Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Acute Lymphoblastic Leukemia มะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดลิมฟอยด -…
Acute Lymphoblastic Leukemia
มะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดลิมฟอยด
ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ
CBC:
Hct 23.6%
Plt 10,000 cell/mm3
Hb 7.2 g/Ul
Rdw.cr 15.5%
RBC 284,000 / Ul
Blast cell 95 %
WBC 150,980 cell/mm3
Lymphocyte 5.1%
Blood Chem
BUN 13.41 mg/dl,
Creatinine 0.71 mg/dl,
Total Protein 6.94,
B.Direct 0.14 mg/dl
Alb. 3.79 g%,
glb3.15 g%,
Chol 1.21
Total bililubin 0.54 mg/dl,
B.Indirect 0.40mg/dl
ALP 160 mg/dl,
AST 67 mg/dl
ALT 26 mg/dl,
K 4.72 mmol/L
Cl 103 mmol/L
CO2 26.9
Uric acid 8.61,
Na 131 mmol/L
Hemoculture
No Growth after 5 days
การรักษา
On O2 Canular 3 LPM
On 5% D/N/2 500 cc. + 7.5 NaHCO3 20 cc. IV 125 cc./hr.
Keep BP > 90/60 mm/Hg.
EKG 12 leads
Urine sugar stat
การตรวจร่างกายแรกรับ
ผู้ป่วยตื่นรู้ตัวรู้เรื่องดี ตอบคําถามได้เอง พูดคุยสื่อสารได้ดี
มีอาการเหนื่อยเพลีย
พบจุดจ้ําเลือดบริเวณข้อมือและเท้า
มีอาการปวดข้อมือ ข้อเท้าเล็กน้อย
มีเลือดออกตามไรฟัน
ปัสสาวะอุจจาระปกติไม่มีเลือดปน
สัญญาณชีพแรกรับ
BT 35 C๐ ,
PR 102/min ,
RR 26/min,
BP 108/64 mmHg.
น้ําหนัก 29กิโลกรัม,
ส่วนสูง 134 เซนติเมตร
พบตับโต 2 เซนติเมตร เปลือกตาซีด มีเลือดซึมที่ลิ้น เลือดออกตามไรฟัน
ประวัติครอบครัว
ผู้ป่วยตื่นรู้ตัวรู้เรื่องดี ตอบคำถามได้ถามได้ดีมาก มีอาการเหนื่อยเพลียทพบจุดจ้ำเลือดบริเวณข้อมือและเท้า มีอาการปวดข้อมือ ข้อเท้าเล็กน้อย มีเลือดออกตามไรฟัน ปัสสาวะอุจจาระปกติไม่มีเลือดปน สัญญาณชีพแรกรับ BT=35 องศาเซลเซียส PR=102/min BP=108/64 mmHg น้ำหนัก 29 kg ส่วนสูง 134 cm ตรวจร่างกายพบ ตับโต 2 cm เปลือกตาซีด มีเลือดซึมที่ลิ้น เลือดออกตามไรฟัน
พยาธิสภาพ
มี 2 แนวคิด ดังนี้
แนวคิดที่สองคือเซลล์หลายชนิดในระดับเซลล์ต้นกำเนิดการสร้างเม็ดเลือด มีความไว ต่อการเกิดการย้ายที่ของโครโมโซม ทำให้จำนวนโครโมโซมผิดปกติซึ่งอาจมีจำนวนมากกว่าปกติ หรือนอ้ยกว่า ปกติก็ได้ภาวะดังกล่าวทำ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการแบ่งตัวตามปกติของเซลล์ทา ให้เซลลถ์ ถูกยับยั้งที่ระดับใดระดับหนึ่งของกระบวนการแบ่งตัว และเซลล์ดังกล่าวมีเวลาวงจร ของเซลล์ที่ยาวนานกว่าเซลล์ปกติและไม่อยู่ภายใต้กลไกการควบคุมที่ปกติของร่างกาย
