Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
พระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2558), นายจิรวัฒน์ ไพคำนาม…
พระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2558)
กลุ่มบุคคลที่อยู่ภายใต้หรือยกเว้นจากพระราชบัญญัติ
1.1 กลุ่มที่ไม่อยู่ภายใต้การบังคับ
พระราชบัญญัติประกันสังคมไม่ได้ครอบคลุมถึงบุคคลกลุ่มต่อไปนี้:
ข้าราชการและลูกจ้างประจำในหน่วยงานราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น
นักเรียน นิสิต นักศึกษา และลูกจ้างในโรงเรียน สถานพยาบาล หรือมหาวิทยาลัย
ลูกจ้างของรัฐบาลต่างประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศ
ลูกจ้างหรือกิจการอื่นที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา
1.2 คำจำกัดความที่สำคัญในพระราชบัญญัติ
“ลูกจ้าง”: หมายถึง บุคคลที่ทำงานให้แก่นายจ้างโดยได้รับค่าจ้าง
“ทุพพลภาพ”: หมายถึง การสูญเสียสมรรถภาพของร่างกายหรือจิตใจจนทำให้ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ
การจ่ายเงินสมทบและบทลงโทษ
2.1 การจ่ายเงินสมทบ
การคำนวณเงินสมทบ
อัตราเงินสมทบเป็น 5% ของค่าจ้างรายเดือน
จำนวนเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 750 บาท (แบ่งเป็นส่วนต่างๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาลและเงินออมวัยเกษียณ)
ผู้มีหน้าที่จ่ายเงินสมทบ: นายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล
2.2 เงินเพิ่มกรณีส่งเงินสมทบล่าช้า
หากนายจ้างไม่นำส่งเงินสมทบ หรือส่งไม่ครบตามจำนวน จะต้องชำระเงินเพิ่มในอัตรา ร้อยละ 2 ต่อเดือน ของเงินที่ยังขาดส่ง
สิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนจะได้รับ
3.1 สิทธิประโยชน์ในกรณีต่างๆ
ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนในกรณีดังต่อไปนี้
ประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย: เช่น ค่าตรวจรักษา ค่ายา ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพ
คลอดบุตร: ทั้งสำหรับตนเองหรือภรรยาที่อยู่ร่วมกัน
ทุพพลภาพ: รับเงินทดแทนตามอัตราและระยะเวลาที่กำหนด
เสียชีวิต: เงินสงเคราะห์จะจ่ายให้กับทายาทตามลำดับ
สงเคราะห์บุตร: สำหรับบุตรไม่เกิน 3 คน และอายุต่ำกว่า 15 ปี
ชราภาพ: ได้รับเงินบำนาญหรือบำเหน็จชราภาพ
ว่างงาน: กรณีถูกเลิกจ้างหรือลาออก
3.2 รายละเอียดเพิ่มเติมในกรณีเฉพาะ
กรณีเจ็บป่วยที่ไม่เกิดจากการทำงาน ครอบคลุมค่าตรวจวินิจฉัยโรค ค่ารักษาพยาบาลในสถานพยาบาล ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ รวมถึงค่ารถพยาบาล
เงื่อนไขและรายละเอียดสิทธิในกรณีเฉพาะ
4.1 กรณีชราภาพ
ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับเงินบำนาญชราภาพหากจ่ายสมทบไม่น้อยกว่า 180 เดือน
หากจ่ายไม่ครบ 180 เดือน จะได้รับเป็นเงินบำเหน็จ
กรณีผู้ประกันตนที่ไม่มีสัญชาติไทย สามารถรับเงินบำเหน็จชราภาพได้เมื่อสถานะผู้ประกันตนสิ้นสุด
4.2 กรณีว่างงาน
เงื่อนไข: ผู้ประกันตนต้องจ่ายสมทบไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนว่างงาน
อัตราทดแทน
กรณีถูกเลิกจ้าง: รับเงินทดแทนไม่เกิน 180 วันต่อปี (50% ของค่าจ้างเฉลี่ย)
กรณีลาออก: รับเงินทดแทนไม่เกิน 90 วันต่อปี (30% ของค่าจ้างเฉลี่ย)
การบริหารกองทุนและโบนัสกรณีสมทบเพิ่มเติม
5.1 การบริหารกองทุนชราภาพ
ใช้ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายคำนวณเงินสมทบ โดยคิดที่อัตรา 20% ของค่าจ้าง
เงินสมทบไม่ต่ำกว่า 1,650 บาท และไม่เกิน 15,000 บาท
5.2 โบนัสเพิ่มเติมสำหรับการสมทบเกิน 15 ปี
ผู้ประกันตนที่สมทบมากกว่า 15 ปี จะได้รับโบนัสเพิ่ม 1.5% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
การช่วยเหลือกรณีทุพพลภาพและเสียชีวิต
6.1 กรณีทุพพลภาพ
หากผู้ประกันตนทุพพลภาพจากสาเหตุที่ไม่เกี่ยวกับการทำงาน จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ ร้อยละ 50 ของค่าจ้าง ตลอดชีวิตในกรณีที่มีความสูญเสียรุนแรง
6.2 กรณีเสียชีวิต
ทายาทที่มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ ได้แก่ บุตร (ไม่นับรวมบุตรบุญธรรม) สามี/ภริยา บิดามารดา หรือบุคคลที่ผู้ประกันตนระบุไว้
เงินช่วยเหลือค่าทำศพและเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิตจะคำนวณจากเงินทดแทนที่ผู้ประกันตนได้รับก่อนเสียชีวิต
นายจิรวัฒน์ ไพคำนาม 66040200135