Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
กรณีศึกษาที่ 2 - Coggle Diagram
กรณีศึกษาที่ 2
ภาวะแพ้ท้องอย่างรุนแรง
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
ระดับของฮอร์โมนที่สร้างจากรก (ซึ่งเรียกว่า Human chorionic gonadotropin: HCG) และเอสโตรเจน (Estrogen) สูงขึ้นอย่างรวดเร็วในเดือนแรก ๆ ของการตั้งครรภ์ และทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนมาก
ผลของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ทำให้กระเพาะอาหารเคลื่อนไหวช้าลง อาการคั่งค้างอยู่นาน ยิ่งกระตุ้นให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนมากขึ้น
ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ เนื่องจากการได้รับอาหารไม่เพียงพอ มีผลทำให้สตรีตั้งครรภ์มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนได้
สภาพจิตใจของสตรีตั้งครรภ์ไม่ปกติ เช่น สตรีตั้งครรภ์กลัการคลอดบุตร ไม่อยากตั้งครรภ์หรือมีปัญหาทางเศรษฐกิจและครอบครัว อาจแสดงออกโดยการคลื่นไส้ อาเจียน ตรงกันข้ามสตรีตั้งครรภ์ที่อยากมีบุตรหรือดีใจมากไปอาจมีอาการแพ้ท้องมากเช่นกัน
ความไม่สมดุลของระดับฮอร์โมน เช่น เอสโตรเจน, HCG ที่มีปริมาณมากเกินไป ซึ่งสัมพันธ์กับอายุน้อย ครรภ์แรก การตั้งครรภ์แฝด แฝดน้ำ และครรภ์ไข่ปลาอุก
-
แนวทางการรักษา
-
รายที่มีอาการรุนแรงมาก
ให้ 5% D/NSS 1000 ml. หยดเข้าหลอดเลือดดำ สำหรับรายที่มีภาวะขาดสารอาหารอย่างรุนแรง ควรได้รับ parenteral nutrition therapy
การรักษาด้วยยา
ยาแก้อาการคลื่นไส้อาเจียน ได้แก่ Metoclopramide 5-10 mg. ฉีดเข้าทางกล้ามเนื้อ ทุก 68 ชั่วโมง หรือให้ยา Promethazine 125-25 mg. ฉีดเข้าทางกล้ามเนื้อทุก 46 ชั่วโมง ภายหลัง จากอาการดีขึ้นให้เปลี่ยนเป็นยารับประทาน
ยากลุ่มวิตามิน ได้แก่ วิตามินบี 6 (Pyridoxine) 10-25 มิลลิกรัม 1 เม็ด รับประทาน 34 ครั้งต่อวัน โดยขนาดสูงสุดในสตรีตั้งครรภ์ไม่ควรเกิน 200 มิลลิกรัม/วัน
ยาคลายกังวล และยานอนหลับ ได้แก่ Diazepam 2 มิลลิกรัม 1 เม็ด รับประทาน 2-3 ครั้งต่อวัน และ/หรือ Diazepam 5 มิลลิกรัม 1 เม็ด รับประทานก่อนนอน
แนวทางการวินิจฉัย
การซักประวัติ
อาการแพ้ท้องอย่างรุนแรงภายใน 12 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ หรือยาวนานมากกว่า 12 สัปดาห์ขึ้นไป น้ำหนักลด ความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า
การตรวจร่างกาย
การชั่งน้ำหนัก การตรวจพบอาการแสดงของการขาดน้ำ ลมหายใจ มีกลิ่นอะชิโตน และมีอาการแสดงทางด้านจิตใจ เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
-
การตรวจเลือด พบมีการเพิ่มขึ้นของ BUN, creatinine และระดับของเอนไซม์ตับ (liver enzyme) แต่มีการลดต่ำลงของโปแตสเซียม (hypokalemia) และโซเดียม (hyponatremia)
-
อาการและอาการแสดง
-
-
อาการแสดงของภาวะขาดน้ำ (dehydration) ได้แก่ อาการอ่อนเพลีย ริมฝีปากแห้ง ตาโหลลึก ผิวหนังขาดความชุ่มชื้น ปัสสาวะน้อยและมีสีเข้ม ชีพจรเร็ว ความดันโลหิตต่ำ เวียนศีรษะ หน้ามีด ซึมลง สับสน สูญเสียการรับรู้เรื่องบุคคล เวลาและสถานที่ (disorientation)
อาการแสดงจากการเกิดความไม่สมดุลของภาวะกรด-ด่างในร่างกาย ทำให้เกิดภาวะ acidosis และ alkalosis และความไม่สมดุลของเกลือแร่ (electrolyte imbalance) เช่น ปากคอแห้ง กระหายน้ำ กล้ามเนื้อกระตุกหรืออ่อนแรง ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง เป็นต้น
