Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Pleural effusion (ภาวะน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด) - Coggle Diagram
Pleural effusion
(ภาวะน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด)
ชนิดของภาวะมีน้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอด
Transudate
น้ำ/ของเหลวที่เกิดจากการซึมรั่วของน้ำ/ของเหลวในหลอดเลือดของเยื่อหุ้มปอด โดยเฉพาะจากหลอดเลือดฝอยซึมเข้าสู่โพรงเยื่อหุ้มปอดโดยเกิดจากการมีความดันในหลอดเลือดสูงขึ้นโดยไม่ได้เกิดจากการมีพยาธิสภาพของผนังหลอดเลือด
ลักษณะ
ใส สีขาว หรืออกเหลืองเล็กน้อย
มีสารโปรตีนเป็นส่วนประกอบน้อยกว่า 25 กรัม/ลิตร
มีอัตราส่วนของสาร LDH (Lactate dehydrogennase enzyme: เอนไซม์ชนิดหนึ่งที่เกิดเมื่อมีการบาดเจ็บของเซลล์/เนื้อเยื่อต่างๆ) เมื่อเทียบกับการ LDH ในเลือดน้อยกว่า 0.6
มีค่าไขมันคอเลศเตอรอลน้อยกว่า 45 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
มีความถ่วงจำเพาะอยู่ในช่วงประมาณน้อยกว่า 1.012
Exudate
มีพยาธิสภาพที่ผนังของหลอดเลือดของเยื่อหุ้มปอดโดยเฉพาะผนังหลอดเลือดฝอย ส่งผลให้ผนังหลอดเลือดยอมให้น้ำ/ของเหลวในหลอดเลือดไหลซึมออกจากหลอดเลือดเข้าสู้โพรงเยื่อหุ้มปอด เช่น การอักเสบติดเชื้อ หรือการอักเสบโดยไม่ติดเชื้อของเยื่อหุ้มปอด
ลักษณะ
มีอัตราส่วนของ LDH เมื่อเทียบกับ LDH ในเลือดมากกว่า 0.6
น้ำขุ่นออกเหลือง เมื่อเกิดจากการอักเสบไม่ติดเชื้อ
มีค่าความถ่วงจำเพาะมากกว่า 1.020
หนอง เมื่อเกิดจากการอักเสบติดเชื้อ
เลือดเมื่อเกิดจากโรคมะเร็งหรือจากมีอุบัติเหตุรุนแรงต่อปอด
สีขาวข้นของน้ำเหลืองที่มีไขมันปน เมื่อเกิดจากท่อน้ำเหลืองช่องอกอุดตัน
อาจเกิดจากมีการอุดตันของระบบน้ำเหลืองของเยื่อหุ้มปอดจึงส่งผลให้เกิดน้ำ/ของเหลวสะสมในโพรงเยื่อหุ้มปอด
พยาธิสรีรวิทยา
ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้ต้องอยู่ในสมดุล ปริมาณน้ำ/ของเหลวในโพรงเยื่อหุ้มปอดจึงจะอยู่ในเกณฑ์ปกติแต่ถ้ามีการเสียสมดุลของปัจจัยทั้ง 2 นี้ ด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม เช่นมีน้ำ/ของเหลวซึมผ่านหลอดเลือดเยื่อหุ้มปอดมากขึ้น หรือระบบน้ำเหลืองไม่สามารถดูดซึมน้ำ/ของเหลวกลับเข้าสู่หลอดเลือดดำ/ร่างกายได้ ก็จะส่งผลให้เกิดภาวะมีน้ำ/ของเหลวในโพรงเยื่อหุ้มปอด
โดยทั่วไปการจะมีน้ำ/ของเหลวในโพรงเยื่อหุ้มปอดที่จะตรวจพบได้จากการถ่ายภาพปอดด้วยX-ray เทคนิคเฉพาะคือถ่ายภาพในท่านอนตะแคงด้านที่สงสัยมีความผิดปกติ (lateral decubitus) ปริมาณน้ำ/ของเหลว จะต้องมีปริมาณตั้งแต่ 50 ml.ขึ้นไป ทั้งนี้การถ่ายภาพ X-ray เทคนิคปกติ (ถ่ายในท่ายืน) จะสามารถตรวจได้ว่ามีน้ำ/ของเหลวในโพรงเยื่อหุ้มปอด มักจะต้องมีปริมาณน้ำอย่างน้อยประมาณ 200-300 ml.ขึ้นไป ซึ่งเป็นปริมาณที่จะส่งผลให้ผู้ป่วยเริ่มมีอาการผิดปกติด้วย เช่น เหนื่อยง่ายขึ้นเมื่อต้องออกแรง เป็นต้น
ปริมาณน้ำหรือของเหลวในโพรงเยื่อหุ้มปอดจะถูกควบคุมด้วย2กลไกสำคัญคือ จากความดันในหลอดเลือดของเยื่อหุ้มปอดทั้ง2ชั้น ซึ่งจะส่งผลให้ทีน้ำ/ของเหลวซึมผ่านผนังหลอดเลือดเข้าสู่ในโพรงเยื่อหุ้มปอดและจากการดูดซึมน้ำ/ของเหลวของระบบน้ำเหลืองกลับเข้าสู่หลอดเลือดดำของเยื่อหุ้มปอด และเข้าสู่ร่างกายตามลำดับ
ความหมาย
ภาวะที่มีของเหลวในโพรง/ช่องเยื่อหุ้มปอด
