Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
หน้าที่ในการชำระหนี้ - Coggle Diagram
หน้าที่ในการชำระหนี้
1.1.หน้าที่ชำระหนี้ให้ถูกต้อง
1.วัตถุแห่งหนี้
แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ
1.การโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน
2.การกระทำการ
3.การงดเว้นกระทำการ
2.วัตถุแห่งหนี้กับวัตถุประสงค์แห่งนิติกรรม
1.ต้องมีบุคคล 2 ฝ่าย
คือ เจ้าหนี้ - ลูกหนี้
2.มีความผูกพันตามกฎหมาย
นิติกรรม เช่น สัญญาต่างๆหรือพินัยกรรม
นิติเหตุ เช่น ละเมิด การจัดการงานสั่งนอก ลาบมิควรได้ กฎหมายครอบครัว (1563,1564) ภาษี
4.กรณีวัตถุแห่งหนี้ซึ่งเลือกที่จะชำระได้
โดยกรณีที่อาจจะเกิดมาตั้งแต่กระทำนิติกรรม หรือหลังจากทำนิติกรรมแล้ว
3.ทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งหนี้
ทรัพย์เฉพาะสิ่ง
มาตรา 195 เมื่อทรัพย์ซึ่งเป็นวัตถุแห่งหนี้นั้นได้ระบุไว้แต่เพียงเป็นประเภท และถ้าตามสภาพแห่งนิติกรรม หรือตามเจตนาของคู่กรณีไม่อาจจะกำหนดได้ว่าทรัพย์นั้นจะพึงเป็นชนิดอย่างไรไซร้ ท่านว่าลูกหนี้จะต้องส่งมอบทรัพย์ชนิดปานกลาง
ถ้าลูกหนี้ได้กระทำการอันตนจะพึงต้องทำเพื่อส่งมอบทรัพย์สิ่งนั้นทุกประการแล้วก็ดี หรือถ้าลูกหนี้ได้เลือกกำหนดทรัพย์ที่จะส่งมอบแล้วด้วยความยินยอมของเจ้าหนี้ก็ดี ท่านว่าทรัพย์นั้นจึงเป็นวัตถุแห่งหนี้จำเดิมแต่เวลานั้นไป
แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ
1.ทรัพย์ทัวไป ตามมาตรา 195 วรรคหนึ่ง
เป็นกรณีที่ เจ้าหนี้ซึ่งต้องการทรัพย์นั้นระบุไว้เพียงประเภทของทรัพย์ มีผลคือ ลูกหนี้ต้องมอบทรัพย์ ชนิดปานกลางให้
2.ทรัพย์ เฉพาะสิ่งตามมาตรา 195 วรรคสอง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภท
1.ทรัพย์เฉพาะสิ่งโดยสภาพ คือมีทรัพย์ซึ่งเป็นวัตถุแห่งหนี้เพียงชิ้นเดียว มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนกับชิ้นอื่น -ที่ดินมีโฉนดหมายเลข 1234 -รถยนต์หมายเลขทะเบียน งง555
2.กรณีเปลี่ยนจากทรัพย์ธรรมดาเป็นทรัพย์เฉพาะสิ่ง
(ต้องพิจารณาตามมาตรา 460)
1.รู้ตัวทรัพย์ซึ่งเป็นวัตถุแห่งหนี้และราคา
2.เลือกด้วยความยินยอม หรือผ่านกระบวนการ การวัด ชั่ง ตวง
3.หยิมออกมาจากกองเดิม คือ ต้องนำออกจากทรัพย์ทั่วไป
ทรัพย์ซึ่งมีลักษณะทั่วไปนั้นไม่สามารถพ้นวิสัยได้ ทรัพย์เฉพาะสิ่งเท่านั้นที่พ้นวิสัย
1.2.กำหนดเวลาชำระหนี้
1.หนี้ที่มิได้กำหนดเวลาชำระหนี้
ตามมาตรา 203 วรรคหนึ่ง
-หนี้ที่มิได้มีการกำหนดระยะเวลาเลย เช่น ใช้คำว่า "เดี๋ยวคืน" -หนี้ที่ไม่สามารถคาดการณ์จากพฤติการณ์ได้ว่า จะชำระเมื่อใด ผล เจ้าหนี้สามารถเรียกให้ชำระหนี้โดยพลันได้ คือสามารถเรียกให้ชำระคืนได้ทันทีตั้งแต่วันที่มีการก่อหนี้
