Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Preterm (ภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด) - Coggle Diagram
Preterm
(ภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด)
ปัจจัยเสี่ยง
อายุ มากกว่า 18 ปี หรือ น้อยกว่า 35-ปี
เศรษฐกิจทางสังคมไม่ดี
ปากมดลูกบาดเจ็บหรือผิดปกติ
สูบบุหรี่ การเสพสารเสพติด เช่น โคเคน เฮโรอีน
ไม่ได้ฝากครรภ์
ขาดสารอาหาร ภาวะทุกโภชนาการ
หมายถึง การเจ็บครรภ์คลอด ในช่วงอายุครรภ์ ก่อน 37 สัปดาห์ หรือ 259 วัน
สาเหตุ
ปากมดลูกผิดปกติ และขยายตัวมากเกินไป เช่น ครรภ์แฝด ครรภ์แฝดน้ำ เนื้องอกที่ตัวมกลูก
ภาวะถุงน้ำคร่ำแตกก่อนอายุครรภ์ครบกำหนด
การคลอดก่อนกำหนดเมื่อมีข้อบ่งชี้ เช่น ภาวะ severe preeclampsia ทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์
การคลอดก่อนกำหนดเมื่อมีภาวะแทรกซ้อนฉุกเฉิน เช่น รกลอกตัวก่อนกำหนด สายสะดือพลัดต่ำ
โรครุนแรงของมารดา เช่น ปอดบวม ไส้ติ่งอักเสบ
เคยมีประวัติคลอดก่อนกำหนด หรือแท้งในระยะหลังของการตั้งครรภ์
การติดเชื้อ ในระบบทางเดินปัสสาวะ โรคปริทันต์ มาลาเรีย
การประเมิน
และการวินิจฉัย
การซักประวัติ
อาการเจ็บครรภ์จริง
อาการและอาการแสดง เช่น มีมูกปากมดลูกออกทางช่องคลอด มักจะมีเลือดปนเล็กน้อย ปวดหลังส่วนล่าง รู้สึกหน่วงในเชิงกราน เนื่องจากเด็กเคลื่อนต่ำลง ปวดท้องคล้ายปวดประจำเดือน ปวดเกร็งจากการบีบตัวของลำไส้
การตรวจร่างกาย
การหดรัดตัวของมดลูกสม่ำเสมอ อย่างน้อย 4 ครั้งใน 20 นาที หรือ 8 ครั้งใน 60 นาที
ปากมดลูกเปิดตั้งแต่ 1 cm. หรือ ปากมดลูกบาง 80 % ขึ้นไป
การตรวจทาง
ห้องปฏิบัติการ
Fetal fibronectin จากมูกบริเวณปากมดลูก/ช่องคลอด
Estriol ในน้ำลายมารดา ให้ผลบวก (ค่า >2.1 ng/mL
การวัดความยาวของปากมดลูกด้วยคลื่นเสียงความถี่ ใน GA 22-34 wks. ปากมดลูกมีความยาวเฉลี่ย 35 mm.
การดูแลรักษา
การยับยั้งการเจ็บครรภ์หรือการหดรัดตัวของมดลูก ซึ่งเรียกว่า stop labor หรือ tocolysis ยาที่ใช้จึงเรียกว่า tocolytic drugs
พิจารณาให้ยาที่กระตุ้นให้ปอดสร้าง surfactant ด้วย คอร์ติโคสเตียรอยด์ (betamethasone หรือ dera methasone) เพื่อลดอุบัติการณ์ของการเกิด RES ซึ่งมักจะมีประโยชน์เด่นชัดในช่วงอายุครรภ์ 24-34 สัปดาห์
ความพร้อมในการดูแลทารกแรกคลอดก่อนกำหนด ทั้งในขณะคลอดและหลังคลอด เพื่อลดการบาดเจ็บ และอันตรายจากภาวะขาดออกซิเจน
ให้ยาปฏิชีวนะในกรณีที่มีถุงน้ำคร่ำแตกนำมาก่อน
การปกป้องระบบประสาท (neuroprotection) ด้วย magnesium sulfate
การพยาบาล
การพยาบาลเพื่อป้องกัน
ภาวะเจ็บครรภ์
คลอดก่อนกำหนด
การพยาบาลที่มีภาวะเจ็บครรภ์
คลอดก่อนกำหนดเพื่อให้การตั้งครรภ์
ดำเนินต่อไป
อธิบายให้เข้าใจเกี่ยวกับภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด แผนการดูแลรักษา และคำแนะนำในการปฏิบัติตัว
ประเมินการหดรัดตัวของมดลูก ทั้งระยะเวลา ความถี่ และความแรง และประเมินเสียงหัวใจ ทารกในครรภ์ทุก 2-4 ชั่วโมง รวมทั้งประเมินสัญญาณชีพ เพื่อเป็นแนวทางการวางแผนการดูแลรักษา
งดการสวนอุจจาระ และการตรวจทางช่องคลอดหรือทวารหนัก
ดูแลให้ได้รับยับยั้งการเจ็บครรภ์คลอดยากระตุ้นการเจริญของปอดทารก และยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษา
กรณีให้กลับบ้านได้ให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด โดยการประเมินอาการเจ็บครรภ์ ปวดถ่วงท้องน้อย การหดรัดตัวของมดลูก น้ำเดิน การดิ้นของทารกในครรภ์ หากพบอาการผิดปกติ ให้มาพบแพทย์ทันที
ดูแลให้นอนพักบนเตียงให้ผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ โดยนอนตะแคงซ้ายเพื่อให้การเวียนเลือดบริเวณมดลูกมากขึ้น และป้องกันภาวะแทรกซ้อนกรณีถุงน้ำคร่ำแตกแล้ว
การพยาบาลเพื่อป้องภาวะแทรกซ้อน
จากการคลอดก่อนกำหนด
อธิบายให้เข้าใจเกี่ยวกับแผนการดูแลรักษา และการปฏิบัติตัวในระยะคลอด
ดูแลให้ได้รับยากลุ่ม glucocorticoid ตามแผนการรักษา
หลีกเลี่ยงการใช้ยาระงับความเจ็บปวดเพราะจะมีผลกดการหายใจของทารกได้
เตรียมอุปกรณ์การช่วยฟื้นคืนชีพและเตรียมทีมกุมารแพทย์และพยาบาลในให้การช่วยในคืนชีพทารกแรกเกิด
ดูแลให้ระยะที่สองของการคลอดสั้นที่สุด
ให้การช่วยเหลือทารกเมื่อแรกเกิดทันที โดยรีบดูดสิ่งคัดหลังออกจากปากและจมูก และรีบผูกและตัดสายสะดือทันทีเพื่อลดจำนวนเลือดจากมารดาไปสู่ทารกป้องกันภาวะ hyperbilirubinemia
ส่งเสริมสัมพันธภาพระหว่างมารดากับทารก
ประเมินผลข้างเคียงของยากลุ่ม beta adrenergic receptor agonists และยากลุ่ม glucocorticoid ที่อาจเกิดขึ้นกับมารดาหลังคลอด
ดูแลให้ทารกในครรภ์ได้รับออกซิเจน โดยให้สตรีมีครรภ์นอนตะแคงซ้าย และประเมินอัตราการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์อย่างต่อเนื่อง
การพยาบาลด้านจิตใจและอารมณ์ โดยให้การดูแลประคับประคองด้านจิตใจและอารมณ์ ของสตรีมีครรภ์และครอบครัวอย่างเหมาะสม