แนวคิดที่หนึ่งคือมีเซลล์ จำนวนหนึ่งที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับ เซลล์ต้นกำ เนิดในระบบเม็ดเลือดปกติที่มีคุณสมบัติในการสร้าง ตัวเองขึ้นมาใหม่ (self-renewal) เป็นเซลล์ตั้งต้นของมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลันชนิดมัยอีลอยด์ ซึ่งเซลล์ดังกล่าวมีการเพิ่มจำนวนได้ตามปกติแต่ไม่สามารถเจริญเติบโตไปเป็นเซลล์ตัวแก่ได้โดย พบว่ามียีน (gene) ที่เกี่ยวข้องในเซลล์ที่มีคุณสมบัติในการสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่เป็นยีน ที่มีการกลายเซลล์ มากกว่าหนึ่งคร้ังและสูญเสียการควบคุมอย่างมากการกลายเซลล์เกิดขึ้นได้ กับเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด สายมัยอีลอยด์ทุกชนิดทั้เซลล์มัยอีโลไซท์เซลล์อีริโทรไซท์และเซลล์เมกาคาริโอไซท์แต่การเจริญ ของเซลล์อีริโทรไซท์และเซลล์เมกาคาริโอไซท์ถูกยับยั้งโดยขบวนการของมะเร็งเม็ดเลือดขาวเอง ทำให้ เซลล์เหล่านี้ไม่เจริญเหมือนเซลล์มัยอีโลไซท์ส่งผลให้มีการสะสมของเซลล์มัยอีโลบลาสต์ในไขกระดูก และเลือดขี้น
ยาที่ผู้ป่วยได้รับ
Prednisolone (5mg) 3-3-2 tid pc
กลุ่มยา : คอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroid)
Ceffazolin 750 mg iv q 6 hr
กลุ่มยา : ยาปฏิชีวนะกลุ่มเซฟาโลสปอริน
Amikin 400 mg + 5% DW 30 cc. v in 30 min OD
กลุ่มยา : อะมิโนไกลโคไซด์ (Aminoglycosides)
Allopurinal (100mg) 1x3 pc
กลุ่มยา : ยาสามัญ
Onsia 5 mg iv ก่อนให้ยาเคมีบำบัด
VCR 1.5 mg iv หลัง
กลุ่มยา : Plant alkaloids
Doxorubicin USP 25 mg iv
กลุ่มยา : ยาเคมีบำบัด
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
ข้อวินิจฉัยที่ 1 มีภาวะติดเชื้อ เนื่องจากภูมิต้านทานของร่างกายลดลง
วัตถุประสงค์
ไม่เกิดภาวะติดเชื้อ
เกณฑ์ก่รประเมินผล
ไม่มีอาการและอาการแสดงของภาวะติดเชื้อ
WBC ปกติ = 4,500-10,000/uL
Lymphocyte ปกติ = 20-50%
T ปกติ 36.5-37.4 องศาเซลเซียส
ข้อมูลสนับสนุน OD:
WBC = 1 50,980 cell/mm3
Lymphocyte 5.1%
T = 35 องศาเซลเซียส
กิจกรรมการพยาบาล
3.ตรวจตำแหน่งที่ให้ยาและสารน้ำ
4.ดูแลให้ยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษาของแพทย์ คือ Ceffazolin 750 mg IV q 6 hr.
2.วัด V/S ทุก 4 ชั่วโมง โดยเฉพาะอุณหภูมิของร่างกาย
5.ติดตามผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการเกี่ยวกับการตรวจเลือด ดูจำนวนเม็ดเลือดขาว ผลการเพาะเชื้อต่างๆ
1.ประเมินอาการและอาการแสดงของภาวะติดเชื้อ
ข้อวินิจฉัยที่ 2 มีภาวะซีด เนื่องจากการสร้างเม็ดเลือดแดงลดลง
เกณฑ์การประเมินผล 1.ไม่มีอาการและอาการแสดงของภาวะซีด 2.ค่า Hb ปกติ = 12-16 g% 3.ค่า Hct ปกติ = <36 %
วัตถุประสงค์ ไม่เกิดภาวะซีดเพิ่มขึ้น
กิจกรรมการพยาบาล
วัด V/S ทุก 4 ชั่วโมง โดยเฉพาะอัตราการเต้นของหัวใจและอัตราการหายใจ
ดูแลให้ผู้ป่วยนอนพักผ่อนบนเตียงมากๆ
ประเมินอาการและอาการแสดงของภาวะซีด
ดูแลให้รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงเพราะธาตุเหล็กเป็นส่วน ประกอบสำคัญของฮีโมโกลบินในการสร้างเม็ดเลือดแดง
ติดตามผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการได้แก่ Hemoglobin และ Hematocrit เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงของผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ข้อมูลสนับสนุน
ตรวจพบเปลือกตาซีด
Hb = 7.2 g/Ul
Hct = 23.6%
ข้อวินิจฉัยที่ 3 เสี่ยงต่อภาวะเลือดออกง่าย เนื่องจากเกร็ดเลือดต่ำ
เกณฑ์การประเมินผล ไม่มีอาการและอาการแสดงของ ภาวะเลือดออกทั้งภายในและภายนอกร่างกาย Plt = 100,000-400,000/cc.mm
กิจกรรมการพยาบาล
สอนผู้ป่วยเด็กให้แปรงฟันเบาๆ ด้วยแปรงฟันที่อ่อนนุ่มหรืองดการแปรงฟัน
งดการใช้ยาแอสไพริน เนื่องจากรบกวนการทำงานของเกร็ดเลือด
หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือมีเลือดออก เช่น การเล่นของเล่นที่มีความแข็งเป็นโลหะ หรือมีแง่มุมที่อาจกระทบกระแทกให้เกิดอันตรายได้
ไม่วัดปรอทผู้ป่วยทางทวารหนัก
สังเกต บันทึก และรายงานแพทย์เกี่ยวกับอาการแสดงของการมีเลือดออกตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น จ้ำเลือดตามตัวและแขนขา เลือดกำเดา
ให้การพยาบาลผู้ป่วยด้วยความระมัดระวัง ยกเหล็กกั้นเตียงขึ้นเมื่อผู้ป่วยพักอยู่บนเตียง
วัตตถุประสงค์ ไม่เกิดภาวะเลือดออก
ข้อมูลสนับสนุน SD: มารดาให้ประวัติว่า 2 สัปดาห์ ก่อนมาโรงพยาบาล เริ่มมีจ้ำเลือดตามตัว สัปดาห์ต่อมายังมีจุดจ้ำเลือดตามข้อมือข้อเท้า OD:ตรวจร่างกาย พบว่า Pt มีเลือดออกตามไรฟัน พบจุดจ้ำเลือดบริเวณข้อมือและข้อเท้า Plt = 10,000 cell/mm3 ผู้ป่วยได้รับยาเคมีบำบัด - Doxorubicin USP 25 mg IV
ข้อวินิจฉัยการพยาบาลที่ 4 เสี่ยงต่อการเกิดภาวะเนื้อเยื่อพร่องออกซิเจนเนื่องจากภาวะซีด
วัตถุประสงค์ ไม่มีภาวะเนื้อเยื่อในร่างกายพร่องออกซิเจน
เกณฑ์การประเมินผล ไม่มีอาการเหนื่อยหอบ เขียวปลายมือปลายเท้า สัญญาณชีพปกติ
ข้อมูลสนับสนุน ผู้ป่วย On O2 Cannula 3 LPM ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยเพลีย
กิจกรรมการพยาบาล
2.กำหนดกิจกรรมที่ผู้ป่วยสามารถกระทำได้ตามความรุนแรงของภาวะซีด เช่น ต้องพักผ่อนบนเตียงตลอด หรือนั่งข้างเตียงทำกิจวัตรประจำวันเองได้บางส่วน
3.ดูแลให้ได้รับอาหารที่จำเป็นในการสร้างเม็ดเลือดแดง เช่น ธาตุเหล็ก โปรตีน วิตามินซี โฟลิอามีน และเป็นอาหารอ่อนย่อยง่าย
1.ดูแลให้ผู้ป่วยได้นอนพักผ่อนให้มากที่สุดเพื่อลดความต้องการของออกซิเจนในร่างกาย จัดสิ่งแวดล้อมให้เงียบสงบ อากาศถ่ายเทได้สะดวก
4.ดูแลให้ได้รับยาให้ครบถ้วนตามแผนการรักษาของแพทย์
5.วัดและบันทึกสัญญาณชีพ เพื่อประเมินภาวะพร่องออกซิเจน
6.ลดและหลีกเลี่ยงความเครียดทางร่างกายและจิตใจ เช่น การร้องไห้ ความต้องการให้ญาติมาอยู่ด้วย
7.จัดกิจกรรมการเล่นที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้ป่วย เพื่อลดความวิตกกังวลแต่ไม่เป็นการใช้พลังงานมากเกินไป