Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
หน้าที่ในการชำระหนี้ - Coggle Diagram
หน้าที่ในการชำระหนี้
วัตถุเเห่งหนี้ซึ่งเลือกชำระได้
การเลือกนั่นท่านให้ทำด้วยการเเสดงเจตนาลูกหนี้ฝ่ายหนึ่ง
กำหนดการเลือกให้ชำระหนี้ไว้ว่าให้กระทำโดยเจตนาคู่กรณีฝ่ายหนึ่งเพื่อทราบว่าตนได้เลือกกำหนดเพื่อการชำระหนี้เป็นอย่างใดซึ่งถ้าลูกหนี้เป็นผู้มีสิทธิเลือก
ก็เลือกต้องเเสดงเจตนาต่อเจ้าหนี้ว่าได้เลือกเอาการใดหรือถ้าเจ้าหนี้เป็นผู้มีสิทธิเลือกก็ต้องเเสดงเเก่ลูกหนี้เช่นกัน
การเเสดงเจตนาเลือกอาจเป็นลายลักษณ์อักษรหรือกระทำการโดยวาจาก็ได้
การเลือกชำระหนี้เป็นอย่างใดเเล้วถือว่าเป็นการชำระหนี้อันนั้นมาเเต่ตั้งต้น
ตั้งแต่ก่อหนี้ ผลคือ
เมื่อได้เลือกแล้วผู้มีสิทธิ์ในการเลือกจะกลับใจเลือกใหม่มิได้
เลือกภายในระยะเวลาที่กำหนดเเต่ละฝ่ายมีสิทธิเลือกมิได้เลือกภายในเวลาท่านว่าสิทธิในการเลือกนั้นย่อมตกไปอีกฝ่ายหนึ่ง
ตัวอย่าง นายเอต้องส่งมอบวิทยุให้เเก่นาย บี โดยมีกำหนดว่านายเอเป็นผู้เลือกภายในระยะ4วัน หากไม่เลือกภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าวสิทธิในการเลือกย่อมตกไปที่นายบี
ถ้ามิได้กำหนดเวลา เมื่อถึงกำหนดชำระหนี้ฝ่ายที่มีสิทธิเลือกจะกำหนดเวลาพอสมควรละบอกกล่าวไปยังอีกฝ่ายให้ใช้สิทธิภายในระยะเวลาที่กำหนด
นายบีตกลงซื้อโทรศัพน์จากนายเอ 10 เครื่องกำหนดให้เอเป็นผู้เลือกเเละส่งมอบในวันที่7 กันยา 2565 โดยมิได้กำหนดเวลาเลือก ดังนั่นเมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระวันที่ 7 กันยา 2565 ผู้ไม่มีสิทธิเลือกคือนายบีอาจกำหนดเวลาพอสมควรให้นายเอใช้สิทธิเลือก
กำหนดเวลาชำระหนี้
1.หนี้มิได้กำหนดเวลาชำระหนี้ มาตรา 203 วรรคเเรก
จะอนุมานจากพฤติการณ์ทั้งปวงได้ว่า หนี้ถึงกำหนดชำระเมื่อใดกำหนดเวลาชำระหนี้ก็ต้องเป็นไปตามที่พึงอนุมานได้นั่น
ตัวอย่าง นาย ก ยืมเครื่องบวชนาย บี เพื่อเอาไปใช้ในงานอุปสมบถบุตรชาย โดยมิได้กำหนดเวลาส่งคืน ดังนั่นก็พอจะอนุมานได้ว่าหนี้รายนี้ถึงกำหนดชำระเมื่อเสร็จจากงานอุปสมบถบุตร
2.หนี้ได้กำหนดเวลาชำระหนี้ 203 วรรคเเรก
ถ้าได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ตามวันเวลาปฎิทินหนี้นั่นย่อมถึงกำหนดชำระตามวันเวลาดังกล่าวที่ได้กำหนดไว้
