Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่1พื้นฐานการออกแบบกราฟิก - Coggle Diagram
บทที่1พื้นฐานการออกแบบกราฟิก
หลักการจัดองค์ประกอบศิลป์
ความเป็นมาของการออกแบบกราฟิก คือ การแสดงออกของ
มนษุยเ์พื่อนำเสนอความคิด ความรู้สึกความเชื่อของตนเองผ่านกระบวนการ วาด ขีดเขียน ระบายสี พ่นสี สะบัดสี ทาบหรือทับ ขูด ถูเพื่อให้เกิดร่องรอย หรือเกิดเป็นรูปภาพ สัญลักษณ์ต่าง ๆ นันมีหลักฐานปรากฏให้เห็นมาจนถึงปัจจุบัน เช่น การค้นพบภาพเขียนสีบนผนังถ้าทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศสและสเปน เป็นต้น พัฒนาการของงานกราฟิกในยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยทั่วไปเชื่อในอภินิหารแห่งความตายและความสำนึกบาป มีการสันนิษฐานว่ามนษุย์ได้เขียนภาพ ไว้ตามฝาผนังถ้าเพื่อสำนึกในบาปกรรมที่ตนได้ฆ่าสัตว์ตาย
เอกภาพ (Unity) เอกภาพ คือ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ความกลมกลืน ความกลมเกลียว เข้ากันได้ การประสาน หรือการจัดระเบียบของส่วนต่าง ๆ ให้เกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันขึ้นเพื่อผลรวม อันหนึ่งที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันขององค์ประกอบศิลป์ทั้งด้านรูปลักษณะ และด้านเนื้อหาเรื่องราว เป็นการประสานหรือจัดระเบียบของส่วนต่าง ๆ ให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียว โดยไม่อาจแบ่งแยกส่วนใดส่วนหนึ่งออกไปได้ เช่น การสร้างเอกภาพขึ้นจากสิ่งที่ขัดแย้งกันเพื่อให้รวมตัว กันได้ด้วยการเชื่อมโยงส่วนต่าง ๆ ให้สัมพันธ์กัน โดยสามารถจําแนกเอกภาพของงานศิลปะ ออกเป็น 2 ประเภท คือ 1.1 เอกภาพของการแสดงออก หมายถึง การแสดงออกทางความคิดที่มีจุดมุ่งหมายเดียว แน่นอนและมีความเรียบง่าย งานชิ้นเดียวจะแสดงออกหลายความคิด หลายอารมณ์ไม่ได้ จะทำให้สับสน ขาดเอกภาพ 1.2 เอกภาพของรูปทรง หมายถึง การรวมตัวกันอย่างมีดุลยภาพ และมีระเบียบ ของทัศนธาตุเพื่อให้เกิดเป็นรูปทรงหนึ่งที่สามารถแสดงความคิดเห็นหรือ อารมณ์ของศิลปินออกมาได้อย่าง ชัดเจน เอกภาพของรูปทรงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดต่อความงามของผลงานศิลปะ กฏเกณฑ์หลักของเอกภาพประกอบด้วย 1) กฏเกณฑ์ของการขัดแย้ง และ 2) กฏเกณฑ์ของการประสาน โดยกฏเกณฑ์ทั้ง 2 ข้อนี้ มีความแตกต่างกันอย่าง ตรงกันข้าม แต่จะเป็นคู่ที่ขาดกันไม่ได้ เอกภาพที่แท้จริงของทุกสิ่งจะต้องมีกฏเกณฑ์คู่นี้เข้าไปเกี่ยวข้อง ด้วยเสมอ เอกภาพบางรูปแบบอาจมีการขัดแย้งกันค่อนข้างรุนแรง และมีการผสานกลมกลืนเพียงเล็กน้อย บางแบบอาจตรงกันข้าม ความอ่อนแก่ของความขัดแย้งและความกลมกลืนนี้มีอยู่หลายระดับจากความขัดแย้งกันอย่างตรงกันข้ามไปจนถึงความกลมกลืนทีราบเรียบ
