Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลเด็กที่มีปัญหาทางระบบประสาท - Coggle Diagram
การพยาบาลเด็กที่มีปัญหาทางระบบประสาท
ชักจากไข้สูง
อาการชักที่เกิดร่วมกับการมีไข้ในเด็กอายุ3เดือน-5ปี
สาเหตุ
พันธุกรรม
การติดเชื้อ
การได้รับวัคซีน
พยาธิสภาพ
อุณหภูมิร่างกายสูงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงศักย์ไฟฟ้าของเซลล์ประสาท มีไข้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเมตาบอลิซึมส่งผลให้เซลล์ประสาทไวต่อการชัก
อาการและอาการแสดง
ก่อนชัก มีอุณหภูมิสูง38องศาเซลเซียส ตัดร้อนกระสับกระส่าย
ชักตัวแข็ง ชักเกร็ง/กระตุก
ลักษณะอาการชัก
ชักแบบไข้สูงธรรมดา
ชักทั้งตัวไม่เกิน15นาที ไม่ชักซ้ำภายใน24ชม.
ชักจากไขสูงแบบซับซ้อน
แแบเฉพาะนานกว่า15นาที ชักซ้ำภายใน24ชม.
การรักษา
ชักเกิน5นาที แพทย์ให้ยา diazepam(0.2-0.4mg/kg/ครั้ง) ทางIVหรือทางทวารหนัก
ให้ยาลดไข้ Acetaminophen 15mg/kg/ครั้ง ทุก4-6ชม.
การวินิจฉัย
น้ำไขสันหลังปกติจะใส
ความดันไม่เกิน180cmH2O
ค่าโปรตีนไม่เกิน40mg/dl
ค่าน้ำตาลในไขสันหลังไม่ต่ำกว่าร้อยละ50ของน่ำตาลในเลือด
เม็ดเลือดขาวไม่เกิน5cell/mm3,ไม่พบneutrophil
ลมชัก
ชักที่เกิดขึ้นซ้ำๆ 2ครั้งขึ้นไปไม่รวมกับอาการชักซ้ำที่เกิดภายในสมอง เกิด2-3นาที หากนานเกิน10นาทีต้องรักษา
สาเหตุ
การติดเชื้อทางระบบประสาท
วัณโรค
ติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์
ขาดโฟเลต
พันธุกรรม
ภูมิต้านทานต่อตนเองเกี่ยวกับอักเสบระบบประสาทส่วนกลาง
ชนิด
ชักเฉพาะที่
จุดกำเนิดชักสมองเพียงด้านเดียว คือชักส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย
ชักทั้งตัว
จุดกำเนิดชักอยู่ที่สมองทั้งสองด้าน ชักทั่วร่างกาย ไม่รู้สึกตัว
ชักเหม่อ ชักสะดุ้ง ชักกระตุก ชักตัวอ่อน
เกิดตั้งแต่เด็ก3เดือนถึง2ปี งอศรีษะ ลำตัว แขนขาเข้าหากันสั้นๆแล้วสะดุ้ง
ชัก5-10วินาที เกิดได้หลายครั้ง/วัน ไม่มีการเกร็งกล้ามเนื้อ ตากรถพริบ
ชักไม่ทราบจุดกำเนิด
ไม่ทราบว่าเกิดขึ้นที่จุดใดของสมอง
อาการและอาการแสดง
เกร็ง กระตุก ทั้งเกร็งทั้งกระตุก สติเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยถึงขั้นหมดสติ
การรักษา
ให้ยา Phenobarbital มีฤทธิ์ง่วงซึมเดินเซ
ให้ยา Phenytoin มีฤทธิ์ เซ ง่วงซึม เห็นภาพซ้อน ผื่น ซีด
ให้ยา Valproic acid มีฤทธิ์ง่วงซึม คลื่นไส้อาเจียน มือสั่น
ให้ยา Benzodiazepine มีฤทธิ์ง่วงหลับ พฤเปลี่ยนแปลง มีเสมหะมาก
ให้สารอาหารไขมันสูง คาร์โบต่ำ โปนตีนเพียงพอต่อร่างกายทำให้สารคีโตนสูง
ให้วิตามินบี6ขนาดสูงรักษาลมชีกที่มีสาเหตุจากการขาดไพริด็อกซิน
การวินิจฉัย
1.ซักประวัติ กิจกรรมก่อนชัก
2.ตรวจศรีษะเกี่ยวกับระบบประสาท
3.ตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง
เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