ตัวอย่าง นายเอกู้เงินนาย บี ไป3000 บาท กำหนดใช้คืนในวันที่ 9 สิงหาคม 2565 ดังนั้นหนี้ย่อมถึงกำหนดชำระในวันที่ 9 สิงหาคม 2565
1. กำหนดเวลาชำระหนี้เป็นที่สงสัยมาตรา 203 วรรค 2
ให้สันนิษฐานก่อนว่า
1 เจ้าหนี้จะเรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ก่อนไม่ได้
ตัวอย่าง นาย ก ยืมเงินนาย ข ไป 1,000 บาทกำหนดชำระคืนภายใน 1 เดือนดังนั้นจึงเกิดเป็นกรณีสงสัยได้ว่านาย ข จะเรียกให้นาย ก ชำระเงินคืนก่อนครบกำหนด 1 เดือนได้หรือไม่ คำตอบคือไม่ได้
2.เเต่ลูกหนี้จะชำระหนี้ก่อนกำหนดได้
เเต่ นาย ก มีสิทธิที่จะชำระหนี้ ให้นาย ข ก่อนครบกำหนด1เดือน นาย ก มีสิทธิที่จะชำระ ให้นาย ข ในวันใดก็ได้นับตั้งเเต่วันสัญญาจนถึงวันครบกำหนด1 เดือน
2.กำหนดเวลาชำระหนี้เป็นที่ไม่เป็นสงสัยมาตรา 203 วรรคสอง
เมื่อหนี้ถึงกำหนดเวลาชำระหนี้ไว้เเล้วก็ย่อมไม่มีข้องสงสัยว่าหนี้จะถึงกำหนดชำระเมื่อใด
ผลของลูกหนี้ผิดนัด
ลูกหนี้ต้องรับผิดชอบอันเกิดเเต่ความเสียหายระหว่างลูกหนี้ผิดนัด 215
โดยปกติเมื่อเจ้าหนี้เป็นหนี้อยู่อย่างไร เจ้าหนี้ก็ชอบที่จะได้การชำระหนี้เป็นอย่างนั่ร ถ้าเจ้าหนี้ไม่ได้รับชำระหนี้ตามที่ควรจะเป็นเเละก่อให้เกิดความเสียหายเเเก่เจ้าหนี้ เจ้าหนี้ก้ย่อมเรียกค่าสินไหมทดเเทนกับลูกหนี้ได้
การที่ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามความประสงค์ที่เเท้จริง
ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องตามที่ควรจะเป็น เช่น ชำระหนี้ด้วย
วัตถุ
ประเภท
ชนิด
คุณสมบัติ
วัน เวลา
สถานที่ไม่ถูกต้อง
การที่เจ้าหนี้จะเรียกเอาค่าสินไหมทดเเทนเพื่อเสียเเก่ลูกหนี้นั่นต้องประกอบไปด้วย
1.ลูกหนี้ไม่ชำระให้ถูกต้องตามความประสงค์อันเเท้จริงเเห่งมูลหนี้
2.การไม่ชำระหนี้ดังกล่าวนั่นต้องก่อให้เกิดความเสียหายเเก่เจ้าหนี้ด้วย
เจ้าหนี้ไม่อาจรับชำระหนี้มาตรา 216
การชำระหนี้เป็นอันไร้ประโยชน์เเก่เจ้าหนี้เพราะเหตุลูกหนี้ล่าช้าผิด
เมื่อการชำระหนี้ล่าช้าไป การชำระหนี้ก็ไม่มีประโยชน์ต่อเจ้าหนี้เเล้ว เจ้าหนี้มีสิทธฺปัดไม่ชำระหนี้เเละจะเรียกเอาค่าสินไหมทดเเทนเพื่อการไม่ชำระหนี้ได้
การชำระหนี้จะเป็นผลสำเร็จเเละเป็นประโยช์เเก่เจ้าหนี้ก็ต่อเมื่อการชำระหนี้กระทำถูกต้องตามเวลา
ลูกหนี้ต้องรับผิดในความเสียหายอันเกิดระหว่างผิดนัดเพิ่มขึ้น มาตรา 217
1.ลูกหนี้จะต้องรับผิดชอบในความเสียบรรดาที่เกิดเเต่ความประมาทเลินเล่อในระหว่างที่ลูกหนี้ผิดนัด