สัดส่วน (Property) สัดส่วน หมายถึง ความสัมพันธ์ก์นอยา่งเหมาะสมระหว่างขนาดขององค์ประกอบ ที่แตกต่างกัน ทั้งขนาดที่อยู่ในรูปทรงเดียวกันหรือระหว่างรูปทรง และรวมถึงความสัมพันธ์กลมกลืน ระหว่างองค์ประกอบทั้งหลายด้วย สัดส่วนเป็นความพอเหมาะพอดี ไม่มากไม่น้อยขององค์ประกอบ ทั้งหลายที่นํามาจัดรวมกัน ทั้งนี้สัดส่วนของภาพมีดังนี้ 2.1 สัดส่วนที่เป็นมาตรฐาน จากรูปลักษณะตามธรรมชาติของ คน สัตว์ พืช ซึ้งโดยทั่วไป ถือว่า สัดส่วนตามธรรมชาติจะมีความงามที่เหมาะสมที่สุด 2.2 สัดส่วนจากความรู้สึก ศิลปะนั้นไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อความงามของรูปทรงเพียงอย่างเดียว แต่ยังสร้างขึ้นเพื่อแสดงออกถึง เนื้อหา เรื่องราว และความรู้สึก โดยสัดส่วนจากความรู้สึกนี้จะช่วยเน้น อารมณ์ความรู้สึกให้เป็นไปตามเจตนารมณ์และเรื่องราวที่ศิลปิน ต้องการ ลักษณะเช่นนี้ ทำให้งานศิลปะ ของชนชาติต่าง ๆ
ดุลยภาพ (Balance) ดุลยภาพ หรือ ความสมดุล หมายถึง น้ำหนักที่เท่ากันขององค์ประกอบ ไม่เอนเอียงไป ข้างใดข้างหนึ่ง ในทางศิลปะยังรวมถึงความประสานกลมกลืน ความพอเหมาะพอดีของส่วนต่าง ๆ ในรูปทรงหนึ่ง หรืองานศิลปะชินหนึ่ง การจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ ลงในงานศิลปกรรมนั้นจะต้อง คำนึงถึงจุดศูนย์ถ่วงในธรรมชาติทุกสิ่งที่ทรงตัวอยู่ได้โดยไม่ล้มเพราะมีน้ำหนักเฉลี่ยเท่ากันทุกด้าน ฉะนั้นในงานศิลปะถ้ามองดูแล้วรู้สึกว่าบางส่วนหนักไป แน่นไป หรือเบาบางไป จะทำให้ภาพนั้นดูเอนเอียงและเกิดความรู้ส้กไม่สมดุล เป็นการบกพร่องทางความงาม ดุลยภาพในงานศิลปะ มี2 ลักษณะ คือ 3.1 ดุลยภาพแบบสมมาตร หรือ ความสมดุลแบบซ้ายขวา เหมือนกัน คือ การวางรูปทั้งสองข้างของแกนสมดุล เป็นการสมดุลแบบธรรมชาติลักษณะแบบนี้ ในทางศิลปะมีใช้น้อย ส่วนมากจะใช้ในลวดลายตกแต่งในงานสถาปัตยกรรมบางแบบ หรือในงาน ที่ต้องการดุลยภาพที่นิ่งและมันคง 3.2 ดุลยภาพแบบอสมมาตร หรือความสมดุลแบบซ้ายขวา ไม่เหมือนกัน มักเป็นการสมดุลที่เกิดจาการจัดใหม่ของมนษุย์ซึ่งมีลักษณะที่ทางซ้ายและขวาจะไม่เหมือนกันแต่มีความสมดุลกัน อาจเป็นความสมดุลด้วยน้ำหนักขององค์ประกอบ หรือสมดุล ด้วยความรู้สึกการจัดองค์ประกอบให้เกิดความสมดุลแบบอสมมาตรอาจทําได้โดยเลื่อน แกนสมดุล ไปทางด้านที่มีนาหนักมากว่า หรือเลื่อนภาพที่มีน้ำหนักมากกว่าเข้าหาแกน จะทําใหเ้กิดความสมดุลขึ้น หรือใช้หน่วยที่มีขนาดเล็กแต่มีรูปลักษณะที่น่าสนใจถ่วงดุลกับรูปลักษณะที่มีขนาดใหญ่แต่มีรูปแบบ ธรรมดา
