Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
หญิงไทย อายุ 48 ปี การวินิจฉัย Recurrent CA cervix stage IVB - Coggle…
หญิงไทย อายุ 48 ปี
การวินิจฉัย Recurrent CA cervix stage IVB
อาการและอาการแสดง
ประจำเดือนมานานและมากผิดปกติ
ปวดท้องน้อย
เบื่ออาหาร
การตรวจพิเศษ
CTWA ลาสุด 16/01/68
A few heterogeneous enhancing mass in the pelvic cavity and cul-de-sac could be recurrent tumor.
The largest lesion (Im101/Se401) invades the sigmoid colon and uterus, measuring about 4.4x4.2x3.8 cm in axial and vertical diameters.
The lesion in the cul-de-sac invades the rectum and uterine cervix, measuring about 4.0×3.3x3.0 cm in axial and vertical diameters.
A few pulmonary nodules in the RML and RLL, measuring up to 0.8 cm. These lesions are possibly lung metastasis
Recurrent CA cervix
A few heterogeneous hypoenhancing masses in both hepatic lobes, measuring up to 5.4x5.3 cm in axial diameter at the hepatic segment 8. These lesion could be liver metastasis. The lesion in the hepatic segment 7 also invades the right hemidiaphragm.
Minimal right pleural effusion with a few pleural nodule, measuring up to 2.9 cm.Pleural metastasis is possible.
น้ำหนักตัวลดลง 10 กิโลกรัม
อ่อนเพลีย
มีการลุกลามไปยังอวัยวะ ได้แก่ สำไส้ ทวารหนัก ตับ และปอด
สาเหตุ
การเริ่มมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุยังน้อย
เริ่มมีบุตรคนแรกตอนอายุ 18 ปี
มีบุตรทั้งหมด 3 คน
มีประวัติเคยสุบบุหรี่สูบบุหรี่
พยาธิสภาพ
การเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติ(Dysplasia)ของเซลล์เยื่อบุ บางครั้งเรียก cervical intraepithelial neoplasia (CIN)
การแบ่งเซลล์บริเวณคอมดลูก
สามารถแบ่งความผอดปกติของโรคได้
ชนิดของมะเร็งปากมดลูก มี 3 ชนิด
(1) Squamous cell carcinoma
พบได้ร้อยละ 90-95 ได้แก่
large cell non keratinizing,
large cell keratinizing
และ Small cell non keratinizing
(เป็นชนิดที่พยากรณ์โรคเลวที่สุด)
(2) Adenocarcinoma พบได้ร้อยละ 5
แบ่งเป็น well differentiated, moderate differentiated
(3) Adenosquamous cell carcinoma มีเซลล์ของชนิดที่ 1 และ 2 รวมกัน ซึ่งพบได้น้อย
high-grade squamous intraepithelial lesion
(HSIL)
HSILจะกลายเป็นมะเร็งได้มากกว่าพวก LSIL
การเจริญของเซลล์ที่ผิดปกติ (dyeplasia) จะค่อย ๆกลายเป็นมะเร็งโดยอาจใช้เวลา 7-10 ปี
สามารถตรวจความผิดปกติได้โดยการทำ
pap smear, colposcopy
cervical intraepithelial neoplasia (CIN)
Mild dysplasia
CIN 1 มีความผิดปกติ ใน
Lower 1/3 ของเยื่อบุ squamous
Moderate dysplasia
CIN 2 มีความผิดปกติ ใน
Lower 2/3 ของเยื่อบุ squamous
Severe dysplasia
CIN 3 มีความผิดปกติ เกือบทั้งหมด ในชั้นของเยื่อบุ squamous แต่ไม่ลุกลามต่ำกว่าชั้น basement membrane
Benign
ไม่รุนแรง
ไม่ร้ายแรงและมีการอักเสบร่วม
ตรวจไม่พบเซลล์มะเร็งในเยื่อบุคอมดลูก
มะเร็งแพร่กระจาย
Low-grade squamous intraepithelial
lesion (LSIL)
อาการปัจจุบัน
ผู้ป่วยรู้สึกตัวดี สื่อสารรู้เรื่อง ขณะนั้นผู้ป่วยง่วงซึมหลังรับยาแก้ปวด หายใจไม่มีเหนื่อยหอบ Room air ปากแห้ง ลิ้นแดงมีฝฝา ทานอาหารปกติได้ 5 ช้อน แขนข้างขวา On injection plug ไม่มีปวด บวมแดง ใส่ผ้าอ้อม ถูกจำกัดการเคลื่อนไหวอยู่บนเตียง สามารถช่วยเหลือตัวเองได้บนเตียง E4V5M6 Motor power แขนขาทั้งสองข้าง grade 5
T = 37.9 องศา R = 20 ครั้ง/นาที P = 88 ครั้ง/นาที BP = 136/78 มิลลิลิตรปรอท
ช้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
ไม่สุขสบายเนื่องจากมีไข้