อักเสบเฉียบพลันที่เยื่อหุ้มสมองชั้นในและอแรคนอยด์ที่อยู่รอบๆสมองและไขสันหลัง
สาเหตุ
ติดเชื้อไวรัส
ติดเชื้อแบคทีเรีย
ติดเชื้อพยาธิ
ติดเชื้อรา
ไม่ใช่การติดเชื้อเช่น เนื้องอก การกระทบกระเทือนถึงสมอง
ได้รับสารพิษ
อาการและอาการแสดง
มีไข้ ซึมลง กระหม่อมโป่งตึง อาเจียน ชัก
อาการแสดงการระคายเคืองของเยื่อหุ้มสมอง
คอแข็ง
Kernig’s sign ผลบวก
Brudzinski‘s sign ผลบวก
Cerebrospinal fluid test
Pressure เด็กโต 110-150
ทารก 100
Red cell ไม่พบ
White cell count ไม่พบ
Glucose 50-75mg/dl
Protein 14-45mg/dl
สมองอักเสบ
อักเสบ/ติดเชื้อของเนื้อสมองและเยื่อหุ้มสมองเกิดจากติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่สมอง
สาเหตุ
เชื้อไวรัสมาจากสัตว์ พาหะคือยุงรำคาญ ยุงลาย แหล่งสะสมเชื้อโรคคือหมู หมา วัว ควาย แพะ นกกระจอก
อาการและอาการแสดง
ไข้สูง ปวดศรีษะมาก คลื่นไส้อาเจียน ต่อมาไข้สูง ซึม ตัวเกร็งแข็ง ชัก แขนขาอัมพาตร่วมด้วย ภาวะสมองบวมทำให้สมองสูญเสียหน้าที่
การรักษา
ยากันชัก Phenobarbital
ลดอาการสมองบวมDexamethasone
ยาปฏิชีวนะ
การป้องกัน
ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบตั้งแต่9เดือนขึ้นไป
ภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง
มีการคั่งของน้ำไขสันหลังในกระโหลกศรีษะบริเวณVentricleและsubarachnoid Spaceมากกว่าปกติ
ทำให้เกิดความดันในกระโหลกศรีษะเพิ่มขึ้น
สาเหตุ
สร้าง/ผลิตน้ำไขสันหลังมากกว่าปกติ
การอุดกั้นการไหลเวียนของน้ำหล่อสมองและไขสันหลัง
ความผิดปกติในการดูดซึมน้ำไขสันหลัง
อาการและอาการแสดง
ศรีษะโต/หัวบาตร
กระหม่อมยังไม่เปิด โป่งตึง
หนังศรีษะบางมองเห็นเส้นเลือดดำที่ใบหน้าและศรีษะโป่งตึง
เสียงเคาะกระโหลกเหมือนหม้อแตก
ตา2ข้างกรอกลงล่าง
ตาพล่ามัว เห็นภาพซ้อน
รีเฟลกซ์ขาทั้ง2ข้าง ไวกว่าปกติ
กล้ามเนื้ออ่อนแรง
พัฒนาการช้ากว่าปกติ
การวินิจฉัย
การตรวจด้วยการส่องไฟฉาย
การรักษา
ผ่าตัดรักษาสาเหตุ
Ventriculo-peritoneal shunt
ภาวะแทรกซ้อน
-Obstruction
-Infection
ให้ยาลดสร้างน้ำไขสันหลัง
สมองพิการ
ผิดปกติด้านการเคลื่อนไหวและท่าทาง
สาเหตุ
เสี่ยงตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เช่นภาวะตัวเล็กในครรภ์ น้ำหนคแรกคลอดน้อย ติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ ปัญหาสมองจาดเลือด
มารดามีโรคประจำตัว ไทรอยด์ ภาวะเลือดออกง่าย
ความเสี่ยงระหว่างคลอด เด็กคลอดยาก ขาดออกซิเจนช่วงแรกเกิด ภาวะเลือดออกในสมอง
พยาธิ
กลุ่มเกร็ง กล้ามเนื้อเกร็ง เคลื่อนไหวช้า ทำให้ควบคุมกล้ามเนื้อ คอ ลำตัว แขน ขาไม่ได้
กลุ่มเคลื่อนไหวปกติ ไม่สามารถควบคุมให้อยู่นิ่งๆ จะมีการแสดงสีหน้า คอบิด แขนงอ เหยียดเปะปะ พูดกลินลำบาก กระตุกอย่างรวดเร็วคล้ายขว้างลูกบอล
การรักษา
ทำกายภาพบำบัดเพื่อให้เคลื่อนไหวได้ปกติที่สุด
ฝึกกิจกรรมบำบัด เพื่อนทำกิจวัตรประจำวันได้
ยา ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ
Spina bifida
ความผิดปกติของท่อระบบประสาทที่เจริญไม่สมบูรณ์ ทำให้รอยต่อของกระดูกสันหลังไม่เชื่อมติดกัน ความผิดปกติคือแนวไขสันหลังภาวะหลอดประสาทไม่ปิด
สาเหตุ
ขาดกรดโฟลิกหรือวิตามินบี9ของมารดาขณะตั้งครรภ์ พัยธุกรรม ไข้สูง ทานยากันชักเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์
พยาธิสภาพ
ในครรภ์มารดาสัปดาห์ที่10จะมีการสร้างของรอยต่อระหว่างกระดูกสันหลังทุกข้อ กระดูกสันหลังมี3แห่ง body 1แห่ง arch2แห่ง จะเจริญเป็นกระดูกไจสันหลังที่สมบูรณ์
ชนิด
Spina bifida occultation
รุนแรงน้อยสุด พบมากสุด ไม่มีถุงยื่น แต่ภายในช่องโหว่กระดูกไขสันหลัง มีรอยเล็กๆ กลุ่มขนและไขมันส่วนเกินอยู่บริเวณผิวหนังส่วนหลัง
Meningocele
พบถุงน้ำลักษณะใส นิ่ม ยื่นออกมากลางกระดูกสันหลัง แต่ถุงไม่มีเส้นประสาท
Myelomeningocele
มีถุงยื่นออกมากลางกระดูกสันหลัง พบความผิดปกติของการเคลื่อนไหวของขาเป็นอัมพาตและความรู้สึกที่ขาเสียไป ร่วมกับผิดรูปของขาเช่น เท้าปุก ข้อสะโพกเลื่อน
การวินิจฉัย
มารดาติดเชื้อขณะตั้งครรภ์พบ Alphafetoprotein ในน่ำคร่ำสูง
การรักษา
การผ่าตัดเย็บปิดถุงที่ยื่นออกมา
หลักและวิธีการประเมินเด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาท
1.ระดับความรู้สึกตัว
ระดับรู้สึกตัวดี ทำตามคำสั่งได้ถูกต้อง
ง่วง หลับแต่ปลุกตื่นแล้วตอบคำถามได้
ซึม ปลุกไม่ค่อยตื่น
ใกล้หมดสติมีการตอบสนองต่อการเจ็บปวด
หมดสติ ไม่รู้สึกตัวไม่ตอบสนอง
อาการทางตา
รูม่านตา
มีปฏิกิริยาช้า ผิดปกติ ไม่มีปฏิกิริยาต่อแสง
การกลอกตา
กลอกลูกตาไม่ได้ตามปกติ
ตรวจการรับรู้บุคคล เวลา สถานที่ความทรงจำ
การตรวจประสาทสมอง
ปฏิกิริยาการเคลื่อนไหว
การเปลี่ยนแปลงของสัญญาณชีพ
การตรวจวินิจฉัยเกี่ยวกับระบบประสาท
การเจาะหลัง
วินิจฉัยภาวะติดเชื้อ วัดความดันในน้ำใขสันหลังและให้ยา
การพยาบาลก่อน คือวัดV/S
การพยาบาลขณะเจาะหลัง จัดท่านอนตะแคงงอเข่าสองข้างชิดอก สังเกตการหายใจ อาการ ระดับความรู้สึกตัว
การพยาบาลหลัง นอนราบ6-8ชม วัดV/S สังเกตภาวะแทรกซ้อน.
การเจาะน้ำในช่องใต้ดูรา
เพื่อช่วยวินิจฉัยภาวะ subdural effusions และลดความดันในกระโหลกศรีษะ
การพยาบาลก่อน โกนศรีษะทำความสะอาดกระหม่อมหน้า
การพยาบาลขณะเจาะ ห่อตัวและยึดตรึงเด็ก สังเกตอาการ การหายใจ ระดับความรู้สึกตัว
การพยาบาลหลัง จัดท่านอนศรีษะสูงเพื่อลดการรั่วซึมของน้ำไขสันหลัง วัดV/S สังเกตภาวะแทรกซ้อน
การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง
เพื่อช่วยยืนยันการวินิจฉัย บอกตำแหน่งการเกิดโรค
การพยาบาลก่อนทำEKG สระผมเด็กให้สะอาดช่วยนำกระแสไฟฟ้าจากผิวหนังได้ดี
การพยาบาลขณะทำ ให้ยาchloral hydrate 50 mg/kg/doseเพื่อให้เด็กนิ่ง ระวังเด็กสำลัก
การพยาบาลหลังทำ วัดV/S
การตรวจCT scan ตรวจ MRI
ให้NPO 4-6ชม.
การพยาบาลหลัง นอนตะแคงข้างใดข้างหนึ่งและยกศรีษะสูง สังเกตอาการทั่วไป