จังหวะลีลา (Rhythm) จังหวะเป็นคำที่ใช้ในดนตรีและกวีนิพนธ์มาก่อน เป็นการวัดความช้า เร็ว ของช่วงเวลา ที่เสียงและถ้อยคำปรากฏอยู่ เมื่อนำมาใช้ในงานศิลปะจังหวะลีลา หมายถึง การเคลื่อนไหวที่เกิด จากการซ้ำกันขององค์ประกอบเป็นการซ้ำที่เป็นระเบียบจากระเบียบธรรมดาที่มีช่วงห่างเท่า ๆ กัน มาเป็นระเบียบที่สูงขึ้น ซับซ้อนขึ้นจนถึงขั้นเกิดเป็นรูปลักษณะของศิลปะ
จุดเด่นหรือการเน้น (Emphasis) การเน้น หมายถึง การกระทำ ใหเ้ด่นเป็นพิเศษกวา่ธรรมดา ในงานศิลปะจะต้องมีส่วนใด ส่วนหนึ่ง หรือจุดใดจุดหนึ่ง ที่มีความสำคัญกว่าส่วนอื่นๆ เป็นจุดเด่น ถ้าส่วนนั้นๆ อยู่ปะปนกับส่วนอื่นๆ และมีลักษณะเหมือนๆ กัน ซึ่งอาจถูกกลืน หรือถูกส่วนอื่นๆ ที่มีความสำคัญน้อยกว่าบดบัง หรือ แยางความสำคัญไป งานที่ไม่มีจุดสนใจหรือประธานจะทำให้ด้น่าเบื่อเหมือนกับลวดลายที่ถูกจัดวาง ซ้ำากันโดยปราศจากความหมาย 5.2 การเน้นด้วยการอยู่โดดเดี่ยว (Emphasis by Isolation) เมื่อสิ่งหนึ่งถูกแยกออกไป จากส่วนอื่นๆ ของภาพ หรือกลุ่มของมัน สิ่งนั้นจะเป็นจุดสนใจ เพราะเมื่อแยกออกไปแล้ว จะเกิดความสําคัญขึ้นมา ซึ่งเป็นผลจากความแตกต่าง ทีไม่ใช่แตกต่างด้วยรูปลักษณะ แต่แตกต่างด้วย เรื่องของตําแหน่งที่จัดวาง ซึ่งในกรณีนี้ รูปลักษณะนั้นไม่จำเป็นต้องแตกต่างจากรูปอื่น แต่การจัดวาง ตําแหน่งสามารถดึงสายตาออกไปทําให้เกิดเป็นจุดสนใจขึ้นมา
5.3 การเน้นด้วยการจัดวางตำแหน่ง (Emphasis by Placement) เมื่อองค์ประกอบ อื่น ๆ ชี้นํามายังจุดใด ๆ จุดนั้นจะเปฺ็นจุดสนใจที่ถูกเน้นขึ้นมา และการจัดวางตําแหน่งที่เหมาะสม สามารถทําให้จุดนั้นเป็นจุดสําคัญขึ้นได้เช่นกัน การเน้นไม่จําเป็นจะต้องชี้แนะให้เห็นเด่นชัดจนเกินไป สิ่งที่จะต้องระลึกถึงอยู่เสมอ
ความหมายของการออกแบบกราฟิก คือ กระบวนการสืิ่อสาร ทางทัศนะที่เน้นการจัดวางองค์ประกอบในงานออกแบบ ซึ่งนักออกแบบจะต้องทราบความหมายของ องค์ประกอบพื้นฐานทางศิลปะแต่ละองค์ประกอบ เช่น เส้นแบบใดสื่อถึงอารมณ์อะไรบ้าง สีแต่ละสีสือถึง ความรู้สึกอะไรบ้าง ตัวอักษรแต่ละแบบสื่ออารมณ์แบบใด เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้นักออกแบบสามารถ ออกแบบผลงานได้ตรงตาม จุดมุ่งหมาย ของการออกแบบและลักษณะของการนําไปใช้งาน
