Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Final Quanti, สารออกซิไดซ์, สารรีดิวซ์, ring structure or Clawlike =…
Final Quanti
การไทเทรตโดยการเกิดสารเชิงซ้อน 35%
ligand
เป็นโมเลกุลหรือไอออนที่ประกอบด้วยอะตอมอย่างน้อย 1 ตัว ที่มีอิเล็กตรอนอย่างน้อยคู่หนึ่งอิสระ เช่น O N X S
2.Bidentate ligand ให้ e- อิสระ2 หมู่ใน1 โมเลกุล
1.Unidentate หรือ monodentate Ligand ให้ e- 1 คู่
3.Multidentate ligand or polydentate ligand
coordination number (จำนวนที่พันธะที่เกิดขึ้นกับอะตอมกลาง
สารที่เกิดจากพันธะโคเวเลนท์ อะตอมของโลหะหรือแคตไอออน(central atom) รับคู่e- จากแอนไอออน(ligand) สปก.เชิงซ้อนส่วนใหญ่มีสี
ปฏิกิริยาระหว่างไอออนของโลหะกับลิแกนด์
M กับ Tetradentate ligand (D)
M กับ B
ถ้า M เป็นไอออนของโลหะ ที่มี CN=4 (ต้องการ 4 คู่e-) จะเกิดสารเชิงซ้อนกับลิแกนด์ชนิดต่างๆ
3.M กับ A
หาปริมาณ
ไอออนของโลหะ
การเกิดเป็นสารประกอบเชิงซ้อนระหว่างไอออนของโลหะ(ตัวรับ e-)กับสารที่สามารถให้คู่อิเล้กตรอนกับโลหะได้
กราฟของการไทเทรตสำหรับปฏิกิริยาการเกิดสารเชิงซ้อน
การไทเทรคที่เกี่ยวกับ EDTA
คุณสมบัติ
การคำนวณค่า conditional formation constant
การสร้างกราฟการไทเทรต
ปัจจัยที่มีผลต่อกราฟการไทเทรต
อินดิเคเตอร์สำหรับการไทเทรตที่ใช้ EDTA
การไทเทรตด้วย EDTA
การไทเทรตรีดอกซ์ 35%
Redox = reduction(ตัว oxidize) + oxidation(ตัว reduce)
การไทเทรต
ถ้าสารที่ต้องการวิเคราะห์ เป็นตัว oxidize ต้องนำไปไทเทรตกับ ตัวreduce (titrant)
E cell = Ec-Ea
ขั้วไฟฟ้าอ้างอิง คือ ครึ่งเซลล์มาตรฐานไฮโดรเจน (SHE)
E0
ค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานรีดักชัน
ค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานออกซิเดชัน
บอกความสามารถในการรับอิเล็กตรอน
โดยทั่วไปค่า E0 คือ ค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานรีดักชัน
สมการเนินสท์
: การคำนวณศักย์ไฟฟ้าที่มีความเข้มข้นเข้ามาเกี่ยวข้อง (ความเข้มข้น # 1)
กราฟการไทเทรต
ก่อนจุดสมมูล มีสารที่ต้องการวิเคราะห์เหลือ (คิดสารที่ต้องการวิเคราะห์)
จุดสมมูล สารที่ต้องการทำปฏิกิริยาพอดีกับ titrant (คิดสารที่ต้องการวิเคราะห์ และ titrant)
หลังจุดสมมูล มี titrant เหลือ (คิด titrant)
ปัจจัยที่มีผลต่อกราฟไทเทรต
ความเข้มข้น
ความสมบูรณ์ของปฏิกิริยา
การไทเทรตสารละลายผสม
การตรวจวัดจุดยุติในปฏิกิริยา redox
วัดค่าศักย์ไฟฟ้า
สังเกตการเปลี่ยนแปลงสี เช่น สีของไทแทรนต์หรือของอินดิเคเตอร์
สีของไทแทรนต์ เช่น KMnO4 มีสีม่วงเข้มเมื่อสารละลายเจือจางจะมีสีชมพู
สีของอินดิเคเตอร์
General redox
Specific
การประยุกต์ใช้ของการไทเทรตปฏิกิริยารีดอกซ์
สารช่วยเปลี่ยนออกซิเดชันเสตท ( Auxiliry reagent)
Reductor
Jone
ใช้ สังกะสีเจือปรอท เป็นตัวรีดิวซ์ บรรจุลงในคอลัมน์แก้ว
ข้อเสีย
: เกิดการปนเปื้อน Zn2+
ข้อดี
: อะมัลกัมของสังกะสีเป็นตัวรีดิวซ์ที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับโลหะบริสุทธิ์ใช้ป้องกันการเกิด Reduction ของ H+ ด้วยการเทสารละลายกรดผ่านโจนส์ รีดักเตอร์ ซึ่งจะไม่เกิดแก๊ส H2