-
อาการแสดงจากกลุ่มอาการ Wenicke's encephalopathy เนื่องจากขาดวิตามินบี 1 จะมีอาการมองเห็นภาพซ้อน (ophthalmoplegia) อาการเซ (gait ataxia) และสับสน (confusion)
-
การพยาบาล
-
-
-
ดูแลให้งดน้ำและอาหารทางปากจนกว่าอาการจะบรรเทาลงหรือภายหลังหยุดอาเจียนอย่างน้อย 48 ชั่วโมง และดูแลความสะอาดของปากฟัน โดยเฉพาะหลังจากอาการอาเจียน
-
ภายหลังจากอาการบรรเทาลงและสามารถวับประทานได้แล้ว ดูแลให้เริ่มจิบน้ำซึ่งอาจเป็นน้ำขิงอุ่น ๆ และรับประทานขนมปังกรอบหรือขนมปังที่ไม่มีการปรุงแต่งกลิ่นหรือรสชาติ โดยให้เริ่มครั้งละน้อย จนกระทั่งสตรีตั้งครรภ์สามารถดื่มน้ำและรับประทานอาหารได้ตามปกติ
ดูแลด้านจิตใจโดยการอยู่เป็นเพื่อน ให้กำลังใจ เปิดโอกาสให้ชักถามข้อสงสัย รับฟังด้วยความสนใจ เอาใจใส่ ควรทำจิตใจให้สบาย และหลีกเสี่ยงสิ่งที่ก่อให้เกิดภาวะเครียดต่างๆ
-
การตั้งครรภ์ไข่ปลาอุก
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
ครรภ์ใช่ปลากอุกมีความสัมพันธ์กับเศรษฐานะ ยากจน ขาดสารอาหาร การตั้งครรภ์อายุน้อยกว่า 16 ปี และอายุมากกว่า 40 ปี ประวัติแท้งเองมากกว่าสองครั้ง ภาวะมีบุตรยากชื่งมักพบร่วมกับการกระตุ้นให้ไข่ตกด้วยยา clomiphene (Clomid) และประวัติเคยตั้งครรภ์ไข่ปลาอุกมาก่อนจะมีโอกาสเกิดมากกว่าคนทั่วไปถึง 16 เท่า
แนวทางการวินิจฉัย
การตรวจอัลตราซาวด์
ลักษณะของ complete mole ที่พบ ได้แก่ snow storm pattern ไม่พบถุงการตั้งครรภ์ หรือทารก ไม่มีน้ำคร่ำ และ พบถุงน้ำรังไข่ทั้ง 2 ข้าง
ลักษณะของ partial mole ที่พบ ได้แก่ ตรวจพบ cystic spaces เฉพาะที่ในเนื้อรก พบส่วนของทารก พบมีน้ำคร่ำแต่อาจมีปริมาณลดลง และไม่พบถุงน้ำรังไข่
-
ชนิด
ครรภ์ไข่ปลาอุกที่เป็นถุงน้ำบางส่วน (partial/incomplete hydatidiform mole) เนื้อรกมีทั้งปกติและบวมน้ำเป็นเม็ดใส (vesicle) ปนกัน ส่วนใหญ่พบหลอดเลือดและถุงน้ำคร่ำมีลักษณะปกติ
ครรภ์ไข่ปลาอุกที่เป็นถุงน้ำทั้งหมด (complete hydatidiform mole) เนื้อรกเป็นถุงน้ำเล็ก ๆ กระจุกอยู่ คล้ายพวงองุ่น ขนาดมดลูกโตอายุครรภ์ ฟังเสียงหัวใจทารกไม่ได้ มีเลือดออกทางช่องคลอดพร้อมกับมีเม็ดใส ๆ หลุดออกมาด้วย
อาการและอาการแสดง
-
-
-
อาการแพ้ท้องรุนแรง มักพบในรายที่มีขนาดมดลูกโตมาก และมีระดับ hCG > 100,000
ตรวจอัลตราชาวด์ถุงน้ำรังไข่ (theca lutein ovarian cyst) พบในราย complete mole ขนาด 6-12 เซนติเมตรทั้งสองข้าง
-
-
การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง จะพบลักษณะเหมือนกลุ่มของหิมะหรือปุยเมฆ (snow storm pattern) กระจายอยู่ทั่วไปในโพรงมดลูก
การพยาบาล
-
ให้การประคับประคองด้านจิตใจ เปิดโอกาสให้ระบายความรู้สึกพร้อมทั้งให้กำลังใจ และเปิดโอกาสให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในการดูแล
ดูแลการให้สารน้ำ เลือด และยา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นยาบรรเทาปวด และยากระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูกตามแผนการรักษา
ประเมินและบันทึกสัญญาณชีพทุก 15 นาที ในช่วงเวลา 1 ชั่วโมงแรก ทุก 30 นาทีในช่วงเวลา 1 ชั่วโมงต่อมา และทุก 1 ชั่วโมงจ นกว่าอาการจะคงที่ เพื่อเฝ้าระวังการตกเลือด
-
-
-