Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 4 การพยาบาลผู้ป่วยที่มีภาวะข้อเสื่อม - Coggle Diagram
บทที่ 4 การพยาบาลผู้ป่วยที่มีภาวะข้อเสื่อม
พยาธิสภาพ
การเปลี่ยนแปลงพยาธิสภาพของโรคนี้จะเกิดทั้งที่กระดูกอ่อนผิวข้อและกระดูกธรรมดา ปกติแล้วกระดูกอ่อนผิวข้อจะขาวใสและเรียบ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงหรือการเสื่อมเกิดขึ้นจะกลายเป็นสีเหลืองขุ่นและผิวเริ่มขรุขระมีรอยแตก ระยะหลังของการเสื่อมรอยแตกนี้จะเกิดถึงเนื้อกระดูกอ่อน และที่บริเวณของผิวกระดูกอ่อนจะลุ่ย ในบางครั้งเศษกระดูกอ่อนที่แตกหลุดเข้าไปในน้ำไขข้อ (Synovial fluid) ทำให้เยื่อบุข้อ(Synovial membrane) มีการอักเสบ ส่วนกระดูกอ่อนบริเวณรอบๆ จะมีการสร้างกระดูกอ่อนใหม่ และมีกระดูกงอก (Osteophyte หรือ spur) เกิดขึ้นที่ขอบของข้อ ทำให้ขัดขวางการเคลื่อนไหวของข้อและมีอาการปวดตามมาได้
สาเหตุ
1.Primary osteoarthritis เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพของข้อที่เกิดจาก การสีกหรอหรือการเสื่อมของข้อ โดยไม่พบว่ามีปัจจัยเสริม มักพบในคนอ้วนหรือคนที่ยกของหนัก อย่างไรก็ดีอายุเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งเช่นกัน
2.Secondary osteoarthritis เป็นการเสื่อมสภาพของข้อที่เกิดจากมีความผิดปกติของข้อมาก่อน เช่น จากการได้รับบาดเจ็บ
อาการทางคลินิก
1.ปวดข้อ ระยะแรกจะปวดลึก ๆ ในข้อ
อาการปวดนี้มักจะหายไปเมื่อข้อได้พัก
2.ข้อมีอาการตึงและติดขัด โรคนี้ทำให้การเคลื่อนไหวของข้อทำได้จำกัด ข้อจะฝืดแข็งในตอนเช้า
การรักษาโรคข้อเสื่อม
1.อธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงภาวะของโรคว่าเป็นโรคที่เกิดได้กับทุกคนที่ข้อมีการใช้งานมานาน
ขจัดปัจจัยหรือเหตุส่งเสริมที่จะทำให้ข้อนั้นเสื่อมเร็วขึ้น
3.ลดหรือพักการใช้งานข้อเพื่อลดแรงกดดันบริเวณข้อที่เป็นสาเหตุทำให้เยื่อบุข้ออักเสบ
การรักษาโดยใช้ยาบรรเทาปวด ยาต้านการอักเสบ
5.เมื่อใช้ยาระงับอาการปวดข้อได้ดีพอควรแล้ว ควรแนะนำให้ผู้ป่วยเริ่มบริหารกล้ามเนื้อรอบๆ ช้อที่ปวด เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้น
6.ภาพบำบัดเพื่อบรรเทาอาการปวด ลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ
7.วิธีการผ่าตัด เป็นวิธีสุดท้ายที่ใช้รักษาโรคข้อเสื่อม
หลักการพยาบาลผู้ป่วยเมื่อเกิดภาวะข้อเสื่อม
บรรเทาอาการปวดบริเวณข้อที่มีพยาธิสภาพ
เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการชะลอการเสื่อมของข้อ
ผู้ที่มีอาการปวดเข่าจากกรณี
ข้อเสื่อมควรปฏิบัติตัวดังนี้
1) ออกกำลังกล้ามเนื้อหน้าขา (Quadriceps muscle) ให้แข็งแรง
2) หลีกเลี่ยงการงอเข่ามาก การนั่งพับเพียบ การยืนนาน ๆ การปีนขึ้นที่สูง การขึ้นลงบันได
3) หลีกเลี่ยงการนั่งยอง ๆ ขณะขับถ่าย ควรใช้ส้วมชักโครกแบบโถนั่ง
4) ลดน้ำหนักตัว ถ้าน้ำหนักมากเกินไป
คงไว้ซึ่งความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและข้อให้มีการเคลื่อน
ไหวได้เหมือนเดิม