2.หนี้ที่มีกำหนดเวลาชำระหนี้
2.1.กำหนดเวลาชำระหนี้แต่เป็นที่สงสัย
ไม่ชัดแจ้งตามปฏิทิน เช่น ต้องการซื้อลูกแมว เมื่อคลอด ชำระค่าทนาย หลังมีคำพิพากษาชั้นต้น
2.2.กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ไม่เป็นที่สงสัย
หนี้ที่มีกำหนดเวลาชัดแจ้งโดยปฏิทิน เช่น 1 ม.ค. 64 หรือภายในสามเดือน
หนี้ที่คาดการณืได้จากพฤติการณ์ เช่น ดำยืมรถแดงไปส่งของ คาดการณได้ว่าเมื่อส่งของเสร็จต้องส่งคืน
1.3.การผิดนัดไม่ชำระหนี้
1.การผิดนัด(ลูกหนี้)
1.1.ลูกหนี้ผิดนัดโดยต้องตักเตือนก่อน
-หนี้ที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา
หนี้ที่มีกำหนดระยะเวลาแต่ชัดเจนตามวันปฏิทิน -หนี้ที่คาดการณ์จากพฤติการณ์ได้ -หนี้ที่คาดการณ์จากพฤติการณ์ไม่ได้
1.2.ลูกหนี้ผิดนัดโดยเจ้าหนี้ไม่ตักเตือน
-หนี้ที่มีกำหนดระยะเวลาชัดแจ้งตามวันปฏิทิน
-หนี้ที่เจ้าหนี้ได้เตือนแล้วและมีกำหนดเวลา
1.3.กำหนดชำระหนี้กับการผิดนัด
หนี้ที่เจ้าหนี้ได้เตือนแล้วและมีกำหนดระยะเวลา
1.4.กรณีที่ไม่ถือว่าลูกหนี้ผิดนัด
1.เหตุสุดวิสัย ตามมาตรา 8
2.เหตุเกิดจากบุคคลภายนอก เช่น มีคำสั่งศาล
3.เหตุเกิดจากความผิดของเจ้าหนี้ เช่น เจ้าหนี้ไม่รอมรับการชำระหนี้ ตามมาตรา 207 208 209
2.ผลของการผิดนัดของลูกหนี้
2.1.ลูกหนี้ต้องรับผิดในความเสียหายอันกิดแต่การผิดนัด
มาตรา 215 เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ไซร้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่การนั้นก็ได้
2.2.เจ้าหนี้ไม่อาจรับชำระหนี้
มาตรา 216 ถ้าโดยเหตุผิดนัด การชำระหนี้กลายเป็นอันไร้ประโยชน์แก่เจ้าหนี้เจ้าหนี้จะบอกปัดไม่รับชำระหนี้ และจะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อการไม่ชำระหนี้ก็ได้
เป็นกรณีที่การชำระหนี้นั้นไม่เกิดประโยชน์แก่เจ้าหนี้อีกต่อไป เพราะลูกหนี้นั้นชำระหนี้หล้าช้ากว่ากำหนดโดยกรณีนี้ถือเอากำหนดระยะเวลาเป็นสาระสำคัญในการชำระหนี้ เช่นดำสั่งเค้กวันเกิดจากแดงมีกำหนดห้มาส่งในวันที่ 5 มกราคมซึ่งเป็นวันเกิดของดำ แดงมาส่งเค้กในวันที่ 7 มกราคม ซึ่งล่าช้ากว่ากำหนด และเค้กนั้นไม่เป็นประโยชน์แก่ดำอีกต่อไปเพราะวันเกิดขิงดได้ผ่านไปแล้ว ดำสามารถบอกปัดไม่เอาเค้กและสามารถเรียกค่าสินไหมทดแทนจากแดงได้
2.3.ลูกหนี้ต้องรับผิดในความเสียหายอันเกิดระหว่างผิดนัดเพิ่มขึ้น
มาตรา 217ลูกหนี้จะต้องรับผิดชอบในความเสียหายบรรดาที่เกิดแต่ความประมาทเลินเล่อในระหว่างเวลาที่ตนผิดนัด ทั้งจะต้องรับผิดชอบในการที่การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะอุบัติเหตุอันเกิดขึ้นในระหว่างเวลาที่ผิดนัดนั้นด้วย เว้นแต่ความเสียหายนั้นถึงแม้ว่าตนจะได้ชำระหนี้ทันเวลากำหนดก็คงจะต้องเกิดมีอยู่นั่นเอง