Walden
ใช้เม็ดเล็กๆของเงินเป็นตัวรีดิวซ์และ
สารละลายที่นำมารีดิวซ์ต้องละลายในกรดไฮโดรคลอริก
2.โซเดียมซัลไฟต์ และซัลเฟอร์ไดออกไซด์
ต้องทำในสารละลายที่เป็นกรด ที่มากเกิดพอจะกำจัดโดยการต้ม
1. โลหะต่างๆ
: อาจอยู่ในรูปแท่งหรือขดเป็นวงกลม ส่วนที่เหลือจากการทำปฏิกิริยาสามารถเอาออกได้โดยหยิบออกหรือล้างให้สะอาด ถ้าเป็นผงหรือเม็ดต้องกำจัดออกจากสารละลายโดยการกรอง ใช้เครื่อง Reductor
แคดเมียม
อลูมิเนียม
สังกะสี
3. ดีบุกคลอไรด์ SnCl2
มักใช้ในการรีดิสซ์ Fe(III) เป็น Fe(II) ในการไทเทรตด้วย Ce(IV)
Auxillary Oxidizing Reagent
โซเดียมและไฮโดรเจน เพอร์ออกไซด์ (Na2O2,H2O2)
Br
แอมโมเนียเปอร์ออกโซไดซัลเฟต ((NH4)2S2O8)
Cl
โซเดียมบิสมัธเธต (NaBiO3)
KmnO4
สเปกโทรโฟโตเมทรีแบบดูดกลืน 10%
เทคนิคที่ศึกษาการเกิดอันตรกิริยาระหว่าง
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับสสาร
(คลื่นวิทยุ คลื่นไมโครเวฟ คลื่นแสง)
รังสีแม่เหล็กไฟฟ้า
คลื่น
ความยาวคลื่น: ระยะทางที่วัดจากยอดคลื่นหนึ่งไปอีกยอดหนึ่ง
(m,cm,nm)
ความถี่
ความเร็วของคลื่น
เลขคลื่น: เศษหนึ่งส่วนความยาวคลื่น
อนุภาค
Max planck มีลักษณะเป็นกลุ่มพลังงาน เรียกว่า โฟตอน หรือ ควอนตา
รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าประกอบด้วย
สนามแม่เหล็กและสนามไฟฟ้าตั้งฉากกัน
การเกิดอันตรกิริยาของสสารกับคลื่นแสง
คลื่นแสงผ่านเข้าไปยังสารที่จะวิเคราะห์ โฟตอนของแสง
เกิดอันตรกิริยากับสสาร Absorption -> Absorbance
การดูดกลืนคลื่นแสงของโมเลกุล
Ground state > +hV > Excited state > Absorption (สารที่ดูดกลืนไว้จะต้องพอดีกับพลังงานที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง > emission
สเปกตรัม
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ด้านการวิเคราะห์ทางสเปกโทรเคมีนั้น ประกอบด้วยคลื่นที่มี
ความถี่และความยาวคลื่นต่างๆ
เป็นช่วงกว้างๆตั้งแต่
คลื่นวิทยุซึ่งมีพลังงานต่ำสุด (ความยาวคลื่นสูงสุด) ไปจนถึงรังสีแกมมาซึ่งมีพลังงานสูงสุด (คามยาวคลื่นต่ำสุด)
และเรียกกันว่าช่วงสเปกตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
Absorption spectroscopy
เทคนิค UV/Vis specreoscopy เราจะวัดความเข้มของคลื่นแสงที่ลดลง หลังจากผ่านคลื่นแสงไปยังสารและถูกสารดูดกลืนไว้ เรียกกระบวนการนี้ว่า การดูดกลืนคลื่นแสง
กฎของการดูดกลืนแสง
เครื่องสเปกโตรโฟโตมิเตอร์
Cuvettes เซลล์บรรจุสารละลาย
การหาปริมาณสารโดยใช้การวัดการดูดกลืนแสง
2.เตรียมสารละลายมาตรฐานความเข้มข้นต่างๆ เขียนกราฟมาตรฐาน
3.หาความเข้มข้นของสารละลายตัวอย่างจาก กราฟมาตรฐาน
1.หาความยาวคลื่นสูงสุด
การไทเทรตโดยการเกิดตะกอน 10%
สารออกซิไดซ์
K2Cr2O7
KMnO4
Ce4+
I2
KBrO3
สารรีดิวซ์
Na2S2O3
Fe2+
ring structure or Clawlike = chelate complex
เกิดจากสารประกอบอินทรีย์ เรียกอีกชื่อว่า chelating agent
Auxiliary reduce reagent
สารละลายมาตรฐานที่ใช้เป็นไทแทรนต์