Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
7.Upper Gastrointestinal Bleeding ภาวะเลือดออกจากทางเดินอาหารส่วนต้น -…
7.Upper Gastrointestinal Bleeding
ภาวะเลือดออกจากทางเดินอาหารส่วนต้น
สาเหตุ
โรคทางเดินอาหารส่วนบน
โรคกระเพาะและโรคลำไส้อักเสบจากแผลเปบติก(peptic wlcer)
โรคที่อวัยวะข้างเคียง
โรคทางเดินน้ำดีทำให้เกิดเลือดออกในทางเดินน้ำดี(hemobilia)
โรคทางร่างกายทั่วไป
การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
อาการ
ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลีย คลื่นไส้ ปวดท้องในระยะแรก มีความรู้สึกอยากถ่ายอุจจาระ
อาจมีอาเขียนเป็นเลือดสดหรือเลือดเก่า และถ่ายอุจจาระดำ และมีอาการปวดศีรษะ กระหายน้ำ
เหงื่อออก ใจสั่น กระวนกระวาย ความดันโถหิตต่ำ ชีพจรเบาเร็ว
อาการอื่นๆ เช่น มีไข้ อาจเกิดภายใน 24 ชั่วโมง ในผู้สูงอายุอาจเกิด myocardial infarction
การรักษาพยาบาลขั้นต้น
การพยาบาลด้านร่างกาย
ประเมินภาวะสูญเสียเลือดและน้ำของร่างกาย สังเกตอาการ อาการแสดง ตรวจสอบดูภาวะช็อกโดยการวัดสัญญาณชีพทุก 15 นาทีในระยะแรก และทุก 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง
ให้ยาขับยั้งการหลั่งกรดกลุ่ม Proton Pump Inhibitors(PPI) ยาลคอาการเดือดออกในหลอคอาหารกลุ่ม Splanchnic vasoconstrictors ตามแผนการรักษาของแพทย์ และฝ้าระวังอาการแทรกซ้อน หรืออาการแพ้ยา หากพบต้องรายงานแพทย์ทันที
ให้เลือดและส่วนประกอบของเลือด อาจเป็น Packed Red Cells(PRC) หรือ Fresh Frozen Plasma(FFP) ตามแผนการรักษาของแพทย์ เฝ้าระวังอาการแพ้เลือด วัดและบันทึกสัญญาณชีพทุก 1- 4 ชั่วโมง และฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องหลังให้เลือดเป็นเวลา 48 ชั่วโมง
ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ในกรณีที่ให้โดยเร็วต้องระมัดระวังอาการน้ำท่วมปอด (pulmonarycdema)
5.ในกรณีที่มีเลือดออกมากจากแผลในกระเพาะอาหาร เตรียมผู้ป่วยและเครื่องมือในการทำ gastriclavage เพื่อให้เลือดหยุด
6.เตรียมผู้ป่วยในการไปส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบนโดย NPO ก่อนตรวจ 6-8 hr.
ห้การพยาบาลหลังส่องกล้องทางดเินอาหาร เฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนหลังส่องกล้อง หากพบอาการผิดปกติภายหลังการตรวจ เช่นถ่าเป็นเลือด ปวดท้องมาก รายงานแพย์ทันที
การพยาบาลด้านจิตใจ
ผู้ป่วยวิตกกังวลเกี่ยวกับการดำเนินการของโรคและการรักษา มีการสร้างความไว้วางใจแสดงท่าทีเป็นมิตร ยิ้มเย้มแจ่มใส และเต็มใจให้ความช่วยเหลืออธิบายให้ข้อมูลที่ถูกต้อง การเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้ระบายความรู้สึกและรับฟังผู้ป่วยอย่างเข้าใจ สร้างเสริมกำลังใจ ห้ญาติมีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วย
การฟื้นฟูสมรรถภาพ
รับประทานอาหารอ่อนย่อยง่าย รสไม่จัด2 สัปดาห์หลังออกจากโรงพยาบาล และรับประทานอาหารให้ตรงเวลาหลีกเสี่ยงการใช้ยาที่ระดายเคืองต่อกระเพาะอาหาร เช่น แอสไพริน เพรดนิโซโลน และยาแก้ปวดกลุ่ม(NSAID:) งดสูบบุหรี่และงคดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ น้ำอัดลม เพราะอาจกระตุ้นให้มีการหลั่งกรดมากขึ้น พักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น