องค์ประกอบของงานออกแบบกราฟิก
องค์ประกอบของงานออกแบบกราฟิกงานออกแบบกราฟิกนั้นเป็นรูปแบบ ของงานศิลปะแขนงหนึ่งที่เรียกว่าเรขศิลปดังนั้นองค์ประกอบของงานออกแบบกราฟิกจึงใช้หลักพื้นฐานขององค์ประกอบศิลปะ หรือที่เรียกว่า ทัศนธาตุ (Visual Element) ได้แก่ จุด เส้น รูปร่าง - รูปทรง น้ำหนักอ่อน แก่ ลักษณะพื้นผิว พื้นที่ว่าง และสีชลูด นิ่มเสมอ (2557: 29) กล่าวว่า งานศิลปะนั้นมีองค์ประกอบที่สำคัญอยู่ 2 ส่วน คือ ส่วนที่มนษุยส์ร้างขึ้น ซึ่งได้แก่โครงสร้างทางวัตถุที่มองเห็นได้หรือรับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัสส่วนหนึ่งกับส่วนที่เป็นการแสดงออกอันเป็นผลที่เกิดจากโครงสร้าง ทางวัตถุนั้นอีกส่วนหนึ่ง เราเรียกองค์ประกอบ ส่วนแรกว่ารูปทรง (Form) หรือองค์ประกอบทางรูปธรรม และเรียกส่วนหลังว่า เนื้อหา (Content) หรือ องค์ประกอบทางนามธรรม ดังนั้น องค์ประกอบที่เป็นโครงสร้างหลักของศิลปะ คือ รูปทรง กับเนื้อหา รูปทรง (Form) คือ สิ่งทีมองเห็นได้ในทัศนศิลป์ เป็นส่วนที่ศิลปินสร้างขึ้นด้วยการประสานกัน อย่างมีเอกภาพของทัศนธาตุ
เส้น (Line) เส้น (Line) หมายถึง การทีจุดหลายจุด ถูกนำมาวางต่อเนื่องกันจนเกิดเป็นรูปร่าง รูปทรง ต่างๆ ขึ้นมา รูปร่าง รูปทรงของเส้น จะสื่อความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป เพื่อใช้แสดงออก ตามวัตถุประสงค์ของการออกแบบ คุณสมบัติของเส้นนั้นมีมิติเดียว คือ ความยาว มีทิศทางและมีขนาด ลักษณะต่างๆ ได้แก่ ตรง โค้ง คด เป็นคลืน ฟันปลา เกล็ดปลา ก้นหอย ชัด พร่า ประ ฯลฯ ทิศทาง ของเส้นนั้นได้แก่ แนวราบ แนวดิ่ง แนวเฉียง แนวลึก ส่วนขนาดของเส้นนั้นจะไม่มีความกว้าง มีแต่เส้นหนา เส้นบาง หรือ เส้นใหญ่ เส้นเล็ก ความหนาของเส้นจะต้องพิจารณาเปรียบเทียบกับ ความยาว ถ้าเส้นสันแต่มีความหนามากจะหมดคุณลักษณะของความเป็นเส้น กลายเป็นรูปร่าง (Shape)
พื้นผิว (Texture) พื้นที่ด้านนอกของวัตถุที่รับรู้ได้ด้วยสายตา สัมผัส หรือ การได้ยินเสียงของผิวที่แตกต่างกัน พื้นผิวเกิดขึ้นได้จากธรรมชาติและเกิดจากมนษุย์สร้างขึ้น พื้นผิวธรรมชาติเช่น ผิวเปลือกไม้ ผิวก้อนหิน ผิวทราย เป็นต้น ส่วนพื้นผิวที่เกิดจากมนษุย์สร้างขึ้น เช่น ผิวเรียบของกระดาษ ผิวมันวาวของกระจก ผิวโลหะ
รูปร่าง (Shape) , รูปทรง (Form), น้ำหนัก (Value) รูปร่าง เป็นองค์ประกอบต่อเนื่องมาจากเส้น เกิดจากการนำเส้นมาต่อกันจนได้รูปร่าง 2 มิติ ที่มีความกว้างและความยาว (หรือความสูง) ในทางศิลปะจะแบ่งรูปร่างออกเป็น 3 แบบ คือ 1) รูปร่าง ธรรมชาติที่มองเห็นโดยทั่วไปว่าเป็นรูปร่างอะไร เช่น ดอกไม้ ใบไม้ หรือคน 2) รูปร่างเรขาคณิต และ 3) รูปร่างแบบอิสระเป็นรูปแบบที่ใช้รูปร่างสื่อความหมายที่จินตนาการเอาไว้ออกมา ไม่มีรูปแบบ ที่แน่นอนแต่ดูแล้วเกิดจินตนาการถึงอารมณ์ที่ต้องการสื่อได้
บริเวณว่าง (Space) บริเวณ ว่างหรือพื้นหลังในงานศิลปะและการออกแบบนั้นมีรูปแบบที่สามารถรับรู้ ได้หลากหลาย แตกต่างกันไป เช่น ที่ว่างบนกระดาษหรือผืนผ้าใบ ที่ว่างทั้งภายในและภายนอกของงาน ประติมากรรม
จุด (Dot) จุดเป็นส่วนประกอบสำคัญของศิลปะเบื่องต้น ซึ่งดูเหมือนว่าไม่สำคัญ แต่ความจริงแล้วจุด เป็นต้นกำเนิดของส่วนประกอบสำคัญของศิลปะหลายชนิด เช่น เส้น พื้นผิว หรือรูปร่าง รูปทรง จุดมีมิติ ที่เล็กมากและไม่สามารถแสดงความกว้าง ความยาวและความลึกให้เห็นได้ดังนั้นจุดจึงเป็นเพียงร่องรอย ของรูปลักษณะกลมที่ปรากฏให้เห็นเท่านั้น จุดซ้ำๆ เหล่านี้เมื่อเกิดการรวมตัวกัน จะเกิดเป็นรูปทรง ในที่ว่างขึ้น จุดที่ซ้ำกันในจังหวะต่างๆ จะทำให้เกิดแบบรูป (Pattern) ของจังหวะที่เปลี่ยนแปรไปได้อย่างไม่จำกัด
สีและการผสมสี
สี(Color) สีสําหรับงานศิลปะนันมีหลากหลายประเภทด้วยกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานดังนี้
6.1 สีที่เกิดจากแสง เกิดจากการหักเหของแสงผ่านแท่งแก้วปริซิึม มี 3 สี คือ สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน เรียกรวมกันว่า RGB นํามาผสมกันจนเกิดเป็นสีสันต่างๆ มากมาย ตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้แหล่ง กำเนิดสีแบบนี้เช่น จอโทรทัศน์ หรือจอคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
6.2 สีที่เกิดจากหมึกสีในการพิมพ์ เกิดจากการผสมหมึกสีในการพิมพ์ทั้ง 4 สี ในเครื่องพิมพ์ คือ สีฟ้า สีม่วงแดง สีเหลือง และสีดำ เรียกรวมกันว่า CMYK จนได้ออกมาเป็นสีสันต่างๆ ตามที่ต้องการ ในการทางานกราฟิก ถ้าหากว่าเป็น งานที่นำไปพิมพ์ตามแท่นพิมพ์แล้ว นักออกแบบควรจะเลือกใช้โหมดสีแบบนี้ทุกครั้งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ ที่ออกมาตรงกับที่สามารถมองเห็นในจอคอมพิวเตอร์