ไม่สุขสบายเนื่องจากปวดจากพยาธิสภาพของโรค
กิจกรรมทางการพยาบาล
ภาวะไม่สมดุลของอิเล็กโทรไลต์เนื่องจากผลข้างของยาเคมีบำบัด
บันทึกปริมาณน้ำเข้าและออกจากร่างกาย (Intake/Output) อย่างละเอียด
ประเมินอาการและอาการแสดงของภาวะไม่สมดุลของอิเล็กโทรไลต์อย่างต่อเนื่อง
Hyponatremia คือปวดศีรษะ กล้ามเนื้อกระตุก อ่อนเพลียหมดแรง ซึมลง คลื่นไส้อาเจียน
Hypochloremia กล้ามเนื้อกระตุกหรือหดเกร็ง หายใจถี่และตื้น
Hypomagnesemia อ่อนเพลีย สับสน เวียนศีรษะอย่างรุนแรง เหน็บชา เป็นตะคริว กล้ามเนื้ออ่อนแรง เกร็ง สั่น กระตุก หรือหดเกร็ง จังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติ บุคลิกภาพเปลี่ยนแปลง บุคลิกภาพเปลี่ยนแปลง ชัก
บริหารแมกนีเซียมทดแทนตามแผนการรักษา และเฝ้าระวังผลข้างเคียงจากการให้แมกนีเซียมทดแทน เช่น หน้าแดง ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นช้า
บริหารสารน้ำที่มีโซเดียมและคลอไรด์ทดแทนตามแผนการรักษา เช่น 0.9% NaCl
ติดตามผลทางห้องปฏิบัติการของอิเล็กโทรไลต์
ให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและญาติเกี่ยวกับผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัดที่อาจทำให้เกิดภาวะไม่สมดุลของอิเล็กโทรไลต์
ไม่สุขสบายเนื่องจากมีไข้
ประเมินสัญญาณชีพ โดยเฉพาะอุณหภูมิร่างกายทุก 4 ชั่วโมง
ประเมินอาการร่วม เช่น หนาวสั่น เหงื่อออก ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร
เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นเพื่อลดอุณหภูมิร่างกาย
กระตุ้นให้ผู้ป่วยดื่มน้ำอย่างน้อย 2,000-3,000 มล./วัน ถ้าไม่มีข้อห้าม
บริหารยาลดไข้ตามแผนการรักษา เช่น Paracetamol
สอนญาติให้สังเกตอาการผิดปกติที่ต้องแจ้งแพทย์
ไม่สุขสบายเนื่องจากปวดจากพยาธิสภาพของโรค
ประเมินอาการปวด ด้วยเครื่องมือ Numerical Rating scale
ดูแลให้ได้รับยาแก้ปวดตามแผนการรักษาของแพทย์ จากนั้น ประเมินอาการผิดปกติหลังได้ยา ประเมินอาการปวดซ้ำหลังได้รับยา
จัดให้ผู้ป่วยนอนท่าที่สุขสบาย
จัดสิ่งแวดล้อมรอบเตียง ให้มีบรรยากาศที่โปร่งโล่งสบาย เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกสงบ ลดสิ่งรบกวน
เสี่ยงต่อการติดเชื้อเนื่องจากมีระบบภูมิคุ้มกันต่ำ
ประเมินสัญญาณชีพ โดยเฉพาะอุณหภูมิร่างกายทุก 4 ชั่วโมง
การล้างมือโดนยึดหลัก 5 Moment ก่อนทพการพยาบาลกับผู้ป่วย
ให้การพยาบาลโดยยึดหลักเทคนิคปลอดเชื้อ (Aseptic technique)
ดูแลให้ได้รับยาปฏิชีวนะ (Antibiotic) ตามแผนการรักษา ของแพทย์ และประเมินอาการผิดปกติหลังได้รับยา
เสี่ยงเกิดภาวะทุพโภชนาการเนื่องจากผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัดและอาการของโรค
แนะนำผู้ป่วยและญาติ ให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารทีละน้อยแต่บ่อยครั้งขึ้นหรือเพิ่มมื้ออาหาร
แนะนำรับประทานจำพวกโปรตีน เช่น เนื้อ นม ไข่ มากขึ้น เพื่อช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย
แนะนำการดูแลช่องปาก โดยขณะได้รับยาเคมีบำบัด โดยให้ผู้ป่วยอมน้ำแข็ง 5 นาทีก่อน ให้ยา ขณะให้ยา และหลังให้ยา 30 นาที
ปรึกษาโภชนากรเพื่อเพิ่มอาหารเสรมทางการแพทย์ให้ผู้ป่วย วันละ 3 มื้อ ระหวางที่ผู้ป่วยยังอยู่โรงพยาบาล เนื่องจาก ผู้ป่วยโรคมะเร็งต้องการปริมาณโปรตีน
1.2-1.5 กรม ต่อวันต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
การแปรงฟันโดยใช้แปรงที่นุ่มแปลงวันละ 4 ครั้ง ใช้น้ำเกลือบ้วนปากภายหลังการแปรงฟัน ให้อมไว้ในช่องปาก 30 วินาทีก่อนบ้วนทิ้ง
ภาวะไม่สมดุลของอิเล็กโทรไลต์เนื่องจากผลข้างของยาเคมีบำบัด
เสี่ยงต่อการติดเชื้อเนื่องจากมีระบบภูมิคุ้มกันต่ำ
เสี่ยงเกิดภาวะทุพโภชนาการเนื่องจากผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัดและอาการของโรค