Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
7.Malaria โรคมาลาเรีย - Coggle Diagram
7.Malaria โรคมาลาเรีย
สาเหตุ
โรคมาลาเรียหรือไข้จับสั่นเกิดจากเชื้อโปรโตซัวที่อยู่ใน genus plasodim เป็นสัตว์เซลล์เดียวมีลักษณะเฉพาะการเกิดโรคในคน เป็นได้ทั้งชนิดเฉียบพลันและเรื้อรัง เชื้อมาลาเรียที่ทำให้เกิดโรคในคนมี 4 species
-
-
-
-
อาการ
ในระยะ 2-3 วันแรกไข้ยังจับไม่เป็นเวลา เนื่องจากเชื้อที่เข้าไปในร่างกายยังไม่เจริญร่วมเวลากัน ประมาณปลายสัปดาห์ที่2 จะเริ่มจับไข้ป็นเวลา คือ perodiciy อาการไข้ที่จับจะมีอยู่ 3 ระยะ คือ
-
-
-
การรักษาพยาบาลขั้นต้น
การรักษา
- การรักษาผู้ป่วยมาลาเรียที่มีอาการไม่รุนแรง ผู้ป่วยกลุ่มนี้สามารถรับประทานยาได้ การเลือกใช้ยาฆ่าเชื้อมาลาเรียขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อมาลาเรีย
- การรักษามาลาเรียที่มีอาการรุนแรง ส่วนใหญ่มาลาเรียที่มีอาการรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อนจะเกิดจาก Plasmodium falcipam มักเกิดกาวะมาลาเรียขึ้นสมองยาที่ให้ป็นยาฆ่าเชื้อชนิดฉีด
- การรักษาทั่วไป โดยการเฝ้าระวังป้องกันและรักษาภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ได้แก่
- ไข้สูง พยายามเช็ดตัวให้บ่อยๆ ให้ยาลดไข้ถ้าไข้สูงนานอาจทำให้เซลล์สมองตายได้
- ภาวะขาดความสมดุลของน้ำและเกลือเร่ ผู้ป่วยรับประทานอาหารไม่ได้ อาเจียน จึงมีภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ การให้น้ำและเกลือแร่จะให้แบบทดแทนตามสภาพของผู้ป่วย
- อาการชัก ถ้ามีต้องให้ยาระงับอาการชักทันที ระวังภาวะขาดออกซิเจน สำลัก ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ เป็นภาวะฉุกเฉินต้องรักษาทันที่ ถ้าปล่อยไว้นานเซลล์สมองจะตายโดยการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำถ้ารู้สึกตัวให้ดื่มน้ำหวานดีที่สุด ถ้าไม่รู้สึกตัวใสสายยางเข้ากระเพาะอหารให้น้ำหวานทางสายยาง
- ไตวาย ให้การรักษาเหมือนกับไตวายจากสาเหตุอื่นๆ 5. ภาวะซีด ถ้ำhematocrit ต่ำกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ จำเป็นต้องให้เลือด เลือดควรเป็นเลือดใหม่ ถ้าซีดไม่มากรักษามาลาเรียหายแล้วให้ยาจำพวกเหล็กรับประทานต่อ
- ภาวะเหลือง ให้การรักษาเบบประกับประคองเหมือนกับภาวะตับวายจากสาเหตุอื่นๆ
- มีภาวะลิ่มเลือดเเพร่กระจายในหลอดเลือด (DIC) ให้เลือดและพลาสมาไหม่
การพยาบาล
- การตรวจบันทึสัญญาณชีพคือ อุณหภูมิการหายใจ ชีพจรและความคันโลหิตเพื่อ ประเมินภาวะ shock
- ถ้ามีไข้สูงมากต้องให้ยาลดไข้ ทำ Tepid sponge
- ถ้ำหายใจเร็วต้องหาสาเหตุ ทำ CXR เจาะเลือดตรวจ Aterial blood gas ตามแผนการรักษาของเพทย์
4.ถ้ามีการติดเชื้อในปอดต้องดูแลให้ได้รับยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษา พร้อมทั้งสังเกตผลข้างเคียงของยา
- บันทึกปริมาณน้ำเข้าและออกจากร่างกายเพื่อประเมินภาวะปอดคั่งน้ำและสังเกตภาะแทรกซ้อนจากการให้ยาขับปัสสาวะ
- ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ
7.ดูแลให้ยาควินิน พร้อมสังกตผลข้างเคียงจากยาเช่น หูอื้อ ปวดศีรษะคลื่นไส้ ตามัว ถ้าได้รับยาขนาดมากอาจมีอาการแพ้ เช่น ตัวร้อน หน้าแดง ผื่นขึ้น หน้าบวม หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ ปวดท้อง เป็นต้น
8.เจาะเลือดตรวจตามแผนการรักษาเพื่อติดตามผลอิเล็กโตรลัยท์