Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 5 ระบบเงินดิจิทัล สกุลเงินดิจิทัลหรือคริปโทเคอร์เรนซี…
บทที่ 5 ระบบเงินดิจิทัล สกุลเงินดิจิทัลหรือคริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency)
ความหมายของ Cryptocurrency
Cryptocurrency หรือ คริปโทเคอรเ์รนซี แปลความหมายตรงตัว
คือ สกุล เงินทีมีการเข้ารหัส
Cryptocurrency คือ สกุลเงินดิจิทัล หรือเงินดิจิทัล โดย
ออกแบบมาให้เข้ารหัสกระจายออกไปในส่วนอื่น ๆ
Cryptocurrency คือ สกุลเงินดิจิทัล หรือสกุลเงิน เสมือนที่ใช้
การเข้ารหัสเพื่อทำให้มีความปลอดภัย ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะ
ปลอมแปลงหรือจ่ายซ้ำ
ประโยชน์ของ Cryptocurrency
ทำธุรกรรมได้ง่ายและรวดเร็ว
เนื่องจากธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโทฯ เป็นแบบดิจิทัลทั้งหมด จึงมีความสะดวกและรวดเร็ว
ต้นทุนในการทำธุรกรรมต่ำ
ใครที่เคยโอนเงินระหว่างประเทศจะทราบกันดีกว่าค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมค่อนข้างสูง แต่หากทำธุรกรรมผ่านคริปโทฯ [จะช่วยลดต้นทุนในส่วนของค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมไปได้มาก]
มีความปลอดภัยและเป็นส่วนตัว
เนื่องจากคริปโทฯ ทำงานอยู่บนเทคโนโลยีที่ชื่อว่า “Blockchain” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ยากต่อการถอดรหัสทางคณิตศาสตร์ ทำให้สกุลเงินดิจิทัลปลอดภัยกว่าธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป
เปิดซื้อขายแลกเปลี่ยน 24 ชั่วโมง
เชื่อว่านักลงทุนส่วนใหญ่น่าจะคุ้นเคยกับตลาดหุ้นที่มีวันหยุดและเวลาเปิดปิดอย่างชัดเจน แต่สำหรับตลาดคริปโทฯ นั้นมีสภาพคล่องสูงเพราะเปิดให้ซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด
ข้อดีข้อเสียสกุลเงินดิจิทัลหรือคริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency)
ข้อดี
ความผันผวนสูง
ความไม่แน่นอนทางกฏหมาย
การสูญหาย
ความซับซ้อนทางเทคนิค
ข้อเสีย
ความโปร่งใสและปลอดถัย
โอกาสในการทำกำไรสูง
การเข้าถึงง่าย
การกระจายความเสี่ยง
รูปแบบการทำงานของสกุลเงินดิจิทัล(Cryptocurrency)
Cryptocurrency มีหลักการทำงานอย่างไร? Cryptocurrency ทำงานอยู่บนเทคโนโลยีที่ชื่อว่า “บล็อกเชน” (Blockchain) เป็นเทคโนโลยีการเก็บข้อมูลด้วยวิธีการเข้ารหัสคอมพิวเตอร์ โดยจะบันทึกข้อมูลลงในกล่อง (Block) และนำมาต่อกันเรื่อย ๆ เหมือนสายโซ่ (Chain) ซึ่งจะไม่สามารถย้อนกลับได้ ทำให้ยากต่อการปลอมแปลง แก้ไข หรือทำลายข้อมูล
สกุลเงินดิจิทัลทำงานอย่างไร
Cryptocurrency มีหลักการทำงานอย่างไร? Cryptocurrency ทำงานอยู่บนเทคโนโลยีที่ชื่อว่า “บล็อกเชน” (Blockchain) เป็นเทคโนโลยีการเก็บข้อมูลด้วยวิธีการเข้ารหัสคอมพิวเตอร์ โดยจะบันทึกข้อมูลลงในกล่อง (Block) และนำมาต่อกันเรื่อย ๆ เหมือนสายโซ่ (Chain) ซึ่งจะไม่สามารถย้อนกลับได้ ทำให้ยากต่อการปลอมแปลง แก้ไข หรือทำลายข้อมูล
น.ส.กิ่งแก้ว พรหมชื่น เลขที่3 กจ.5/3