ว่าด้วยเรื่องไข้
เอกโทษ
ทุวันโทษ
ตรีโทษ
ลักษณะเพศ
กำเดา 4 วัน
เสมหะ 9 วัน
โลหิต 7 วัน
วาโย 13 วัน
ไข้จตุโทษ ตาย
กำเนิดไข้
ชีพจรประจำกาย
ข้างขึ้น
ข้างแรม
รัตนธาตุทั้ง 5
ปถวี
เตโช
อาโป
วาโย
อากาศ
ป่วง 8 ประการ
ป่วงงู
ตัวบิด ถ่าย สองคลองสันนิบาต(ออกทั้งปากและทวาร)
ป่วงลง
ยิงฟัน สั่นคาง แน่นอก
ป่วงลม
เสียดสีข้าง ลงไม่มาก รากน้ำลาย
ป่วงศิลา
เมื่อยข้อ มือเท้าฟก อ้วกลมเปล่า
ป่วงลูกนก
ขนลุก หอบ หายใจไม่ออก
ป่วงเลือด
ตาซึม ตัวเหลือง ไข้สันนิบาต
ป่วงน้ำ(ป่วงน้ำชาย)
ตัวอุ่น แต่รู้สึกหนาว
ป่วงโกฐ
รากร้อนคอ กายเหน็บ ต้นเล็บช้ำ
คัมภีร์คิริมานนทร์ : กำหนดกาลไข้
1 ยามมี 3 ชั่วโมง กลางวันมี 12 ชั่วโมง กลางคืนมี 4 ยาม
วน จาก 6 โมงเช้าทีละ 3 ชั่วโมง
(ยามเช้า) เสมหัง โลหิต ดี วาตา (พลบค่ำ) ลม ดี โลหิต เสมหะ (กลับมาเช้า)
วางยา
(ยามเช้า) เกลือ เปรี้ยว ขม เผ็ดร้อน (พลบค่ำ) (วนย้อนกลับ)
อติสารกาฬทั้ง 5
กาฬพิพิธ
กาฬพิพัธ
กาฬมูตร
กาฬสูตร
กาลสิงคลีกาฬ
มรณญาณสูตร
กาลมัจจุราช : สิ่งที่พบในระยะใกล้ตาย
ดวงไฟกลิ้งออกจากตัว
เห็นผู้หญิงถือไฟ เดินออกจากหน้าต่าง
เห็นผู้หญิงสวยแหวกหลังคาห้องลงมาดู
เห็นชายหนุ่มใส่ผ้ากาสาวพัสตร์ ผืนแดง มาหาเรียกชื่อ จากนั้นแปลงกายเป็นหญิงหายไป
อาการใกล้ตาย
เสียประสาทสัมผัส
ตาแข็ง
ป้ายตาน้ำตาไม่ไหล
คิ้วตก
หน้าผากตึง
ชีพจรไม่เต้น
ลมซาง
ว่าไว้อย่างย่อ
รูปทารก
มะหัศรูป (มหัศรูป)
อาทิตยรูป (อทิศรูป)
หะริรูป (หริตรูป)
อะมะนุษย์ (รูปอมนุษย์)
สอนใจอย่างย่อ
อื่น ๆ
วรโยคสาร
กล่าวถึงรสยาและนิมิตร้ายดี
อภัยสันตา
กล่าวถึงกำเนิดไข้ โรคทราง โรคตาทุกชนิด
มัญชุสารวิเชียร
กล่าวถึงโรคลม 10 ประการ
อติสาร
กล่าวถึงโรคอุจจาระร่วง
มุขโรค
กล่าวถึงโรคในปากและคอ 19 ประการ
ธาตุอภิญญาณ
กล่าวถึงลักษณะโรคที่เกิดกับธาตุทั้ง 4 มี 30 ประการ