ภาวะผิดปกติที่พบได้บ่อย สถิติจากประเทศที่พัฒนาแล้วพบภาวะนี้ได้ประมาณ 320 รายต่อประชากร 1 แสนคน เป็นภาวะที่พบได้ทั้งสองเพศ บางสาเหตุจะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เช่นสาเหตุจากโรค autoimmune บางสาเหตุพบในผู้ชายได้สูงกว่าในผู้หญิง เช่นสาเหตุจากโรคมะเร็งปอด ทั้งนี้พบภาวะนี้ได้ในทุกอายุ ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ แต่พบได้สูงขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น
เยื่อหุ้มปอด
เยื้อหุ้มปอดจะมีสองชั้น ระหว่างชั้นทั้งสองจะเป็นโพรงหรือช่อง เรียกว่าโพรงเยื่อหุ้มปอด หรือช่องเยื่อหุ้มปอด(Pleural cavity)
เนิ้อเยื่อบางๆที่ห่อหุ้มเนื้อปอดทั้งหมดมีหน้าที่ปกป้องปอด
ในโพรงนี้มีของเหลวในปริมาณเล็กน้อยประมาณ 0.1-0.2 ml. ต่อน้ำหนักตัวของคนคนนั้น 1 kg. ที่หล่อลื่นเยื่อหุ้มปอดทั้งสองชั้นไม่ให้เสียดสีกัน และเนื่องจากความดันในเยื่อหุ้มปอดนี้เป็นสุญญากาศ(vacuum) ดังนั้นโพรงเยื่อหุ้มปอดจึงเป็นตัวช่วยการขยายตัวของปอดในการหายใจเข้า-ออกอีกด้วย
ความผิดปกติที่เกิดขึ้นจากการมีน้ำ/ของเหลวเข้าไปสะสมอยู่ในโพรงเยื่อหุ้มปอดมากผิดปกติ จึงก่อให้เกิดอาการต่างๆขึ้น
สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยง
ชนิด Transudate
โรคปอด ที่ส่งผลให้เกิดภาวะปอดแฟบไม่ขยายตัว เช่นโรคจากมะเร็งปอด
การล้างไตผ่านทางช่องท้อง
โรคตับเรื่อรังเช่น โรคตับแข็ง โดยเฉพาะระยะที่ส่งผลให้มีโปรตีนในเลือดต่ำ
โรคอื่นๆที่พบได้น้อย เช่น โรคมะเร็งปอด โรคลิ้นหัวใจตีบ โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ โรคหัวใจล้มเหลวจากภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมนอย่างรุนแรง
ภาวะหัวใจล้มเหลว โดยเฉพาะเมื่อเกิดจากการล้มเหลวของหัวใจห้องล่างซ้าย
ชนิด Exudate
โรคปอดบวมติดเชื้อโดยเฉพาะจากแบคทีเรีย
โรคจากมีการอุดกั้นของหลอดเลือดปอด(pulmonary embolism)
โรคมะเร็งอื่นๆแล้วแพร่กระจายสู่ปอด
วัณโรคปอด
โรคมะเร็งปอด
โรคอื่นๆที่พบได้น้อย
โรคตับออักเสบชนิดที่รุนแรง
ท่อน้ำเหลืองหรือหลอดเลือดในปอดได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ
โรค autoimmune เช่นโรค SLE,โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
มีการทะลุของหลอดอาหาร
ปอดหรือเยื่อหุ้มปอดติดเชื้อรา
การแพ้ยาต่างๆ
อาการ
เกิดตามสาเหตุจะแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละคน
ก้อนเนื้อในเต้านมเมื่อเกิดจากโรคมะเร็งเต้านม
ตัวตาเหลือง เมื่อเกิดร่วมกับโรคตับแข็ง
ผื่นขึ้นในผู้ป่วยโรค autoimmune
บวมเท้าร่วมกับหัวใจเต้นเร็ว เต้นอ่อน เหนื่อยง่าย เมื่อเกิดจากโรคหัวใจโต
มีไข้ ไอ มีเสบหะ เมื่อเกิดจากปอดบวม
จากการมีน้ำ/ของเหลวในโพรงเยื่อหุ้มปอด
หายใจเร็วผิดปกติ
แน่นหน้าอก
นอนราบแล้วหายใจไม่ได้ต้องนั่ง หรือนอนเอนตัว
หายใจลำบาก/หายใจหอบเหนื่อย
สะอึก
เจ็บหน้าอก
ไอเรื้อรัง
การประเมิน
การถ่ายภาพปอดด้วย X-ray หรือเอ็กเรย์คอมพิวเตอร์
ตรวจร่างกาย
การตรวจฟังเสียงหายใจ(ซึ่งจะลดลงหรือหายไปขึ้นกับปริมาณน้ำ/ของเหลว)
การตรวจเสมหะ หรือเพาะเชื้อจากเสมหะ
เพื่อดูการติดเชื้อ การตรวจเสมหะทางเซลล์วิทยาเพื่อการวินิจฉัยโรคมะเร็ง
ซักประวัติอาการ
ประวัติการเจ็บป่วยต่างๆทั้งในอดีตและปัจจุบัน
การเจาะดูดน้ำ/ของเหลวจากโพรงเยื่อหุ้มปอด
เพื่อการตรวจหาสารต่างๆ (เช่นสารก่อมะเร็ง สารก่อการอักเสบ) หาเชื้อโรค/หรือเซลล์มะเร็ง และอาจร่วมกับการส่องกล้องตรวจหลอดลม (Broncho scope)