ถ้าเกิดความเสียหายอย่างใดๆขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่อของลูกหนี้หรือของบุคคลที่ลูกหนี้ต้องรับผิดชอบในระหว่างที่ลูกหนี้ผิดนัดเเล้วลูกหนี้จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในความเสียหายนั่น
2.ลูกหนี้จะต้องรับผิดชอบในการที่การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัย
ถ้าการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะอุบัติเหตในระหว่างที่ลูกหนี้ผิดนัด
วัตถุเเห่งหนี้กับวัตถุเเห่งนิติกรรม
โดยทั่วไปทรัพย์ซึ่งเป็นวัตถุเเห่งการชำระหนี้มักจะเป็นการกำหนดเอาไว้ตายตัว
เช่น ทำสัญญาซื้อมังกร
เมื่อเป็นเช่นตามมาตรา 195 วรรคเเรก จึงส่งมอบข้าวชนิดกลางให้
ในบางกรณีที่คู่สัญญามิได้มีการกำหนดตัวทรัพย์ซึ่งเป็นวัตถุเเห่งหนี้ไว้เเน่นอน เพียงเเต่ระบุไว้เป็นประเภทเท่านั่น
เช่น ระบุว่าทำสัญญาซื้อข้าวสาร 1 กระสอบ ซื้อน้ำตาล 2 กระสอบ เช่นนี้ โดยมิได้ระบุไว้ในสัญญาว่าเป็นข้าวสารหรือน้ำตาลชนิดใดก็อาจมีปัญหาว่า กรณีดังกล่าวผู้ขายจะส่งมอบทรัพย์ชนิดใดให้เพราะข้าวเป็นทรัพย์ที่มีหลายชนิด
เช่น 5 % หรือ 10% หรือข้าวหอมมะลิ
ทรัพย์อันเป็นวัตถุเเห่งหนี้
วัตถุแห่งการชำระหนี้ซึ่งมิได้กำหนดลงไว้แน่นอนถึงยังไม่ได้กำหนดไว้แน่นอน จึงยังไม่เป็นทรัพย์เฉพาะสิ่ง
หากว่าลูกหนี้ได้กระทำ การอันตนพึงจะต้องทำเพื่อส่งมอบทุกประการแล้วหรือลูกหนี้ได้เลือกกำหนดทรัพย์ที่จะส่งมอบแล้วด้วยความยินยอมของเจ้าหนี้ทรัพย์ดังกล่าวนั้นจึงเป็นวัตถุในการชำระหนี้ตั้งแต่เมื่อเวลาที่ได้กระทำการนั้นเสร็จสิ้นลง
ซึ่งถ้าหากซื้อขาย มีผลในทางกฎหมายว่ากรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์นั้นได้โอนมายังเจ้าหนี้แล้ว
การผิดนัดไม่ชำระหนี้
ลูกหนี้ผิดนัดโดยเจ้าหนี้ไม่เตือนผิดนัดลูกหนี้
กรณีที่ไม่ถือว่าลูกหนี้ผิดนัด 205
ข้อเเก้ตัวของลูกหนี้ว่าตนเองยังไม่ผิดนัด คือเป็นกรณีข้อยกเว้นของกรณีตามมาตรา 204 เเต่ไม่ใช่ข้อยกเว้น 206
พฤติการอันใดอันหนึ่งตามมาตรา 205
อุบัติมาตรา 8
เหตุสุดวิสัย
เหตุอื่นๆเป็นต้น
กำหนดการชำระหนี้กับการผิดนัด
1.หนี้ถึงกำหนดชำระเเล้ว
2.เจ้าหนี้ได้เตือนลูกหนี้เเล้ว
3.ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้
กรณีกำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ตามวันปฎิทินเเละลูกหนี้มิได้ชำระหนี้ตามเวลาที่กำหนดลูกหนี้ย่อมตกเป็นผู้ผิดนัดโดยเจ้าหนี้มิต้องเตือน
ตัวอย่าง นายเอ กู้เงินนายบี 2พันบาท กำหนดชำระวันที่ 9 กันยายน ดังนั่นถ้าหากไม่ชำระหนี้ตามกำหนดดังกล่าว ก็ได้ชื่อวาผิดนัดโดยเจ้าหนี้ไม่ต้องเตือน
ลูกหนี้ผิดนัดโดนเตือนก่อน ตามมาตรา 204 วรรคเเรก
กรณีต้องบอกกล่าวล่วงหน้าก่อนการชำระหนี้ ซึ่งได้กำหนดเวลาลงไว้อาจคำนวนได้จากปฎิทินนับเเต่วันที่บอกกล่าว
ตัวอย่าง นายเอกู้เงินนายบีไป7พันบาท โดยไม่มีกำหนดเวลาชำระหนี้ เเต่นาย ก ตหลงกับนาย ข ว่า ถ้าต้องการชำระหนี้คืน ก็ให้นาย ข บอกกล่าวล่วงหน้าก่อน 10 วัน ดังนั่น นาย ข ไดเบอกกล่าวล่วงหน้าเเก่ นาย ก เเล้ว นับตั้งเเต่วันที่นาย ข ได้บอกกล่าวเป็นต้นไปครบ10วันในวันใด ก็ให้ถือว่าครบกำหนดชำระหนี้เเล้ว
หน้าที่ชำระหนี้ให้ถูกต้อง
วัตถุเเห่งหนี้
การกระทำ
มาตรา 213 วรรคสอง
1.เมื่อสภาพเเห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับชำระหนี้ ถ้าวัตถุเเห่งหนี้เป็นการกระทำอันหนึ่งอันใดเจ้าหนี้จะร้องขอต่อศาลให้บุคคลภายนอกกระทำการอันนั่นโดยลูกหนี้เสียค่าใช้จ่าย
ตัวอย่าง นายเอจ้างนายบีสร้างบ้าน วัตถุเเห่งหนี้เป็นการกระทำตามาตรา213คือ การสร้างบ้าน เเต่หากนายบี ละเลยไม่ทำการชำระหนี้อันมีวัตถุประสงค์เป็นการกระทำเเล้ว นายเอก็มีสิทธิร้องขอต่อสาลให้บังคับบุคคลภายนอกกระะทำการเเทน นายบี โดยให้นายบีเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่าย ตามมาตรา 213 วรรคสอง
2.เมื่อสภาพเเห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้ชำระหนี้ได้ถ้าวัตถุเเห่งหนี้เป็นการกระทำนิติกรรมอย่างหนึ่งศาลจะถือคำพิพากษาของศาลเเทนการเเสดงเจตนาก็ได้
ตัวอย่าง นายเอทำสัญญาซื้อที่ดินจากนาย บ นาย เอชำระราคาเเล้ว เเต่นาย บ ไม่ยอมทำการโอนโฉนดให้ตามสัญญา นายเอ ฟ้องศาลให้บังคับ
งดเว้นการกระทำ
มาตรา 194
การชำระหนี้ด้วยการงดเว้นอันหนึ่งอันใดก็ย่อมมิได้
มาตรา 213 วรรค 3
ส่วนหนี้ซึ่งมีวัตถุเป็นการงดเว้นการอันใด
โอนกรรมสิทธิส่งมอบทรัพย์สิน
มาตรา 213 วรรคเเรก
ลูกหนี้ละเลยเสียไม่ปฎิบัติชำระหนี้ของตนเจ้าหนี้จะร้องขอต่อศาลให้สั่งบังคับชำระหนี้ได้เว้นเเต่สภาพเเก่งหนี้ไม่เปิดช่องให้ทำการนั่น
ตัวอย่าง นายเอทำสัญญาซื้อขายช้างให้นายบี
วัตถุเเห่งหนี้ คือ การโอนกรรมสิทธิส่งมอบช้างให้เเก่นายบี