6.3 สีที่เกิดจากธรรมชาติเป็นสีที่ได้จากธรรมชาติและจากกระบวนการสังเคราะห์ทางเคมี ประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือ สีแดง เหลือง และน้ำเงิน หลังจากนั้นจึงนำแม่สีมาผสมกันจนเกิดเป็นสีอื่น ๆ แหล่งกําเนิดสีแบบนี้เป็นรูปแบบของสีที่ใช้ในการเรียนศิลปะ
การผสมสีไว้ใช้งานจะใช้วิธิีผสมจากสีที่เกิดจากธรรมชาติ โดยเริ่มผสมจากแม่สี หรือสีขั้นที่หนึ่งไปจนเป็นสีขั้นที่สอง ไปจนเป็นสีขั้นที่สาม ตามลําดับ
6.4 สีไทยโทน “กลุ่มสี เบญจรงค์” ประกอบไปด้วย สีดํา สีขาว สีแดง สีเหลืองและสีคราม แต่ละสีสามารถนํามาผสมให้ได้สีสัน ที่สวยงามได้เพิ่มขึ้นอีก 10 สี ซึ้งสามารถพบเห็นได้ตามงานศิลปะแบบไทย เช่น งานภาพจิตรกรรมฝาผนัง งานศิลป์ของช่างสิบหมู่ ปัจจุบันสีไทยโทน มีถึง 168 เฉดสีการศึกษาสีไทยโทนนันสามารถแทนค่าสีด้วย รหัสสีแบบ CMYK ในระบบการพิมพ์ แต่ละสีจะตามด้วยค่าสีที่เป็นตัวเลข เช่น ค่าสีแดงชาดมีค่า CMYK ดังนีc20 m100 y100 k0 หมายความวา่สีนันมีค่า c = 20%, m = 100%, y = 100%, k = 0%
นักออกแบบกราฟิกที่มีชื่อเสียง
แอนดี วอรฮ์อล เป็นศิลปินชาวอเมริกัน และเป็นหนึ่งในผู้นำกลุ่มศิลปะแนวปอปอารต์ (Pop Art) ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของงานปอปอารต์ งานของวอรฮ์อลสะท้อนให้เห็น ถึงความสนใจในเรื่องคนดัง วงการบันเทิง และการโฆษณา ซึ้งกำลังเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมากในยุค 60 งานของเขามีหลายประเภท ทั้งภาพเขียน ภาพจิตรกรรม ภาพพิมพ์ ภาพถ่าย ภาพพิมพ์สกรีน ประติมากรรม ภาพยนตร์ และดนตรี นอกจากนี้เขายังเป็นศิลปินรุ่นแรกที่ใช้คอมพิวเตอรเ์ป็นเครื่องมือ สร้างสรรค์ผลงานศิลปะ
รอย ฟอกซ์ ลิกเทนสไตน์ เป็นศิลปินปอปอารต์ชาวอเมริกันที่มีผลงานโดดเด่นร่วมกับศิลปินอื่น อาทิแอนดี วอรฮ์อล, แจสเปอร์ จอนส์และเจมส์ โรเซนควสิต์ งานของเขาเป็นการนิยามสมมติฐานเบื้องต้นมากกว่า การล้อเลียน ซึ้งงานส่วนมากได้รับแรงบันดาลใจหลักมาจากบทการ์ตูนลิกเทนสไตน์งานของเขาได้รับอิทธิพลจากโฆษณาที่โด่งดังและหนังสือการ์ตูน รอยได้กล่าวว่า ปอปอารต์ไม่ใช่ภาพเขียนแนวอเมริกัน แต่เป็นภาพเขียนแนวอุตสาหกรรม
จอหน์ ทะเกะชิ มะเอะดะ เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายญีปุ่น เป็นที่รู็จักในฐานะของนักออกแบบกราฟิก อาจารย์ มหาวิทยาลัย และนักเขียน ปัจจุบันดํารงตําแหน่งเป็นประธานมหาวิทยาลัยที่โรงเรียนดีไซน์โรดไอแลนด์ มะเอะดะจบการศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ในด้านวศิวกรรมซอฟต์แวรก์ารสร้างสรรค์ ผลงานของเขาได้รับอิทธิพลจากผลงานของพอล แรนด์และมิเรียล
พอล แรนด์ เป็นนักออกแบบกราฟิกชาวอเมริกัน เริ่มเป็นที่รู้จักในผลงานด้านออกแบโลโก้ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ อาทิไอบีเอ็ม ยูพีเอส เอนรอน เวสติงเฮาส์เอบีซีและเน็กต์ของสตีฟ จอบส์โดยพอล แรนด์ เป็นหนึ่งใน กลุ่มคนที่ทํางานออกแบบในลักษณะสไตล์สวิส (Swiss Style) ซึ่งเป็นลักษณะงานออกแบบที่เกิดขึ้น ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 บนรากฐานอิทธิพลของ Bauhaus - Constructivism และ De Stijl ที่มีลักษณะการใช้เส้นกริด (grid) ในการสร้างสรรค์งาน รวมทั้งผสมผสานเทคนิคใหม่ๆ ในการตกแต่ง แก้ไขภาพ ถ่ายงานออกแบบในลักษณะสไตล์สวิส จะใช้ภาพที่สะอาดตา คํานึงถึงทักษะ การอ่าน และเหตุผล เป็นรูปแบบที่แสดงความเด่นชัดของการจัดองค์ประกอบแบบไม่ สมมาตร
รักกิจ ควรหาเวช จบการศึกษาจากคณะครุศาสตร์ สาขาวชิาศิลปศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มทํางานในตําแหน่งนักกราฟิกดีไซน์ ที่บริษัท Ductstore หลังจากนั้นทํางานอิสระด้านการออกแบบกราฟิก และออกแบบภาพประกอบ เขามีความถนัดและชอบโปรแกรม Adobe Illustrator ผลงานที่ออกมาส่วนใหญ่จึงเป็นงานแบบเว็คเตอร์
สุทธิชาติ ศราภัยวานิช จบการศึกษาจากคณะมัณฑนศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร เริ่มงานแรกในกองบรรณาธิการหนังสือการ์ตูน A-Comic ต่อมาได้เข้าร่วมงานกับ บอย โกสิยพงษ์ ในการเขียนการ์ตูนที่แถมกับแผ่นซีดีเพลงของ ครสิติน นักร้องสาวของค่ายเบเกอรี่ในสมัยนั้น จากนั้นเขาได้เขียนการ์ตูนซีรีส์ให้กีบนิตยสาร Katch ซึ่งเป็นนิตยสารแฟชั่นวัยรุ่นที่เป็นต้นแบบ ให้กับนิตยสารวัยรุ่นอื่นอีกหลายฉบับในปัจจุบัน
พื้นฐานการออกแบบกราฟิกที่นักออกแบบกราฟิกจําเป็น ต้องศึกษานั้น ประกอบด้วยการศึกษา กระบวนการทั้งหมดของการออกแบบกราฟิก ความหมาย ความเป็นมา กระบวนการคิด จิตวิทยาในการ ออกแบบ สัญวิทยา เทคนิคและแนวทางการฝึกปฏิบัติการออกแบบ รวมทั้งการศึกษาเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ที่ใช้สําหรับการออกแบบในปัจจุบัน การออกแบบภาพกราฟิก เป็นกระบวนการสื่อสารทางทัศนะ เมื่อผู้ออกแบบมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ภาพเพื่อการสื่อสาร แล้วจะสามารถออกแบบเพื่อนําเสนอแนวคิด หรือเนื้อหาเรื่องราวได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น